{[พระสายหลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง}]แบ่งให้ผู้มีศรัทธาได้บูชาครับ

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย dekpra, 18 ตุลาคม 2010.

  1. dekpra

    dekpra เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กันยายน 2010
    โพสต์:
    2,470
    ค่าพลัง:
    +2,484
    พุทโธอัปปะมาโณ ธรรมโมอัปปะมาโณ สังโฆอัปปะมาโณ
    พระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน มหาเถรานุเถระ กล้างใหญ่ไพศาลประเมินค่านับมิได้

    [​IMG][​IMG][​IMG]

    [​IMG][​IMG][​IMG]



    ไตรสรณาคมน์ บุคคลใดเข้าถึง ก็ชื่อว่า กันตกนรกได้แล้ว
    ตามคำสอนของพุทธเจ้า และพระเดชพระคุณหลวงพ่อฯสืบๆมา

    <table width="700"><tbody> <tr valign="top"> <td width="40%"> พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
    ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
    สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
    </td> <td> ข้าพเจ้าขอถือเอาพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งเป็นสรณะ
    ข้าพเจ้าขอถือเอาพระธรรมเป็นที่พึ่งเป็นสรณะ
    ข้าพเจ้าขอถือเอาพระสงฆ์เป็นที่พึ่งเป็นสรณะ </td></tr> <tr valign="top"> <td> ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
    ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
    ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
    </td> <td> แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถือเอาพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งเป็นสรณะ
    แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถือเอาพระธรรมเป็นที่พึ่งเป็นสรณะ
    แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถือเอาพระสงฆ์เป็นที่พึ่งเป็นสรณะ </td></tr> <tr valign="top"> <td> ตติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
    ตติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
    ตติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
    </td> <td> แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถือเอาพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งเป็นสรณะ
    แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถือเอาพระธรรมเป็นที่พึ่งที่เป็นสรณะ
    แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถือเอาพระสงฆ์เป็นที่พึ่งเป็นสรณะ </td></tr></tbody></table>
    แล้วว่าศีลห้าต่อ สำหรับเพศคลองเรือน
    ศีลแปด สำหรับเพศพรหมจรรย์ (ถือบวชเนกขัมมะบารมี)
    ศีลสิบ สำหรับ บรรพชาสามเณร สมณ นักบวชผู้มีอายุยังไม่ถึง ยี่สิบปีบริบูรณ์

    ถ้าเกินยี่สิบปี ก็ต้องบวชพระ อุปสมบท ด้วยการสวดยัตติ ให้คณะสงฆ์ทำสังฆกรรมในอุโบสถครับ
    โดยมีพระอุปชา ๑ องค์ และพระคู่สวด ๒ องค์ พระนั่งลำดับ ๒๕ องค์ครับ

    ผู้เข้าถึงเริ่มต้นใหม่ยังไม่มีศีล แต่มีใจรักเคารพบูชา และพอใจในการให้ทาน
    และต่อมาเมื่อมีความรักเคารพมากๆขึ้นก็ได้ที่มา ศีลห้า+กรรมบทสิบ + ทาน
    และต่อมาได้เจริญความดี ปฏิปทา ก็ต้องมีศีลแปด + สมาทานพระกรรมฐาน (เนกขัมมะบารมี)


    คติประจำใจ เด็กพระ ยอมตายดีกว่าศีลขาด
    โอวาทปาติโมกข์ขององค์สมเด็จฯ ให้ละเว้นความชั่วทั้งหมด สร้างแต่กรรมดีเป็นแนวทางปฏิบัติ




    วันมาฆบูชา
    เป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้แสดงธรรมครั้งแรกของโลก
    โอวาทปาฏิโมกข์
    มีใจความว่า ให้ละเว้นจากความชั่วทั้งหมด ให้ทำแต่ความดี
    ได้แก่การรักษาศีลห้านั้นเอง แต่หลวงพ่อฤาษีท่านบอกว่าลูกเ่อ๋ย ศีลห้าอย่างเดียวมันยังหยาบอยู่นะลูกต้องถือ
    ศีลห้า+กรรมสิบ ด้วยถึงจะเอาตัวรอดได้ ถ้ารักษาศีลห้า + กรรมบทสิบได้ท่านว่าประตูอบายภูมิปิต
    (ประตูนรกปิด)คือไม่ต้องกลัวตกนรกอีก ถ้ามีบารมีแก่กล้า จะได้เป็นพระอรหันต์ภายใน ๗ วัน
    ถ้าอย่างกลางอีก ๗ เดือน ถ้าอย่างอ่อน เกิดอีก ๗ ชาติ ก็เข้าพระนิพพาน เป็นพระขีณาสพ (หมดกิเลสได้แก่พระอรหันต์) ว่าตามพระสูตรนะขอรับ


    "ทำบุญแบบง่ายๆโดยที่ไม่ต้องลงทุน แต่อานิสงส์สูง"

    ปล...ขอ ขอบพระคุณพี่น้องลูกพ่อเดียวกันที่ได้มาแสดงตน และความคิดเห็น ศีล+กรรมบทสิบ กระผมเชื่อว่าลูกหลานหลวงพ่อทุกท่านทำได้ เพราะหลวงพ่ออบรมของท่านมมาดี นี่ขั้นเริ่มต้นนะ โดยทั่วไป สมณ นักบวชใจ (เนกขัมมะ) ชาย หญิง พวกนี้ต้องมีศีลแปดประจำใจด้วย เพราะนักเจริญพระกรรมฐานต้องใช้กำลังศีลแปดเป็นศีลสมาทาน แล้วจึงจะสมาทานพระกรรมฐานได้หรือ มโนยิทธิครึ่งกำลัง เต็มกำลัง สาธุ...ขอให้ผู้มีใจอันประเสริฐทุกท่านสมความปรารถนามีโชคลาภใหญ่ ~ ~ ~รวย รวย รวย ขึ้นไปเลื้อยๆ ~ ~ ~ มีโชคใหญ่สุดถึงพระนิพพานทุกท่านๆ เอาผมไปด้วยนะ..สาธุ

    ไม่ มีท่านใดสนใจประวัติท่านปู่พระอินทรและชายาทั้งสี่พร้อมด้วยเพื่อนท่าน (สหธรรมิกะ) อีก ๓๑ ท่านบ้างหรือครับ วันนี้ผมขอประกาศสืบสานต่อ
    อารมพระชายาพระอินทร์คนที่สี่ครับ


    ท่านมีศีลห้าเพียงคนเดียวตั้งแต่เกิดในหมู่บ้านนั้น
    เพราะท่านปู่พระอินทร์ตามไปสงเคาระห์ เนื่องด้วยเป็นคู่บารมีกัน ท่านก็ได้ประกาศว่าท่านมีศีล โดยมากคนอื่นก็ได้ยินว่าศีล แต่ไม่รู้ว่าศีลคืออะไร มีหน้าตาอย่างไร


    ผมก็ขอประกาศให้ดังไปทั้งสามโลกว่าผมก็มีศีลห้า+กรรมบทสิบ นะขอรับ มีได้ด้วยพระผมรักหลวงพ่อรักพระพุทธเจ้า และผมก็ยังเริ่มปฏิบัติศีลแปดบางโอกาสและเวลา และยังได้มีโอกาสฝึกปฏิบัติ ศีล ๒๒๗ + เสขิวัตรอีก ๗๕ ข้อ (เพื่อความเป็นพระแท้) ด้วยครับ
    และโอกาสอันเป็นมงคลนี้จึงขอเชิญชวน ผู้มีบุญบารมีและโอกาสมาถึง เริ่มฝึกปฏิบัติบูชากัน ตามเส้นทางพระโยคาวจร เพื่อละกิเลส เพื่อความหลุดพ้น ทำให้จบกิจเสียแต่ชาตินี้ ด้วยกันทุกท่านเทอดนะครับ...สาธุ

    วันนี้ขออัญเชิญ คำแนะนำคำสอนของพระพุทธเจ้าที่หลวงพ่อสืบต่อมา นำมาแนะนำพระที่บวชธุดงควัตรที่วัดท่าซุง หลังจากที่นาคทั้งหมดได้บวชเป็นพระทั้งหมดแล้ว และก็วันรุ่งขึ้นหลังจากฉันอาหารเช้าแล้ว หลวงพ่อนันต์ท่านก็นำพาเข้าไปในป่าสถานที่ของวัดท่าซุง
    ตรงทางศาลา ๑๒ ไร่ ตรงเข้าป่าไป ประมาณ ๒-๓ กม เพื่อไปอธิษฐานปักกลด เพื่อเจริญพระกรรมฐานที่เข้มข้น (พระพุทธเจ้าท่านกล่าวสอนไว้บุคคลได้ที่ยังไม่ได้ผ่านการปฏิบัติธุดงค์ก็ยังไม่สามารถไปพระนิพพานได้ ) ท่านว่าอย่างนั้นนะ นี่ก็คงที่จะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทางวัดท่าซุงจึงต้องได้จัดงานธุดงค์นี้ ขึ้นเป็นงานประจำทุกปี เพื่อขนลูกหลานหลวงพ่อตามท่านไป พระนิพพาน

    หลังจากปักกลดที่ป่าเสร็จ หรือไม่เสร็จ ถึงเวลานัดต้องรีบมาทำวัตรเย็น สวดมนต์เจริญพระกรรมฐานที่ศาลา ๑๒ ไร่ (ทุกอย่างเวลามีความจำกัดทั้งหมด จนเสร็จงาน ถ้าช้าไม่ทันจะถูกทำโทษ ) เวลามันช่างบีบหัวใจนักบวชผู้ฝึกจิตใหม่จริงๆ ยากที่จะบรรยายให้เข้าใจได้
    ข้าพเจ้าผู้มีโอกาสครั้งแรก ปักกลดก็ยังไม่เป็น แถมเชือกที่ร้อยกลดหลุดออกมา ตาก็ไม่ดีร้อยเท่าไรก็ยังร้อยไม่ได้ เคลียดกลัวไม่ทัน กลัวถูกทำโทษ ก็เลยต้องไปขอความชวยเหลือพระอาคันตุกะ พระที่บวชนานแล้ว ก็ยังไม่ทันเสร็จดีก็ต้องรีบไปรวมตัวกันทำวัตรเย็น สวดมนต์เจริญพระกรรมฐานเสร็จฟังพระผู้ใหญ่สนทนาธรรม สอน อบรม แนะนำ กว่าจะได้เข้าป่าไปกลด ก็ใกล้ ๓ ทุ่ม +- ทุกวัน

    หลังจากกลับจากศาลา ๑๒ ไร่ ไปถึงป่าธุดงค์ก็มืดไปหมดไฟฟ้าก็ไม่เปิดท่านให้ใช้แสงเทียนจุด หลังจาก ๓ ทุ่มก็ต้องดับไฟทั้งหมดถ้าใครไม่ดับจะถูกทำโทษ มืดจริงๆ มันชั่งหน้ากลัวอะไรขนาดนี้ (ท่านนักบวชใหม่ปีแรกนะ) ท่านกลัวมากคืนแรกหน้า ฤดูหนาวแต่เหงื่อท่านโชกไปทั้งตัว กลัวมาก กลัวจับจิต กลัวจริง (ไม่ทราบว่าท่านกลัวอะไรจริงจังครับพี่น้อง)

    ที่จริงแล้วตอนเริ่มปักกลด พระผู้ใหญ่ท่านก็สอนว่าหลวงพ่อให้ว่าคาถาปักกลด (คาถาบารมีสามสิบทัศ) ว่าไปเลื่อยๆ จนจะตอกหลักสี่หลักเพื่อขึ่งเต้นให้มีความมั่นคง ก็จะต้องใช้คาถา (คาถาตะวาทป่าหิมพานต์) ท่านบอกท่านไม่ได้ว่าสักคาถา เพราะจำไม่ได้ต้องกลางหนังสือ เสร็จแล้วก็ไปเจอปัญหาปักกลดที่ไม่เป็นก็เลยลืมว่าคาถา ท่านว่าอย่างนั้นนะ
    ตกกลางคืนท่านกลัวมาก แต่ท่านก็อยากจะทำความดีตามหลวงพ่อ การที่จะได้มาบวชก็นับเป็นเรื่องยากอยู่แล้ว ท่านบอกต้องรอเวลาผ่านไปเกือบยี่สิบกว่าปีที่จะได้มีโอกาสนี้มาถึง ท่านกลัวจับใจ แต่ท่านผู้นี้ผ่านความทุกข์ยากมากสุดพรรณา ท่านก็เลยมีความตั้งใจปรารถนาที่จะพ้นทุกข์ ท่านยอม หลังจากท่านมาถึงกลดดึกแล้ว ก็พอดีได้ยินเสียงตามสายซึ้งเป็นเสียงหลวงพ่อสอนมา ท่านว่าพระโยตาวจรทั้งหลาย พระนวกะก็ดี ะขอ แนะนำหลักธุดงค์จริงๆ หัวใจในการธุดงค์คือทำให้จิตสงัด ท่านบอกให้แผ่เมตตาไปให้คนและสัตว์ทั้งโลก ทั้งจักรวาล มีใจความว่าเราจะให้ ความรัก ความเมตตา ปราณี สงสาร ต่อคนและสัตว์ทั้งโลก เราปรารถนาจะให้คนและสัตว์ทั้งโลก จักรวาล พ้นจากความทุกข์
    "มีอยู่ครั้งหนึ่งหลวงพ่อท่านสอนให้ญาติโยม บอกแผ่เมตตาแบบนี้เสร็จแล้วท่านก็ขึ้นไปข้างบน ไปพบพระพุทธเจ้าๆท่านบอกว่าการแนะนำผู้คนให้แผ่เมตตาแบบนี้มันเป็นบุญเป็บ กุศลสูงที่ไม่ต้องลงทุน เจ้าทราบไม่สัมพเกสี การแผ่เมตตานี่ก็เป็นกุศลใหญ่ที่สามารถบนพรหมโลกได้ ท่านว่าอย่างนั้นนะ

    หลังจากนั้นผู้บวชใหม่คนนั้น และท่านก็ได้บวชหลายวาระ ท่านก็ทราบ คาถาที่ปักกลก
    บารมีสามสิบทัศ ก็ได้แก่การเจริญพรหมวิหารสี่ หรือแผ่เมตตานั้นเอง
    นักบวชคนนี้ท่านบวชพระมาหลายวาระ ท่านได้มีประสบการณ์ เรื่องตื่นเต้น อภินิหาร หลายๆอย่างเป็นที่หน้าสนใจ และพอที่เป็นแนวทางให้กับคนรุ่นใหม่ที่มีบุญบารมีโอกาสมาถึง แต่ละท่านนักบวชที่ปรารถนาความหลุดพ้นวัฏจักรนี้ก็ล้วนแต่เป็นผู้มากด้วย ประสบการณ์นั้นเอง ยังไม่ทันถึงไหนเล่าได้นิดเดียว สักหนึ่ง ชม.ในคืนแรกคืนนั้นก็ยังไม่ได้ เราก็ยังไม่ทราบว่าคืนทั้งคืนท่านผู้นี้เจออะไรบ้าง
    สงสารท่านนักบวชใหม่มั้ยครับพี่น้อง...ท่านกลัวเสียจนคืนแรกไม่ยอมถอด เครื่องแต่งกายเต็มสูตรของพระ (ห่มดอง) ท่านคงคิดว่ากันผีได้กันสัตว์ร้ายได้ รวมความว่ากันความตายได้นั้นเอง แต่แท้จริงแล้วกันอะไรไม่ได้เลย และก็อย่าคิดว่าผ้า ไตร จีวร กันตกนรกได้ เปล่า ผ้าห่มพระผ้ากาสาวพัสตร์เป็นเครื่องแต่งกายพระสงฆ์ เป็นธงชัยพระอรหันต์เท่านั้นเอง วันนี้ขอลาก่อนสวัสดีครับ...ท่านพ่อแม่พี่น้อง...รวยๆทุกท่านตามพรอัน ประเสริฐของหลงพ่อนะครับ...สาธุ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 11 มิถุนายน 2013
  2. dekpra

    dekpra เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กันยายน 2010
    โพสต์:
    2,470
    ค่าพลัง:
    +2,484
    คาถาบารมีสามสิบทัศ
    ท่านผู้รู้ท่านบอกไว้ว่า ว่ากันเป็นชั้นๆ ๓ ชั้นๆละสิบ
    อย่างหยาบไล่ลงมาจนเหลือละเอียดสุด เหลือสิบ
    บารมีสิบทัศ ตามที่หลวงพ่อเราสอนไว้ เราทราบกันดี

    เป็นคาคาปักกลด ท่านสอนให้คิดถึงคุณของพระพุทธเจ้า
    แล้วก็ว่าไปเลือยๆ

    อิติ ปาระมิตตา ติงสา อิติ สัพพัญญู มาคะตา
    อิติ โพธิมะนุปปัตโต อิติปิ โส จะ เต นะโม


    ถ้าปักเสร็จแล้ว เวลาจะตอกหลักขึงสายอัพโภกาส (สายเชือกที่ขึงกลด) ท่านให้ว่าคาถานี้

    "ภะสัมสัม วิสะเทภะ"
    ให้ว่าคาถาบทนี้จนกว่าจะผูกเสร็จ คาถาบทนี้ท่านเรียก "คาถาตวาดป่าหิมพานต์"
    เขาตวาดช้างหนีเลยนะ เป็นคาถามหาอำนาจไล่ช้างหนีได้ สัตว์ร้ายต่างๆไม่กล้าเข้าใกล้

    บารมี ๑๐ ทัศ

    ๑.ทานบารมี ๒.ศีล
    บารมี ๓ เนกขัมมะบารมี ๔.ปัญญาบารมี ๕.วิริยะบารมี ๖.ขันติบารมี ๗.สัจจะบารมี ๘.อธิษฐานบารมี ๙.เมตตาบารมี ๑๐.อุเบกขาบารมี

    บารมีี แปลว่า กำลังใจ "ทำให้เต็ม" บารมี 10 ทัศ มีดังนี้

    1. ทานบารมีี จิตของเราพร้อมที่จะให้ทานเป็นปกติ
    2. ศีลบารมี จิตของเราพร้อมในการทรงศีล ตามกำลังที่เราจะทำได้ ศีลห้า , ศีลแปด , ศีลพระสิกขาบท ๒๒๗ + เสขิวัตรอีก ๗๕
    3. เนกขัมมบารมี จิตพร้อมในการทรงเนกขัมมะเป็นปกติ เนกขัมมะ แปลว่า การถือบวช แต่ไม่ใช่ว่าต้องโกนหัว บวชใจ ได้ตลอดเวลา
    4. ปัญญาบารมี จิต พร้อมที่จะใช้ปัญญาเป็นเครื่องประหัตประหารให้พินาศไป โดยใช้ปัญญาพิจรณา กายคตา อสุภะ ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้มีปัญญา ถ้าทำได้ก็ถึงพระอนาคามี
    5. วิริยบารมี วิิริยะ มีความเพียรทุกขณะ ควบคุมใจไว้เสมอ
    6. ขันติบารมี ขันติ มีทั้งอดทน อดกลั้นต่อสิ่งที่เป็นปฏิปักษ์ อารมณ์กระทบทุกอย่างทั้ง+-
    7. สัจจะบารมี สัจจะ ทรงตัวไว้ตลอดเวลา ว่าเราจะทำจริงปฏิบัติจริงทุกอย่าง ในด้านของการทำความดี
    8. อธิษฐานบารมี ตั้งใจไว้ให้ตรงโดยเฉพาะ ทุกครั้งที่มีการบำเพ็ญกุศล ถ้าบุคคลใดขาดอธิษฐานบารมี ก็จะอายุสั้น โชคร้าหน่อยนะ
    9. เมตตาบารมี สร้างอารมณ์ความดี ไม่เป็นศัตรูกับใคร มีความรักบุคคลอื่นเสมอตน ตัวอย่างท่านปู่พระอินทร์ และเพื่อนอีก ๓๑ คน
    10. อุเบกขาบารมี วาง เฉยเข้าไว้ เมื่อร่างกายมันไม่ทรงตัว และมีเคาระห์กรรมหนักตามมาทัน ใช้คำว่า "ช่างมัน"ช่างเถอะ"ช่างเอง" ไว้ในใจ ไอ้คำว่าช่างมัน ช่างเถอะ นี่มันเป็นวิปัสนาญาณ ตรงกับหนังสือมหาสติปัตฐานสูตร เป็นวิปัสนาญาณ ข้อ ๑,๒




    มีดหมอชาตรีปี ๓๔ "มีดเดินป่า" มีไว้เพื่อบูชา ออกเดินป่าปฏิบัติ
    เวลาธุดงค์ เพื่อบำเพ็ญเพียร พรหมวิหารสี่ และบารมี ๓๐ ทัศ ย่อเป็นชั้นๆ
    เหลือ บารมี ๑๐ ทัศ
    <!-- google_ad_section_end -->
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 25 กรกฎาคม 2012
  3. dekpra

    dekpra เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กันยายน 2010
    โพสต์:
    2,470
    ค่าพลัง:
    +2,484
    การทำบุญแบบง่ายๆ โดยไม่ต้องลงทุน แต่ได้อานิสงส์สูง



    เรียน ทุกท่านที่ผ่านเข้ามากระทู้นี้...ขอท่านทำใจให้ว่างๆและสละเวลาอันมีค่าของ ท่านสักเล็กน้อยด้วยการอ่าน...คำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
    ที่สืบๆกันมาตามพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤาษีฯ เด็กพระขอเป็นสะพานบุญบอกต่อสาธารณชนบอกต่อพี่ๆน้องผู้มีบารมีถึง

    หลวง พ่อท่านบอกว่าตื่นเช้ามา ให้คิดแบบนี้นะ เราจะให้ความรักความเมตตาปราณีต่อคนและสัตว์ทั่งโลกทั้งจักรวาล เราปรารถนาจะให้คนและสัตว์ทั้งโลกทั้งจักรวาลพ้นจากความทุกข์

    เท่า นี้...แต่ท่านรู้มั้ยว่านี้เป็นหัวใจเป็นความต้องการขององค์สมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้า"พระสงฆ์ทุกรูปต้องมี...ถ้าไม่มีท่านก็ไม่สามารถรักษาความเป็น พระไว้ได้...พระอริยเจ้าทุกองค์ต้องมี (เพื่อความอยู่เป็นสุขของจิต) และเราผู้ปรารถนาความดีตามท่านจึงต้องศึกษาและปฎิบัติให้มันซึมเข้าถึงจิต ท่านว่าไว้อย่างนั้นนะ


    ขอคุยเล่าต่ออีกบทนะขอรับ...
    "มรณานุสติกรรมฐาน"เป็นพระกรรมฐานกองใหญ่กองหนึ่งในพระกรรมฐาน ๔๐ และก็เป็นการสอนตัดขันห้าที่หลวงพ่อต้องการและเน้นมากในมโนยิทธิฯ


    อริยสัจ ๔ มรณานุสติ พระสูตร

    ขณะ นี้เรากำลังจะตาย...เราจะทำอย่างไรดี...เราใกล้จะตาย...ทุกท่านช่วยกันคิดนะ ครับ มองหาใครจะช่วยเราไว้ได้บ้าง...ครับให้คิดเป็นเรื่องจริง...ทรัพย์สมบัติที่ เรามีอยู่ จะช่วยเราได้บ้างมั้ย (อาจจะช่วยได้บ้าง) จะทำอย่างไรกันดี ( การเกิด แก่ เจ็บ ตาย การพัดพรากจากของรัก มันเป็นความทุกข์ ทุกข์แค่ไหนเป็นหน้าที่ของท่านไปค้นเอาเอง)) ตายแล้วเส้นผมสักเส้นจะเอาไปได้มั้ย ถ้าถึงเวลานี้แล้วเราต้องการอะไร ในพระสูตรถ้าบุคคลใดใกล้จะตาย ถ้าจิตไปคิดถึงอะไรเขาก็จะไปเกิดที่ตรงนั้น ถ้าโกรธใครโกรธจัดก็ตกนรกไปเลยก็มี ไปเกิดเป็นสัตว์เดรฉานก็มี แต่ถ้าตอนใกล้ตายถึงจะไม่เคยทำบุญแม้แต่สรกครั้ง แต่จิตไปคิดถึงพระพุทธเจ้าจะด้วยการคิดขอให้ท่านมาโปรดเพื่อทำให้หายจาก อาการเจ็บปวด (ความจริงไม่ได้มีศรัทธาเลื่อมใส) คิดเท่านี้หลังจากตายก็ไปเกิดเป็นเทวดาก็มี (
    ตัวอย่างมัฏธกุลทลีเทพบุตร ในพระสูตร) แต่ หลวงพ่อเราสอนว่า ตายแล้วเส้นผมสักเส้นก็เอาไปไม่ได้ อย่าว่าแต่ทรัพย์สมบัติเลย ในเมื่อเรารู้ว่าเราจะตาย ทุกคนต้องตายไม่ว่าสัตว มนุษย์ เกิดเท่าไรตายหมด ในเมื่อเรารู้เราจะต้องตายตายแล้วทรัพย์สมบัติ ลูก เมีย สามี เราก็เอาไปไม่ได้ จะเอาไปได้ก็แต่บุญกุศลความดีที่เราทำ จะติดตัวเราไปทุกภพทุกชาติ ในเมื่อเรารู้อย่างนี้เราก็ต้องหมั่นเร่งทำ ความดี ด้วยการสร้างบุญกุศล เพื่อเป็นทรัพย์ภายหน้าของเราสืบไป มีตัวอย่างบุคคลในสมัยตอนมีชีวิตอยู่ไม่ทำบุญกุศล ตายแล้วจะไปขอทำกับท่านที่ข้างบน ท่านก็จะบอกว่าฉันไม่ทำให้ มีตัวอย่างหลวงพ่อท่านพูดไว้ว่ามีคนที่จังหวัดพิษณุโลกกับคนเชียงราย ตายไปแล้วสมัยเป็นมนุษย์บุญก็ไม่ค่อยทำ เมื่อตายไปก็มีลูกน้องยมบาลนำตัวไปสำนักพยายม บุคคลเหล่านั้น ก็ไปอ้างที่สำนักพยายม ว่าผมเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ขอพบกับหลวงพ่อฤาษีลิงดำก่อน ท่านพยายมก็ใจดีให้ลูกน้องไปนิมนต์หลวงพ่อมา "เห็นมั้ยตอนมีชีวิตอยู่ไม่คิดจะทำบุญ แต่ยังโชคดีอ้างว่าเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ คิดถึงหลวงพ่อฤาษีฯท่านก็เมตตาให้ได้พบพระพุทธเจ้าสมเด็จองค์ปฐม หลังจากนั้นบุคคลเหล่านั้นก็ไปเกิดเป็นเทวดาบนชั้นสวรรค์ชั้นดาวดึง อยากรู้เรื่องต่อก็ไปหา ซีดี MP3 หลวงพ่อมาฟังต่อได้นะครับ"


    มรรคแปด วิปัสนาญาณ อุปสมานุสติกรรมฐาน

    องค์ สมเด็จพระชินสีห์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า...ท่านทรงสอนไว้ว่า ชาติปิ ทุกขา การเกิดเป็นทุกข์ ทุกข์อย่างไร หิวก็เป็นทุกข์ ไม่มีจะกินก็เป็นทุกข์ กินอิ่มมากเกินก็เป็นทุกข์ ปวดอุตจาระ ปัสวะก็เป็นทุกข์ การไม่สมหวังก็เป็นทุกข์ เจ็บไข้ไม่สบายก็เป็นทุกข์ การพัดพรากจากของรักก็เป็นทุกข์ มียศเสื่อมยศ มีลาภเสื่อมลาภ ไม่สมใจก็เป็นทุกข์ ความชราก็เป็นทุกข์ เมื่อมีความตายเข้ามาถึงก็เป็นทุกข์ ท่านลงมาสอนหลวงพ่อฤาษีฯเรื่องทุกข์แค่ข้าวคำเดียวจนหลวงพ่อได้นิพพิทาญาณ
    หลัง จากนั้นท่านก็บอก ถ้าเรายังเวียนวายตายเกิด เราก็จะพบกับโลกที่เป็นอนิจจัง หาความเที่ยงแท้ไม่ได้ มันก็เต็มไปด้วยความทุกข์ สุดท้ายก็ตายเป็นอนัตตา พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า เราไปพระนิพพานกันเทอะเป็นแดนที่มีแต่ความสุขไม่ต้องเครื่อนย้ายไปไหน (เวียนว่ายตายเกิด) เหมื่อนเทวโลก พรหมโลก ตัดสินใจตามคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้มั้ยครับ ฝากทุกท่านไว้ไปคิด แต่ถ้าบุคลลใดปรารถนาจะไปบวชพระธุดงค์ที่วัดท่าซุง (หรือฝึกมโนยิทธิ) ถ้าท่านตัดสินตามสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพระพุทธเจ้าไม่ได้ ท่านก็สอบตก มโนยิทธิไม่ผ่าน หลวงพ่อบอกถ้าตัดขันห้าไม่ได้ไม่ต้องมาฝึกให้เสียเวลา มันไม่เกิดผล ท่านว่าอย่างนั้นนะ





    การ ภาวนา พุทโธ หรือนะมะพะทะ หรือภาวนาอะไรก็แล้วแต่เป็นสมถะ การคิดให้ความรักความเมตตาปราณีสงสารต่อคนและสัตว์ทั้งโลก ปรารถนาที่จะให้คนและสัตว์ทั้งโลกพ้นจากความทุกข์ เป็นความต้องการของพระพุทธเจ้า อารมณ์นี้สูงกว่าพรหมวิหารสี่ การพิจรณาการเวียนวายตายเกิด เป็นวิปัสนาญาณเป็นปัญญาอารมณ์สูงที่จะนำทางไปสู้ความหลุดพ้นจากภัยวัฎจักร (เวียน ว่าย ตาย เกิด) หลวงพ่อท่านบอกว่าพระพุทธเจ้าท่านสอนอย่างนี่นะ จำถูกจำผิดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้



    ไว้ มีโอกาสจะนำเรื่องครูสอนมโนยิทธิตรวจสอบนาคที่จะไปบวชพระธุดงค์วัดท่าซุงมา เล่าให้ฟังต่อไป สำหรับวันนี้ขอลาตรีสวัสครับ...พี่น้องทุกท่าน




    มโนยิทธิ...คืออะไร...

    มโน ยิทธิแปลว่ามีฤทธิ์ทางใจ...มีฤทธิ์อย่างไร...ในสมัยที่ยังมีชีวิต...ก็ สามารถฝึกเป็นญาณแปด...ทิพย์จักรขุญาณ...มีตาเป็นทิพย์...อนาคตังและฯลฯ มีทั้งหมดแปดอย่างเรียกว่าญาณแปด...แต่หลังจากเสียชีวิต...เป็นอภิญญา ใหญ่...ที่ติดตัวไปข้ามภพภูมิ...ตัวอย่าง มโนยิทธิเต็มกำลัง {ถ้าสงสัยขอเชิญลองตายดูแล้วนำมโนยิทธิครึ่งกำลังไปใช้ดูนะครับ} ที่พระเดชพระคุณหลวงทรงเมตตาให้ลูกๆหลานๆ ไวประจำใจ





    พระคุณหลวงพ่อกว้า้งใหญ่ไพศาลหาประมาญมิได้


    24/07/2555
    จะ ขอนำเรื่องมโนยิทธิ อาจารย์ผู้สอนและตรวจสอบ ผู้ที่ไปสมัครบวชพระปกิบัติธรรม แบบธุดงควัตร ที่วัดท่าซุง ท่านที่อยากจะบวช(บารมีเต็ม)ทนไม่ได้ ต้องการจะบวชพระให้สมใจเท่าที่รอคอยเวลามานาน ให้ท่านรีบไปสมัครวันที่ ๑ ตุลามคม ของทุกปี (นอกจากมีปัญหาเรื่องน้ำท่วม) ถ้าทางวัดรับนาคที่จะบวชก็คงไม่เกิน ๑๒๐ +- ของทุกปี ปีที่ผ่านมา วันที่ ๑ ประมาณ ๙-๑๐ โมงเช้าก็เต็ม ๑๒๐ +- จำไม่ได้ขออภัย
    หลัง สมัครกันแล้ว เวลาเที่ยงก็ไปวิหาร ๑๐๐ เมตรเพื่อฝึกมโนยิทธิกัน ผู้ที่บวชเป็นประจำทุกปี ก็ฝึกมโนฯ ๒ ครั้ง ส่วนท่านที่ยังไม่เคยบวชต้องฝึก ๓ ครั้ง ถ้าผ่านก็เป็นอันว่าได้บวช

    จะขอเล่าให้ท่านที่ปรารถนาที่จะบวชพระได้ทราบเพื่อเป็นแนวทางบ้างสักเล็กน้อยครับ
    เมื่อ ได้เวลา ๑๒.๐๐น.ก็เปิดเสียงหลวงพ่อนำสวดมนต์ โยโสภะคะวา และก็สมาทานศีลแปด และก็สมาทานพระกรรมฐาน เสร็จแล้วก็เป็นหลวงพ่อแนะนำอีก ๓๐ นาทีหลังจากนั้นหลวงพ่อก็จะให้ภาวนา นะมะพะทะ นานพอสมควร หลังจากนั้นก็จะมีอาจารย์เข้ามานะนำตัวและสอนต่อ (ห้ามลืมตาจนกว่าจะเลิก คือได้ยินเสียงหลวงพ่อนำอุทิศส่วนกุศล)

    เมื่อ มีครูเข้ามาสอนมาแนะนำ ครูก็จะบอกว่าวันนี้เราจะไปสวรรค์และนรกกัน ครูสอนก็สอนให้ตัดขันห้า(คือร่างกายเรา) แล้วก็ให้คิดถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ครูบาอาจารย์องค์ใดองค์หนึ่ง (องค์ที่เรารักและเคารพบูชาที่สุด) ครูสอน ข้าพเจ้าขอ
    ขออาราธนาบารมีครูบาอาจารย์ผู้มีพระคุณ ได้โปรดมาเมตตาสงเคราะห์มาประทับนะเบื่องหน้าของข้าพเจ้าด้วยเท อด แล้วครูก็จะถามว่ามีความรู้สึกว่าขณะนี้มีใครมาอยู่ข้างหน้าเราบ้างหรือยัง (หลายคนตอบเหมือนกันบ้างไม่เหมือนกันบ้างแล้วแต่อารมณ์) ครูก็จะบอกว่า จะเป็นพระพุทธเจ้า หลวงปู่ปาน หลวงพ่อฤาษี หรือท่านปูพระอินทร์ ท่านย่า ท่านแม่ทั้ง ๓ องค์ ก็เป็นอันใช้ได้แล้วแต่จิตเราจะมีความผูกพันกับใคร ชอบองค์ไหนก็ไปได้เหมือนกัน แล้วครูก็จะสอนนำ ขอบารมี พระพุทธเจ้า หลวงปูปาน หลวงพ่อฤาษี
    องค์ที่เราคิดถึง ในที่นี้ผมขอเอาพระพุทธเจ้าครูใหญ่ของโลก เป็นผู้นำทางก็แล้วกัน
    ครู สอนนำ ข้าพเจ้าอาราธนาบารมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาประทับนะเบื่องหน้าของ ข้าพเจ้าด้วย ครูก็จะถามว่าขณะนี้มีพระพุทธเจ้ามาหรือยัง นาคตอบพร้อมกัน
    มา แล้วครับ มาประยืนบ้าง นั่งบนแท่นบ้าง ท่านยิ้มให้บ้าง ยิ้มนิดๆ ครูก็นำต่อ ข้าพเจ้าขออาราธนาบารมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้โปรดนำพาอุทิสมาน กายของข้าพเจ้าไปสู่พระจุฬามณีเจดีย์สถานด้วยเทอด ขณะนี้เรามาถึงแล้วหรือยัง ถึงแล้วเห็นอะไรบ้าง เห็นเจดีย์มั้ย เห็นชัดเจนแจ่มใสมั้ย เห็นบริเวณเป็นอย่างไรบ้าง มีใครอยู่บ้าง ตอนนี้เราอยู่ตรงไหนของพระเจดีย์ เห็นประตูเห็นบันไดบ้างมั้ย ชัดมั้ยถ้าไม่ชัด ครูก็จะสอนให้ตัดขันห้าอีก แล้วก็ถามว่าเป็นอย่างชัดเจนแจ่มใสขึ้นบ้างมั้ย ครูก็จะพาเข้าไปในพระจุฬามณี ก่อนเข้าครูก็จะถามพระจุฬามณีมีรูปร่างเป็นเช่นไร นาคก็ต้องตอบไปตามความรู้สึกของจิตตนที่สัมผัสเห็นได้ ครูนำต่อ เราจะเข้าไปข้างในพระจุฬามณีกัน ตอนเดินขึ้นบันไดเห็นอะไรบ้างมั้ย แล้วแต่จิตจะสัมผัสได้มี่ความรู้สึกอย่างไรตอบไปตามนั้น (ห้ามลืมตานะจำไว้) แต่ถ้าคนทำชำนาญ ก็แล้วแต่พวกเขาพวกนี้จิตเร็วมีความชำนาญมากไว้มาก บ้างคนก็บอกว่าเห็นมีเทวดาอยู่ข้างหัวบันไดข้างละคน เห็นก็ยกมือไหว้เทวดา แล้วก็พากันขึ้นบันได้ เห้ฯภายในพระจุฬามณีมั้ย เห็นเป็นแบบไร มีใครอยู่ข้างในบ้าง ถ้าคนใหม่ก็ไม่รู้อะไรเลย ครูก็จะบอกเอง การอ่านหนังสือมโนยิทธิมากๆจะมีประโยชน์ก็ตอนนี่แหละ ถ้าไม่รู้ครูก็จะบอก ว่ากันไปนั้น
    เมื่อ เข้าไปข้างในแล้ว ครูก็จะถามเห็นแท่นสูงใหอยู่ตรงกลางมั้ย เห็นท่านปูพระอินทร์เห็นท่านย่ามั้ย ถ้าครูพูดแบบนี้ถ้าบอกไม่เห็นก็โง่เต็มที ครูก็สอนต่อเห็นแล้วใช้มั้ยคลานเข้าไปกราบที่ตักแล้วก็ไปกอดที่เอว บ้างท่านเห็นถึงกับร้องไห้ออกมาก็มี ก็สนทนาไปตามนั้น (ถ้าอยากรู้รายละเอียดก็ต้องไปหาหนังสือมโนฯมาศึก เพราะมีหลายรูปแบบ แต่ละท่านไปเห็นมาไม่เหมือนกัน รวมความแล้วหลายลีลาหลายอารมณ์ เมื่อคุยกับท่านปู่พระท่านย่า (พระชายาพระอินทร์) ครูก็นำต่อ ถัดออกไปอีกหน่อยเห็นท่านแม่ทั้ง ๓ มั้ย ท่านแต่งตัวแบบไหน ยิ้มมั้ย ท่านทักเรามั้ย เข้าไปกราบที่ท่านตักอีกคุยกันตามภาษานักมโนฯ เสร็จแล้วก็ลาท่านกลับลงมา และก็ไปดูนรกกันมั้ย ถ้ายังไม่หมดเวลา ก็ไปดูนรก มีกี่ขุม ครูก็จะบอกหมด ว่าขุมใหญ่ไล่ลงมา มีบริวารอีกแปดขุม ยมโลกี โลหะกุมภี มีหลายขุมหลายชื่อ ครูก็จะบอกสมัยที่เป็นมนุษย์ทำกรรมอะไรถึงต้องไปตกนรกขุมนั้นขุมนี้ เสร็จแล้วครูก็จะถามว่าเราเคยตกนรกขุมนั้นขุมนี้บ้างมั้ย
    ถ้า ไม่รู้ครูก็จะนำให้ขอบารมีพระองค์ใดองค์หนึ่ง ขอบารมีหลวงปู่ปาน หลวงพ่อฤาษี แล้วแต่เราจะขอ ขอบารมีหลวงพ่อได้โปรดสงเคราะห์ให้ข้าพเจ้าได้ภาพอดีตว่าข้าพเจ้าเคยมาตกนรก ขุมไหนบ้าง เป็นอย่างไรบ้าง นานแค่ไหน เจ็บปวดทรมาน มากน้อยแค่ไหน วันนี้ก็จะหมดเวลา บ้างทีก็ทันกลับลงมาข้างล่างบ้างที่ก็ไม่ทัน ถ้ามีเสียงหลวงพ่อนำอุทิศส่วนกุศล ครูก็บอกเราอยู่ข้างบนพระจุฬามณีบ้าง บนพระนิพพานบ้าง ดูอยู่ในรกบ้าง ครูก็จะบอกเราอุทิศส่วนกุศลกันที่ตกนั้นเลย พอหลวงพ่อนำจบก็ถือว่าจบ ครูก็จะเซ็นหนังสือให้ว่า ผ่านมั้ย ถ้าไม่ค่อยรู้เรื่อง ครูก็จะเช็นตำแหน่งให้มาซ่อมใหม่อีก หรือว่าพอไปได้ ถ้าพอไปได้ก็ให้ไปฝึกขั้นสู้และยากกว่าอีก วันนี้พิมพ์เสียยาวที่จริงแล้วเรื่องมโนยิทธิมันยาวมาก พิมพ์ไว้แค่นิดหน่อยพอเป็นแนวทาง

    จะ แนะนำให้ที่ครูสอนทั้งหมดเราต้องจดจำให้ได้แม่นยำ และกลับไปซ้อมที่บ้าน ตอนฝึกที่วัดท่าซุงหรือที่บ้านสายลมครูจะสอนจะนำเราไปทุกสถานที่และวิธี ต่างๆ เมื่อกลับมาที่บ้านก็หมั่นฝึกให้คล่องให้ชำนาญ ท่านอาจจะพบอภินิหารเกิดขึ้นตอนเช้ามืดก็เป็นไปได้ อภินิหารก็ได้มาจากมโนยิทธิที่ครูสอน บ้างคนก็ได้ตอนเช้ามืดที่บริเวณหน้าอุโบสถวัดท่าซุงก็มี ท่านบอกหลับตาก็เห็นลืมตาก็เห็น เห็นเทวดาลอยลงมามากมายที่อุโบสถ เห็นได้หลายอย่างตามที่ท่านปรารถนาจะเห็น บ้างท่านก็กลับไปได้ที่บ้านก็มี มโนยิทธิเมื่อได้แล้วต้องรักษาไว้ให้ได้ มันเป็นฌานโลกีเสื่อมง่าย ถ้ารักษาไว้ไม่ได้มันเฝื่อ หลวงพ่อท่านบอกถ้าจะมาให้สอนใหม่อีก จะไม่ยอมสอนให้อีกเลยท่านว่าอย่างนั้นนะ


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 25 กรกฎาคม 2012
  4. dekpra

    dekpra เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กันยายน 2010
    โพสต์:
    2,470
    ค่าพลัง:
    +2,484
    พระสวยๆครับ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 31 กรกฎาคม 2012
  5. dekpra

    dekpra เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กันยายน 2010
    โพสต์:
    2,470
    ค่าพลัง:
    +2,484
    รายการสะสมหรือพระมารอโปรดผู้มีบารมีถึงครับ

     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 22 กรกฎาคม 2012
  6. dekpra

    dekpra เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กันยายน 2010
    โพสต์:
    2,470
    ค่าพลัง:
    +2,484
    ที่ระลึกครบรอบหลวงพ่อฯ แบ่งให้บูชา ๔๕๐ ลดราคาครับ ๓๙๐ มี ๑ องค์
    [​IMG] [​IMG] [​IMG]

    [​IMG] [​IMG] [​IMG]
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 14 กันยายน 2012
  7. dekpra

    dekpra เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กันยายน 2010
    โพสต์:
    2,470
    ค่าพลัง:
    +2,484
    ขอนำคำสอนของหลวงพ่อมาอวยพรปีใหม่ แด่พี่น้องทุกท่านครับ

    [​IMG]

    และขออัญเชิญคำอวยพร"โอวาส"ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันที่หลวงพ่อ
    ไปขอมาอวยพรให้พระนวกะปี ๒๕๒๗ ที่วัดท่าซุงครับ
    { ให้ทุกคนกลัวเลว } สั้นๆครับโอวาส คำอวยพร ของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน

    ปีใหม่ ขอให้ สุข สด ชื่น สมหวัง ทุกท่านครับ


    [​IMG]




    [​IMG] <fieldset class="fieldset"> <legend>รูปขนาดเล็ก</legend> [​IMG]

    ต้องขออภัยทุกท่านด้วยครับ ที่ตอบช้า
    เพราะไปทำภาระกิจเสียหลายวัน
    เลยมิได้เข้าเว็บครับ...ขออภัย
    ต้องขออภัยจริงๆ

    ขอนำปฏิทิน...ฤกษพรหมประสิทธิ์ มาให้เป็นของขวัญวันปีใหม่แด่ทุกท่านครับ

    [​IMG]
    [​IMG]
    [​IMG] <fieldset class="fieldset"><legend>รูปขนาดเล็ก</legend> [​IMG] [​IMG] [​IMG]

    </fieldset>

    </fieldset>
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 31 กรกฎาคม 2012
  8. dekpra

    dekpra เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กันยายน 2010
    โพสต์:
    2,470
    ค่าพลัง:
    +2,484
    เรื่องประวัติความเป็นมาของพระอินทร์
    สนใจ มีซีดี MP3 ประวัติพระอินทร์ให้ฟัง แจกฟรีครับ

    ๑๔ ตอน ฟังกันจุใจ แสดงธรรมโดยหลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง ครับ


    <fieldset class="fieldset"><legend>รูปขนาดเล็ก</legend> [​IMG] </fieldset>
    วิญญาณ บาป บุญ นรก สวรรค์

    ท่าน ที่ยังไม่รู้ (ไม่เชื่อ) เรื่องวิญญาณ และเรื่องบาปบุญ นรก สวรรค์ ว่ามีจริงหรือไม่ ข้าพเจ้าขอแนะนำ ประสบการณ์ตาย ตายจริงถึง ๔ วาระ
    ของนายทหาร พันเอก(พิเศษ)เสนาะ จินตรัตน์ "ผู้ปรารถนาให้ผู้อื่นได้ดีกว่าตน"

    ทั้งที่ ครูทหาร จปร.ท่านก็ไม่สอนให้เชื่อเรื่องวิญญาณเหมือนกัน ท่านทำงานหนัก
    ท่านเล่นไพ่จนตาย และท่านก็มีโรคประจำตัว ท่านบอกว่าเมื่อท่านตายก็มีเสียงลึกลับ และมีพลังอำนาจมาก น่ากลัวมาก มาพาท่านไปตามสถานที่ต่างๆ พาไปดู แล้วกลับมาก็บอกให้บันทึกทำเทปไว้แจกผู้คนฟรี ห้ามจำหน่าย ท่านนำมาแจกฟรีในงานศพของตน (ท่านรู้วันตายของท่าน) ที่วัดโสมนัสวรวิหาร ที่กรุงเทพฯนี่เอง

    เมื่อ ก่อนตัวของกระผมเองก็ไม่ทำบุญ แต่เมื่อได้ฟังเรื่องนี้แล้ว ต้องรีบทำบุญหนัก ตรงไหนที่เป็นบุญเป็นเนื้อนาบุญ เรียกว่ารีบไปทันที และก็เป็นที่มา ของการได้มาพบธรรมะหลวงพ่อฤาษีฯ ผู้มีพระคุณอันไฟศาล หาประมาณมิได้ ต่อมนุษย์โลก และตัวของกระผม
    <fieldset class="fieldset"><legend>รูปขนาดเล็ก</legend> [​IMG]
    ประสบการณ์ ตาย ของ พ.อ. เสนาะ จินตรัตน์ เป็นแนวทางให้คนสนใจทำบุญสร้างกุศลกัน ในสมัยนั้นดังมากทั่วกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ปราบคนหัวดื้อหัวรั้นได้เป็นอย่างดี...รวมทั้งตัวกระผมด้วยดื้อรั้นมาก รอดตัวแล้วเมื่อได้ฟังเทป พ.อ.เสนาะ และก็หาทางบำเพ็ญกุศลทางพระพุทธศาสนาหนักเข้า ก็เลยเป็นที่มา ได้มาเจอหลวงพ่อฤาษีฯขอรับ ทุกวันนี้ก็เลยชอบทางสายกลางของพระพุทธศาสนานี้ขอรับ
    </fieldset>

    ทำบุญอย่างไรแบบไหนจึงจะได้บุญสมบูรณ์บริบูรณ์

    ขอเชิญโหลดไปฟังครับ...พี่น้องชาวพุทธมามกะ
    เจ้าของเรื่องเป็นคนจีนอยู่แถวชัยนาถนี้เองนับถอยหลังไปไม่ไกลครับ
    และมีพระอริยสงฆ์อยู่ในเหตุการณ์หลายองค์หนึ่งในนั้นมี
    พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน มหาเถรานุเถระ อยู่ด้วยครับ

    ##### ขอเชิญโหลดไปฟังกันครับ รับประกันคุณภาพด้วยชีวิตเด็กระ .อิอิอิ. #####


    <fieldset class="fieldset"><legend>ไฟล์แนบข้อความ</legend><table border="0" cellpadding="0" cellspacing="3"><tbody><tr><td>[​IMG]</td><td>J-เกล็ดความรู้ (30) - B.mp3 (3.57 MB, 45 views)</td></tr><tr><td>[​IMG]</td><td>L-เกล็ดความรู้ (31) - B.mp3 (3.65 MB, 38 views)

    </td></tr></tbody></table></fieldset>
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 31 กรกฎาคม 2012
  9. dekpra

    dekpra เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กันยายน 2010
    โพสต์:
    2,470
    ค่าพลัง:
    +2,484
    นนี้วันพระ 18/06/2555
    ชวนคุยกัน...ตามภาษาคอธรรมะครับ

    สวัสดีครับพี่น้องทุกท่านผู้มีใจบุญใจกุศล...วันมาฆบูชา...วันวิสาขบูชา...คืออไร...หลายท่านทราบ
    หลายท่านอาจไม่ทราบ...



    วันมาฆบูชา
    ตามประวัติศาสตร์ เรียกว่า...โอวาทปฏิโมกข์
    โอวาทปฏิโมกข์...คือไร...เป็นวันที่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า...ได้แสดงธรรมครั้งแรกของโลก
    มีใจความว่า...ให้ละเว้นจากความชั่วทั้งหมด...ให้ทำแต่ความดี...อะไรที่เป็นความดี...จะทำ
    ละเว้นจากความชั่วทั้งหมด...ได้แก่การรักษาศีลห้านั้นเอง...ศีลห้าข้อ...บางท่านบอกว่ายากทำไม่ได้
    ท่าน ทำบุญทำทาน สังฆทาน ตลอดชีวิต...แต่รักษาศีลห้าไม่ได้...เปรียบเสมือนถังรั่ว..ใส่น้ำเท่าไรก็ ไม่เต็ม..พระท่านว่าไว้สอนไว้อย่างนั้นนะ แล้วเมื่อไรเราจะพบดี..ท่านที่ยังทำไม่ได้รีบๆหน่อยนะครับ
    บางท่านอาจอยากย้อนถาม...แล้วผู้เขียนละทำได้ถึงไหนแล้ว
    เรียนพี่น้องทราบ...ผมได้สมาทานรักษาศีลห้า+กรรมบทสิบตลอดชีต...ตั้งแต่ ปี ๒๕๕๒
    และ ได้บวชพระธุดงค์วัดท่านซุง ๓ วาระ วัดธรรมยาน ๒ วาระ ในใจก็ยังอยากบวชอยู่เลื่อยๆ อยากจะพิสูจน์ในคำสอนของครูบาจารย์ในการธุดงค์ป่าลึก บิณฑบาตรกับเทวดา ทดสอบกำลังจิตตัวเอง เรียกว่าทำให้จบกิจ..ทำได้ถึงไหนก็พอใจครับแต่จะทำให้ดีที่สุด...ธรรมะในวัน พระวันนี้ขอสวัสดี

    [​IMG]


    [SIZE=4.20/06/2555...ศีล..หรือสีลานุสติกรรมฐานในกรรมฐาน ๔๐[/SIZE]​



    มา ว่ากันต่อเรื่องศีลครับ...ศีลทำให้คน เป็นมนุษย์ เป็นพระได้..(พระมีสี่ระดับ)..บุคคลใดถ้ายังรักษาศีลห้าไม่ได้...ก็ไม่แน่ นักว่าท่านจะได้กลับมาเกิดเป็นคนอีกหรือไม...รักษาศีลห้าได้บ้างไม่ได้บ้าง ก็ยังเป็นคน"คนแปลว่ายุ่ง"พระท่านว่าอย่างนั้น..


    ถ้า รักษาศีลห้าได้+กรรมบทสิบ...พระท่านเรียกมนุษย์(แปลว่าผู้ประเสริฐ) ศีลห้าคงจะยกจิตได้เท่านี้นะครับ ถ้าจะให้จิตสูงเบากว่านี้ก็คงจะต้องรักษาศีลแปด...ศีลแปดมีกำลังสูงสามารถยก จิตจากคนจากมนุษย์เป็นพระได้...ขณะที่ยังฝึกปฏิบัติจิตอยู่...องค์สมเด็จพระ บรมครูเอกฯท่านยังทรงเรียกพระโยคาวจร...เพศคฤหัสถ์(เพศครองเรือน)มีศีลแปด เป็นศีลที่สูงสุด



    ต่อไปเป็นศีลสิบ..ได้แก่สามเณร...ศีล ๒๒๗ ได้แก่พระภิกษุ...ศีลหรือบทเรียนขั้นที่ ๒ ในบารมีสิบ ส่วนขั้นที่ ๑ ได้แก่ทาน


    ศีล ห้าที่ว่ายากศีลแปดยากกว่ามากนัก..ศีลแปดศีลสิบใกล้เคียงกัน...แต่ศีลพระ ๒๒๗+เสขิวัตรอีก ๗๕ เพื่อความเป็นพระความเป็นพระทำได้ยากมาก..จะเดินตรงไปข้างหน้าหันซ้ายหันขวา ถอยหลังก็เต็มไปด้วยข้ออาบัติ...ความเป็นพระแท้ทำได้ยากมาก...ด้วยเหตุนี้ พระจึงตกนรกมากที่สุด(พระท่านว่าไว้)...จะเห็นได้ว่าศีลมีความสำคัญมาก...จะ เห็นได้ว่าถ้าไม่มีศีลความเป็นมนุษย์ความเป็นพระก็คงจะไม่มีใช้หรือไม่


    ปล.ที่เขียนไว้ไม่ใช้ความรู้ผมจำพระท่านมาทั้งหมด(เป็นความรู้ของพระ)...


    เขียนไว้เพื่อจะได้เป็นบุญเป็นกุศลบ้างเท่านั้นเองครับ...สวัสดีพี่น้อง

    26/06/2555
    วันนี้วันพระที่ ๒๖ มิถุนายน ๕๕
    กระผมขอนำคำสอนและคำสนทนาระหว่างในหลวงกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤาษีฯในคำว่า "จาคะ - ทาน" มาให้พี่น้องได้สดับพิจรณากันครับ
    ใน ปี ๒๕๕๒ กระผมได้ไปสมัครบวชพระธุดงควัตรที่วัดท่าซุงเป็นปีแรก และได้กล่มที่ ๓ เป็นลูกศิษย์หลวงพี่ทีป (ท่านได้มรณะภาพไปแล้ว)และท่านได้เคยเมตตาเล่าให้ผมฟังว่า ประมาณตี ๑ - ตี ๒ ในหลวงท่านจะโทรศัพท์มาสนทนาธรรมกับหลวงพ่อเป็นประจำแทบทุกวัน และเป็นปีแรกที่ผมได้บวชพระที่วัดท่าซุง กระผมได้ความประทับใจสมใจ และได้พบสิ่งที่ แปลกมหัสจรรย์ และความรู้สึกในใจอย่างลึกซึ้งที่ไม่เคยได้สัมผัสมากาลก่อน สนใจข้อมูลเพิ่มเติมโทรคุยกันได้ครับ

    [​IMG]

    [​IMG]
    <fieldset class="fieldset"> <legend>รูปขนาดเล็ก</legend> [​IMG] [​IMG] [​IMG]

    </fieldset>
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 31 กรกฎาคม 2012
  10. dekpra

    dekpra เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กันยายน 2010
    โพสต์:
    2,470
    ค่าพลัง:
    +2,484
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 31 กรกฎาคม 2012
  11. dekpra

    dekpra เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กันยายน 2010
    โพสต์:
    2,470
    ค่าพลัง:
    +2,484
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 31 กรกฎาคม 2012
  12. dekpra

    dekpra เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กันยายน 2010
    โพสต์:
    2,470
    ค่าพลัง:
    +2,484
    การฝึกมโนยิทธิแบบเต็มกำลัง
    ตามสูตรปกติที่หลวงพ่อสอนมาแต่เดิม

    เราก็ภาวนา...นะมะ...พะทะ...ตามที่พวกเราได้รู้ได้ศึกษามา
    เรา จะขึ้นไปแบบครึ่งกำลังกันก่อนแล้วไปสว่างข้างบนบ้างก็มีทำได้..หรือจะ ภาวนา..นะมะ..พะทะ..จนได้ฌาน ๔ รอจนมีพระมารับไปก็มีครับ..หรือตามแบบพระอาจารย์พระอาจินต์ท่านสอนและท่านก็ สอนให้พรุ่งดวงจิตออกไปให้ไกลสุดๆพรุ่งไปข้างหน้าและข้างหลังพรุ่งไปซ้ายขวา เพื่อเตียมปฏิบัติเต็มกำลัง และบางท่านก็ภาวนา...นะมะ..พะทะ..ไปจนกว่าจะได้ฌานสี่..ถ้าบุคคลใดไม่เคยได้ ฌานสี่มาก่อนก็จะมีอาการร้อนหน้าอกหายใจไม่ออกถ้าจิตแข็งภาวนาไปเลื่อยๆจน มันจะขาดใจจนใกล้จะตายหรือสู้จนตายบ้างท่านก็ไปได้เลย..บางท่านก็ตีหน้าออก ไปได้บ้างไม่ได้บางท่านกรรมเก่ามาขวางก็ทำให้ปวดหลังปวดขาแทบจะแตก(เป็นเฉ พราะวันเต็มกำลังเสียด้วย)หลังจากหมดวันเต็มกำลังอาการปวดก็หายไปแทบจะไปก็ มีเลยก็ว่าได้...ทำแบบนี้กระผมเองก็คลายๆนี้เลยยังไปไม่ได้เหมือนกัน

    เวลา ได้เข้าใกล้ผู้ที่เป็นอาจารย์สัมผัสได้เยือกเย็นมีตวามสุขเปี่ยมไปด้วยความ เมตตาเยือกเย็นสบายใจจิตเป็นสุข...ท่านสอนให้ตัดมานะให้ได้ให้ขาดกระจุย เจริญพรหมวิหารสี่ตัดขันห้าให้ได้เด็ดขาดละสังโยชน์สิบและละอวิชา...ถ้าทำ ได้ก็ใกล้จะไปได้แล้ว...ที่เหลือว่างอารมณ์ให้สมดุล...ไปได้แน่ๆ...ท่านผู้ มีความชำนาญกล่าวไว้ครับ

    เรามาเริ่มต่อยอดกันเลยนะครับ
    (สูตรที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อเมตตาลงมาสอน)
    หลังจากสมาทานพระกรรมฐานแล้ว
    สูดลมหายใจเข้าถึงเหนือสะเดือ...ภาวนาว่า...พุท
    ผ่อนลมออกถึงปลายจมูก...แล้วภาวนาว่า...โธ..ทำ๓รอบ
    ทิ้งคำภาวนา...ทำจิตใจให้เป็นสุข...อารมณ์ดี..ยิ้ม...หรือเจริญพรหมวิหารสี่...พอจิตเป็นสุขดีแล้ว
    ภาวนาต่อ...นะมะ...พะทะ...ต่อ
    ดึงลมหายใจเข้าถึงเหนือสะเดือ...ภาวนาว่า...นะมะ
    ผ่อนลมหายใจออกถึงปลายจมูก..ภาวนาว่า..พะทะ...๓..รอบ
    ทำใจให้สบายเยือกเย็นใจเป็นสุข..อารมณ์ดี..
    ทิ้ง คำภาวนา...พิจรณาตัดขันห้า...ละอวิชา...มีอารมณ์จับพระนิพพาน...พิจรณาให้ ได้จริงๆ...ทำได้แล้ว...ทำจิตให้เยือกเย็นมีความสุข...ภาวนาต่อ...นิพพา ณัง...สุขัง

    ดึงลมหายใจเข้าให้ถึงเหนือสะดือ...ภาวนาว่า...นิพพาณัง
    ผ่อนลมหายใจออกถึงปลายจมูก....ภาวนาว่า...สุขัง...๓..รอบ
    ทิ้งคำภาวนา...มองดูตัวเองดูอทิสสมานกาย..
    มองดูตั้งแต่เท้าถึงหัวเข่าเป็นแก้ว...ทำอารมณ์ให้สบายทำใจให้เป็นสุขเยือกเย็น
    มองดูตั้งแต่หัวเข่าถึงเอวเป็นแก้ว.ทำอารมณ์สบายทำใจให้เป็สุขเยือกเย็น
    มองดูตั้งแต่เอวถึงคอเป็นแก้ว...ทำอารมณ์สบายทำใจให้เป็นสุขเยือกเย็น
    มองดูตั้งแต่คอถึงผมบนหัวเป็นแก้ว..ทำอารมณ์สบายทำใจให้เป็นสุขเยือกเยือนยิ่งดี
    หายใจเข้าถึงสะเดือ ๓ รอบอวัยวะภายในเป็นแก้ว
    มองดูตั้งแต่หัวลงมาถึงเท้าคิดให้เป็นแก้วประกายพรืก
    (ถ้ามีความคล่องขณะนี้เป็นฌานสี่แล้วนะครับพี่น้อง)

    ต่อไปให้ตั้งนะโม ๓ จบ
    แล้ว ขอราธนาพุทธบารมี...อำนาจฉัพพรรณรังสีขององค์สมเด็จองค์ปฐมปรากฏพระรูปพระ โฉมขึ้นณ เบื่องหน้าแห่งข้าพพระพุทธเจ้าค่า...คิดเอาว่าพระพุทธองค์ท่านมาประทับนะ เบื่องหน้าบางท่านอาจจะเห็นเลยก็ได้ (แต่หน้าจะเห็นถ้าคล่องตัวดีแล้ว)
    แล้วอารธนาบารมีท่านนำไปสู่วิมานของท่าน...ใหม่ๆให้กำหนดจิตเอาว่าขณะนี้ท่านประทับนะ
    เบื่องหน้าองค์ใหญ่มากที่สุด
    ให้กำหนดจิตตั้งนะโม ๓ จบ แล้วขอขมาคุณพระศรีรัตนตรัย
    แล้ว ขอบารมีท่านให้แยกอทิสมานกายเราให้มีเท่ากับพระพุทธเจ้าที่มีอยู่ทุกพระองค์ แล้วกำหนดจิตกราบแนบพระบาททุกพระองค์...แล้วแยกอทิสมานกายไปให้เท่ากับพระ ปัจเจกพุทธเจ้าทุกพระ..แล้วกราบแนบพระบาท..แล้วหันมาทางหลังเรานึกเอาเป็น พระอรหัต์สาวกทุกพระองค์หลวงปู่หลวงพ่อท่านปู่พระอินทร์ท่านย่าท่านแม่ทั้ง ๓ ท่านกำหนดจิตกราบแนมเท้าทุกพระองค์
    แล้วกำหนดจิตขอบารมีองค์ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสมเด็จองค์ปฐมและทุกพระองค์ร่วมจิตของข้าพพระ พุทธเจ้าที่แยกออกไปกลับมาเป็นหนึ่งเดียว..กำหนดจิตกราบแนบพระบาททุกพระองค์ (พระพุทธเจ้า) ข้าพพระพุทธเจ้าขออราธนาบารมี...ตอนนี้ถ้ามีความ คล่องหมายถึงฝึกจนชำนาญท่านจะไปที่ไหนก็ได้แล้วเพราะเป็นฌานสี่ละเอียดนะขอ รับ...พระอรหันตมรรคท่านจะไปที่ห้อง(พระชินะ)ไปเรียนวิชาต่างๆกับพระผู้มี พระเจ้าบางท่านเรียนมาหลายๆปีก็ยังไม่หมด..จะมีอาจารย์ตั้งพระพุทธเจ้าพระ อรหันต์ที่นิพพานไปแล้วมาสอนท่าน..บางท่านก็ไปเรียนกสิณ ๑๐ ที่นี้เป็นเร็วสำหรับผู้ที่มีวิสัย..วิชาสาม..อภิญญาหก..ปฏิสัมภิทัปปัต โต......ท่านจะไปเที่ยวที่ไหนหรือท่านจะอยู่เรียนศึกษาพระคาถาที่ห้องอรหันตมรรค(หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งห้องพระชินะ)
    ถ้าท่านจะกลับมายังร่างของท่าน..ให้ขออำนาจฉัพพรรณรังสีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือหลวงปู่หลวงพ่อนำมาส่งแล้วเราก็กราบท่านแล้วเราก็มานั่งซ้อนร่างของเรา
    (หายใจเข้าออก..พุท..โธ..๓..ครั้งแล้วก็ลืมตาครับ)
    (อย่า กลัวนะครับถ้ากลัวไม่มีผล..ถ้าไม่เคารพก็ไม่มีผล..ถ้าคิดจะมาทดสอบแต่ไม่มี ความเคารพก็ไม่ต้องมาไม่เกิดผล...พุทธศาสตร์...ไม่ใช้วิทยาศาสตร์)หลวงพ่อ ท่านกล่าวไว้หน้ากลัวครับ

    ขอเรียนเชิญพี่ๆน้องๆผู้มีความ รักในการปฏิบัติศึกษาเอาตามสบายเลยครับ...ท่านนำไปปฏิบัติเกิดผลอย่างไร... อย่าลืมมาเล่าสู่ให้พี่น้องได้ฟังกันทั่วหน้านะครับ...ขอให้ทุกท่านโชคดี
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 31 กรกฎาคม 2012
  13. dekpra

    dekpra เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กันยายน 2010
    โพสต์:
    2,470
    ค่าพลัง:
    +2,484
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 31 กรกฎาคม 2012
  14. dekpra

    dekpra เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กันยายน 2010
    โพสต์:
    2,470
    ค่าพลัง:
    +2,484
    สวัสดีครับพี่น้อง...ทุกยูสเซอร์เนม...ผมขอตอบรวมๆกันเลยนะครับ
    ที่เข้ามาโมทนาบุญ...แสดงออกถึงอารมณ์เดียวกัน (คอเดียวกัน)
    และก็อาจจะลูกพ่อเดียวกัน...การโมทนาเป็นอารมณ์ของผู้มีบุญมีปัญญาและก็มีความฉลาด...ลองวัดกำลังใจดูในบารมี ๑๐ นะครับ...
    ๑.ทาน ๒.ศีล ๓.เนกขัมมะ ๔.ปัญญา ๕.วิริยะ ๖.ขันติ ๗.สัจจะ...
    ๘.อธิษฐาน ๙.เมตตา ๑๐.อุเบกขา...ครบ...บารมี ๑๐
    ...ขอบารมีคุณพระศรีรัตนตรัยและคุณบูรพาจารย์...ประทานพร
    ท่านปารถนาสิ่งใดขอให้ท่านสมปารถนาทุกประการเทอญ...สาธุ

    จะขอนำความรู้ที่ได้จำมาจากคำสอนของหลวงพ่อฤาษีฯที่ท่านรับตรงมาจากองค์ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาเล่าต่อ..สู่พี่น้องคนมาใหม่ที่ยังไม่เคยได้รับฟังครับ

    มโนยิทธิ ครึ่งกำลัง เต็มกำลัง เป็น อภิญญาสมาบัติ
    ทุกครั้งก่อนที่จะนั่งสมาธิ มโนฯเต็มกำลัง กัน
    พระเจ้าหน้าที่ก็เปิดเสียงหลวงพ่อฤาษีฯสอนก่อน ครึ่ง ชม.
    หลวงพ่อจะพูดว่า...ผู้ที่จะมาทดลองแต่ไม่มีศรัทธาจะมาทดลองแบบ
    วิทยาศาสตร์...หลวงพ่อพูดว่าไม่ต้องมาเสียเวลามาทดลองไม่เกิดผล
    นี่เป็นพุทธศาสตร์...ไม่ใช้วิทยาศาสตร์ ต้องมีความรักเคารพความศรัทธาในพระพุทธศาสนาเท่านั้นจึงจะมีผล...
    อภิญญา...อภิญญาอย่างไร...
    ตอนมีชีวิต...ต้องฝึกหนัก...ในพระกรรมฐาน ๔๐
    แต่ตอนนี้กำลังใจลูกหลานมันออนลงมาหลวงพ่อฝึกอภิญญาหกใด้แค่ชุดแรกชุดเดียวประมาณ ๘๐ คน พระพุทธเจ้าท่านว่ากำลังใจลูก
    หลานออนลงฝึกไปมากไม่มีผล...ก็เลยสอนมโนยิทธิใช้กำลังใจแค่อุปจารสมาธิ (คืออารมณ์แค่สบาย)ใช้กำลังจิตเคลื่อนออกไปจากกายเนื้อไปทองเที่ยวไปภพภูมิ ต่างๆดูสวรรค์ดูนรกแต่ท่านเน้นไปพระจุฬามณีเจดีย์สถานและก็ไปพระนิพพานและก็ ให้ฝึกไปบ่อยๆจนอารมณ์ชินเป็นปกติ

    มันเป็นอญิญญาอย่างไร...ผมเองก็โง่มาตั้งนานครับ
    ผมได้ฟังเทปประสบการตายของ พ.อ.พิเศษ เสนาะ จินตรัตน์
    เล่นไพ่จนตาย ตายไปเดินไปตามภพภูมิ หิวก็หิวเหนื่อยก็แสนที่จะเหนื่อยและก็ยังอาจจะถูกวิญญาณร้ายที่จิตเขาแข็ง กว่ารังแกเอาได้ตายไป ๓ ครั้งแล้วต้องกลับมาเขียนเป็นบันทึกไว้ตายครั้งที่ ๔ ก็นำเทปที่บันทึกไว้ไปอัดและก็แจกในวันงานฌาปนกิจศพตัวเอง ครั้งที่ ๔ ตายจริง
    ทุกครั้งที่ตายไปก็เดินไปตามภพภูมิต่างๆเดินไปเหนื่อยไปหิวไปทรมานมาก นี้เป็นการตายแบบผู้ที่ไม่ได้บำเพ็ญบารมีในรูปแบบของพระพุทธศาสนา
    แต่มโนยิทธิเป็นรูปแบบในการบำเพ็ญในรูปแบบของพระพุทธศาสนาและก็เป็น อภิญญา...อภิญญาตอนที่จิตของท่านออกจากร่าง ร่างกายเป็นทิพย์เป็นไปตามอำนาจบุญวาสนาบารมีบุญไม่เท่ากัน ร่างกายเป็นทิพย์ ตอนนี้และใช้มโนยิทธิท่องเที่ยวไปตามภพภูมิต่างๆตามความชอบใจได้เลย ร่างกายก็เป็นทิพย์ไม่หิว ไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่ต้องถ่ายอุจจาระ ปัสสวะ มีแต่ความสุข...ดีมั้ยครับพี่น้อง...ขอเล่าย่อๆแค่นี้..สนใจไปศึกษาค้นหา เพ่มเติมเอาเองครับ
    ที่พิมพ์มาทั้งหมดนี้ในฐานะ ที่ข้าพเจ้าเป็นพุทธมามกะเป็นสาวกขององค์สมเด็จพระประทีปแก้วขอเอาชีวิตเป็น การันตีว่าจริง...ถ้าท่านได้ปฏิบัติแล้วไม่เกิดผลไม่เป็นจริง...ขอเชิญท่าน มาเอาชีวิตของข้าพเจ้าไปได้เลยครับไม่เสียดาย...สาธุ
    ปล.สิ่ง ที่ข้าพเจ้าได้นำมาพิมพ์โพสต์ลงกระทู้ไว้นี้จะมีประโยชน์หรือเป็นกุศลสัก เล็กน้อย ข้าพเจ้าก็ขอถวายบูชาคุณพระศรีรัตนตรัยและคุณครูบาอาจารย์มีหลวงพ่อฤาษีฯ เป็นที่สุด...สาธุขอนิพพานชาตินี้ครับ

    ขอหยุดการบริการแบ่งของรักของบูชาไว้แต่เพียงเท่านี้ขอรับ
    หลังวันที่ ๑๘ ก.พ. ๒๕๕๕ มาว่ากันใหม่หากยังมีชีวิตอยู่ครับ
    ท้ายสุดขอบารมีบูรพาจารย์ตั้งแต่สมเด็จองค์ปฐมจนถึงหลวงพ่อฤาษีฯเป็นที่สุด
    ขอให้พี่น้องทุกท่าน รวย รวย รวย มีความสุข สุขภาพแข็งแรง และเต็มบริบูรณ์ โชคลาภใหญ่ๆใหญ่สุดได้แก่ พระนิพพาน เป็นการจบกิจในพระพุทธศาสนานั้นเอง...(กิจอื่นที่จะพึงทำไม่มี) สาธุ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 31 กรกฎาคม 2012
  15. dekpra

    dekpra เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กันยายน 2010
    โพสต์:
    2,470
    ค่าพลัง:
    +2,484
    สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๕

    <hr style="color:#FFFFFF; background-color:#FFFFFF" size="1"> เรื่องนิทานที่จะเล่าต่อไปนี้
    เรื่องก็มีอยู่ว่า...มีขุนศึกท่านหนึ่งทำทรงผมแบบสมัยพระเจ้าตากสิน...
    และในครั้งนี้ท่านก็ได้เข้าร่วม...บรรพชา-อุปสมบท...เป็นพระภิกษุ
    ท่านคุยดัง...ท่านบอกในชีวิตของ...ตั้งแต่เป็นฆราวาส...จนบวชเป็นพระ...
    ท่านบอกว่า...ท่านตามล่าพระอรหันต์...ถ้าท่านรู้หรือว่ามีใครบอกว่าพระอรหันต์อยู่ที่ไหนท่านจะไปทุกที่?
    <<<ท่านใดทราบว่ามีพระอรหันต์อยู่ที่ไหนช่วยบอกท่านที่>>>
    กระผมก็ไม่ทราบว่าท่านพบเจอบ้างหรือยัง

    และอีกเรื่องหนึ่งศิษย์ตามหาอาจารย์
    เรื่อง นี้เกิดขึ้นที่ชนบทแห่งหนึ่ง มีเด็กชายคนหนึ่งถือกำเนิดขึ้นมาในตระกุลชาวนาที่ยากจน อายุประมาณ ๖-๗-๘ ขวบ มีความยากจนมาก พ่อก็ใช้ให้ไปหาปลาหากบตามทุ่งนามาเป็นอาหาร ใช้ฉมวกแทงกบบ้างไปลงเบ็ดหาปลาบ้าง เด็กคนนี้หาปลาหากบก็เก่ง เรียกว่าทำบาปขึ้น ทุกครั้งที่เด็กคนนี้ลงฉมากที่กบก็รู้สึกเสียวและปดปลาออกจากเบ็ดก็รู้สึก กลัวเจ็บแต่จำใจต้องทำทั้งที่ไม่อยากทำ ทำอยู่อย่างนี้เป็นปกติเพราะต้องเลี้ยงชีพ อยู่วันหนึ่งคนแถวเขาไปทำบุญกันที่...วัดบางนมโค...ได้บูชาวัตถุมงคลและ หนังสือประวัติหลวงพ่อปานมา...เด็กคนนี้ได้มีโอกาสได้อ่านประวัติหลวงพ่อปาน อ่านแล้วชอบใจมากจนวางหนังสือไม่ลง อยากจะมีฤทธิ์มีเดชและก็อยากได้ปฏิสัมภิทัปปัตโตและก็ชอบใจในตอนหนึ่งเรื่อง หลวงตาสร้อยพระที่มีจริยาแปลกๆไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช เวลาเช้าก็เอาบาตรไปแขวนไว้ที่ต้นไม้สักครึ่งชัวโมงก็ไปรับบาตรกลับมาเสร็จ แล้วก็มีข้าวสีเหลืองๆสักสามทับพี ท่านก็ฉันหมดสามทับพีก็อิ่มพอดีท่านทำเป็นปกติทุกวัน จนหมอท่านเห็นพฤติกรรมแปลกๆก็สงสัยจึงนำความนี้ไปถามพระสงฆ์อีกรูปหนึ่ง คือ...พระเดชพระคุณหลวงพ่อฤาษีฯนั้นเอง...แล้วท่านก็บอกมาว่าให้หาหมอที่ไป เรียนต่างประเทศมาหาหลายๆคน คนละภาษาให้ไปคุยกับพระหลวงตาองค์นั้นถ้าท่านฟังและคุยได้ด้วยทุกภาษาก็แสดง ว่าพระองค์นั้นเป็นพระปฎิสัมภิทาญาณหรือปฏิสัมภิทัปปัตโต เป็นพระอรหันต์สูงสุดในพระพุทธศาสนานั้นเอง เสร็จแล้วหมอท่านก็ไปทำตามนั้น และ ก็เป็นจริงตามนั้นและท่านก็สามารถฟังคุยตอบได้ทุกภาษา เด็กชายคนนั้นเมื่อได้อ่านถึงตรงนี้แล้วก็ชอบใจมาก แต่แล้วผู้เป็นพ่อก็ใช้ให้ไปหามะขามมาให้ ต้นมะขามมันใหญ่มาก เด็กชายคนนั้นไม่สามารถจะขึ้นได้ต้นมันใหญ่เท่าโอ่งมังกรแต่เด็กชายคนนี้ยัง ตัวเล็กอยู่มากถ้านำแขนไปกอดรอบต้นมะขาม ห้าส่วนต้นมะขามแขนเด็กจะได้สักส่วนก็ไม่ได้ แต่เมื่อพ่อใช้ไปก็ต้องทำให้ได้ (ท่านพี่น้องคิดว่าเด็กจะขึ้นได้มั้ยครับ)ผู้เขียนขอเป็นกำลังใจให้ตามดูกัน ต่อไปครับ และเด็กคนนี้ถ้าขึ้นไม่ได้จะกลับก็ไม่ได้ เพราะยังไม่ได้ฝักมะขามเลย เด็กก็คิดหนัก พอดีเห็นกิ่งมะขามมันห้อยลงมาก็คิดได้เลยโหนกิ่งมะขามขึ้นไปสูงมากมองลงข้าง ล่างก็กลัวจนใจสั่น ไอ้จะไม่ขึ้นก็ไม่ได้ขึ้นไปแล้วก็กลัว ช่วงเวลานั้นเด็กก็คิดอะไรได้ด้วยความกลัวสูง นึกถึงหลวงปู่ปานแล้วพูดออกมาว่าเจ้าพระคุณ~ฯขอให้ข้าพเจ้าได้มีอาชีพที่ไม่ ต้องฆ่าสัตว์ตัดชีวิตลงทุนน้อยได้กำไรมาก พูดเสร็จก็ขนลกไปทั้งตัว (ตอนนั้นเด็กคนนี้ยังไม่รู้จักคำว่าอธิษฐาน) เสร็จแล้วก็มีกำลังใจหายกลัวความสูงออกไปเก็บฝักมะขาม พอแล้วก็ลงมานำมะขามไปให้พ่อ ประวัติหลวงพ่อสร้อยพระปฏิสัมภิทาญาณองค์นั้น เป็นเหตุให้เด็กคนนนั้นไม่คิดที่จะเรียนหนังสือต่อทั้งที่เด็กคนนี้การเรียน ดีเป็นอันหนึ่งของหมู่บ้านตำบลไกลปืนเที่ยงเลยทีเดียว (เก่งที่สุดในโรงเรียน) ไม่ตั้งใจฟังคำสอนแต่ครูถามก็ตอบได้
    ก็แปลก หลังจากจบ.๔ ก็ไม่เรียนต่อ แต่ได้มีโอกาสไปฝึกงานร้านถ่ายรูปทางทิศเหนือ ไปแล้วก็ตั้งใจฝึกจนสามารถ ผสมสารเคมีสร้างภาพหยุดภาพ และสามารถทำรูปขาวดำได้รูปเล็กรูปใหญ่ เป็นเร็ว เขาเรียกงานห้องมืดมีความชำนาญแล้วก็มาฝึกแต่งฟิลม์แต่งรูปก็สามารถทำได้ วิบากกรรมของเด็กคนนี้ถ้าจะย้อนคิดไปดูก็จะไปตรงกับคำอธิษฐานที่บนยอดมะขาม ขอจบตอนเด็กไว้เท่านี้เพราะท่านเล่าให้ฟังเท่านี้ครับ ตอนหนุ่มสาวกลางคนขอตัดไปก่อนครับ (เพราะท่านไม่เล่าให้ฟัง)

    เดี่ยวพี่น้องจะมาต่อว่าตามอาจารย์ตรงไหนไม่เห็นมี งงง
    จัด ไปตามท้องเรื่องครับ ผมได้มีโอกาสไปพบพระท่านที่งานธุดงควัตรที่ป่าธุดงค์แห่งหนึ่งครับ ท่านบอกว่าท่านตามหาพระอาจารย์ที่เป็นพระปฏิสัมภิทาญาณมาครึ่งค่อนชีวิตแล้ว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววที่จะพบพระที่เป็นอาจารย์ที่จะสอนปฏิสัมภิทาญาณเลย ท่านใดทราบโปรดติดต่อมาที่ผมแล้วผมจะได้ไปบอกท่านต่อครับ อิอิ ท่านบอกว่า...คิดว่าชีวิตนี้ชาตินี้จะได้พบพระอาจารย์หรือเปล่าหนอ...ตามหา มาตั้งนานแต่ยังไม่พบ...ท่านบอกว่ามโนยิทธิก็ทำ แต่ไม่ค่อยสนใจทำไร เพราะท่านต้องการ วิชาสาม อภิญญาหก ปฏิสัมภิทาญาณ หลังจากวันที่ ๑๑-๑๒ ผ่านไปท่านก็ฝึกมโนฯเต็มกำลังก็ไม่ได้ เสร็จท่านก็มาพบพระอาจารย์มโนฯ มโนฯเต็มกำลังท่านมีความคล่องความสามารถสูง เรียกว่าไปเต็มกำลังได้ตลอดเวลาตามที่ท่านต้องการจะไป ท่านได้ไปเรียนขอกราบสมัครฝากตัวเป็นศิษย์และก็ได้ตอบรับสอนให้เป็นที่เรียบ ร้อย แต่ก์ยังไม่จุใจท่านไปหาพบพระอีกท่านหนึ่งองค์นี้มีวิปัสนาญาณสูง ก็สอน วิชามโนฯให้เป็นที่เรียบร้อย แต่ยังไม่พบพระอาจารย์ที่เป็นพระ ปฏิสัมภิทาญาณเลย หาไม่เจอก็ไม่ทราบว่าจะทำประการใด เสร็จแล้วท่านก็เดินภาวนาไปตลอดทางหลุดบ้างได้บ้าง ไปตามเส้นทางพระโยคาวจร (ทางเข้าป่าธุดงควัตร) ก่อนหน้านี้ท่านได้ไปพบหลวงตาท่านหนึ่งอายุมากแล้วพบท่าน ท่านช่วนไปพระนิพพานตลอดเวลาเบื่อหน่ายชีวิตเต็มที ท่านก็ยังโง่งมุ่งหาแต่พระปฏิสัมภิทาญาณต่อไป หลังจากที่ท่านไปสรงน้ำแล้วกลับที่พัก ท่านก็สวดมนต์อธิฐานขอให้ลูกสมหวังในปฏิสัมภิทาญาณ และก็พบอาจารย์ที่เป็นกาย
    มนุย์สอนด้วยเทอญ...สาธุ แล้วท่านก็ภาวนาหลับไปเมื่อไรก็ไม่ทราบ มารู้สึกตัวอีกทีก็ประมาณตี ๒ เพราะตี ๓ ต้องหลุกไปสรงน้ำและเตียมตัวไปลานธรรม ๒๕ ไร่ เพื่อเจริญพระกรรมฐานและออกบิณบาตร ท่านรู้สึกตัวตอนี ๒ ตื่นขึ้นมาก็ยังงงอยู่ มีประตูสามมิติมาลอยหมุนรอบตรงหน้าใกล้ติดใบหน้าเลยตลอดเวลา เพิ่มความ งงงงง อยู่มาก มองไปทางขวาเห็นภาพพระสงฆ์จำนวนมากอยู่เต็มป่า แต่มีอยู่องค์หนึ่งลอยเด่นอยู่ตรงกลางเห็นหน้าท่านชัดเจนจำได้แม่นยำ (การเห็นลืมตานะครับมิได้หลับตา) แล้วก็ขยี่ตาก็ยังเห็นเหมือนเดิม แล้วจึงมองมาทางซ้ายบ้างก็เห็นพระสงฆ์เต็มป่าแต่คนละรูปภาพเมื่อตะกี้นี้ คือคนละภาพกัน แต่เห็นพระสงฆ์รูปนั้นอยู่ตรงกลาง องค์เดียวกัน แปลกจริงๆ แล้วหลังจากนั้นภาพทั้งหมดนั้นก็หายไป (มาทราบตอนหลังนั้นคือภาพนิมิตภาพพระสงฆ์ที่อยู่ตรงกลางก็คือพระอาจารย์ที่ จะสอนปฏิสัมภิทาญาณนั้นเอง) หลังจากนั้นก็ไปสรงน้ำเตียมตัวไปทำกิจของสงฆ์ บิณทบาตรเสร็จ ทำวัตรเช้าฉันอาหารเสร็จ เจริญพระกรรมฐานเที่ยงเสร็จ สวดมนต์เย็นเจริญพระกรรมฐานเสร็จ แล้วก็ต้องเดินทางกลับเข้าป่าธุดงค์ ระหว่งทางเกิดอะไรขึ้นทราบไม่ครับพี่น้อง พระสงฆ์องค์นั้นองค์ที่เห็นเมื่อตอนเช้ามืด ท่านเดินมาเล่าว่าท่านก็เดินไปคุยไปเรื่องพระไตรปิฏกเรื่องการปฏิบัติบูชา ก็มีพระสงฆ์ท่านหนึ่งท่านบอกว่าท่านได้รับพัดยศจากในหลวงท่านบอกต่อว่าท่าน ได้จากอ่านศึกษามาแต่ยังไม่ได้ปฏิบัติ จึงยังไม่ขอรับพัดยศ ขอถวายคืนมหาราชก่อน แล้วหลักจากนั้นรอให้ข้าพเจ้าได้ศึกษาจากการปฏิบัติได้สมบูรณ์จนเรียกได้ว่า บรรลุแล้วกระผมจะมารับพัดยศครับ แล้วหลังจากนั้นกระผมจึงจะมาขอรับพดยศ
    พระนวกะจึงถามต่อว่า ท่านได้รับพัดยศมาแล้วหรือครับ พระอาคันตุกะตอบว่า ครับ พระนวกะถามต่อว่าถ้าอย่างนี้ท่านก็ฟังภาษาสัตว์รู้เรื่องซิครับ พระอาคันตุกะตอบว่าครับ แล้วท่านก็บอกว่ามดมันเดินมาตัวหน้าสุดคือหัวหน้า มันเดินตามกันมาแล้วพูดว่า มีอันตรายมั้ย ส่วนตัวที่อยู่รองลงมากลางๆ มันจะพูดว่ามีอาหารมั้ย
    แล้วยังมีนกบินมาจับบนกิ่งไม้ใกล้ๆแล้วร้อง สักครู่ตัวผู้ก็บินมาคุ่ยกันจีบกันเหมือนมษุย์ ถูกคอถูกใจก็บินไปใช้ชีวิตคู่ตามภาษานก ท่านอธิบายคำพูดของนกได้ความเหมือนคนจีบกัน พอดีเห็นเทียนต้นใหญ่ติดไฟอยู่ ท่านก็พูดถึง เตโชกสิณังๆๆๆๆ บังคับไฟ ทำแบบไหนก็ได้ แต่พอดีพระเยอะมากเลยยังไม่ได้ดู ท่านเมตตาบอกว่า มโนยิทธิฝึกไม่ยากถ้าเข้าใจ กสินก็ไม่ยาก ถ้าได้กองหนึ่งแล้วกองต่อๆๆไปก็หง่าย พระนวกะองค์นั้นดีใจมากฝากตัวเป็นลูกศิษย์ และพระองค์ท่านก็รับเป็นลูกศิษย์ทันที่ ท่านทราบว่าการกำหนดจิตอธิษฐานเกิดขึ้นอีกท่านหนึ่งอยากจะพบพระอาจารย์ และอีกท่านหนึ่งเมื่อบรรลุแล้วก็ต้องการเผยแผ่พระศาสนา จำเป็นต้องมีลูกศิษย์มากๆ การกำหนดจิตชนกัน ท่านบอกไม่เกิน ๒ วันต้องได้เจอกัน จำไว้นะพี่น้อง เสร็จพระใหม่หรือพระนวกะองค์นั้นท่านก็มานึกได้ว่าเมือ ๒ วันที่แล้วตนเองได้อธิษฐานขอพบพระอาจารย์และก็ได้มีนิมิตในตอนเช้ามืด ประตูสามมิติเปิด เห็นภาพนิมิตทั้งทางขวามือและซ้ายมือ ทั้งที่ตื่นจากนอนหลับแล้ว คือเห็นทั้งที่ไม่ได้หลับตานั้นเอง แล้วพระที่อยู่ตรงกลางทั้งซ้ายขวาเด่นชัดกว่าพระสงฆ์องค์อื่นก็คือพระ อาจารย์ที่จะมาสอนพระบวชใหม่ (พระนวกะ ) เป็นพระอาจารย์ที่พระนวกะแสวงหาตามหานั้นเอง ยังจำภาพพระสงฆ์ในนิมิตได้ติดตาติดใจ การตามหาพระอาจารย์ปฏิสัมภิทาญาณก็สมปารถนาท่านเสียที่ กำลังใจท่านก็เกิดขึ้นมากอยากจะตามพระอาจารย์ไปศึกษาทางทิศใต้ และรับใช้ท่าน ท่านอยู่ทางทิศใต้ไกลมากจริงๆ แต่เรื่องอภินิหารมันมีอยู่จริง การเรียนก็เรียนที่ไหนก็ได้ ถ้าท่านจะมาสงเคราะห์ก็ง่ายเกินความคิด ขอกล่าวเรื่องพระวินัย ศีล ๒๒๗ ว่าการอวดธรรมอันวิเศษ ถ้าทำไม่ได้ต้องปาราชิก ถ้าทำได้ก็ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์ เห็นมั้ยครับศีลพระไม่มีเว้นศีลพระรัดมัดตัวไปหมด เพื่อความเป็นพระ พระแท้ที่สมควรแก่การกราบไหว้บูชา ตรงนี้และที่ทำให้พระสงฆ์ต้องตกนรกมาก การตามหาพระอาจารย์ก็สมหวังแล้วสมควรจบได้แล้วนะครับ
    "พระอรหันต์" เราไม่สามารถที่จะทราบได้เลยว่าองค์ไหน ถ้าท่านไม่ยอมรับก็จบ แต่ถ้าเรามีอธิษฐานบารมี
    ก็จะทำให้เราสมหวัง ถ้าบุคคลใดขาดอธิษฐานบารมีก็จะอายุสั้น พระพุทธเจ้าตรัสไว้

    การเริ่มทำความดี ทำตามที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อสอน
    ก่อนอื่นต้องฆ่ามานะ ตัดตามสังโยชน์สิบ อิทธิบาทสี่ พรหมวิหารสี่ บารมีสิบ
    __________________
    ทำบุญทุกอย่างเพื่อนิพพานังสุขขัง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 31 กรกฎาคม 2012
  16. มงกุฏเพชร

    มงกุฏเพชร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    3,674
    ค่าพลัง:
    +9,676
    มาแล้ว...สวัสดีครับพี่วินัยเฮงๆรวยๆนะครับพี่ "เด็กพระ" ผมก็นึกว่าใคร คนสุโขทัยบ้านเดียวกันนี่เอง รวย รวย รวย นะครับพี่
     
  17. ฉันทปาโล

    ฉันทปาโล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    253
    ค่าพลัง:
    +678
    ขออาราธนาองค์นี้ครับ

     
  18. เเหลม

    เเหลม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    80
    ค่าพลัง:
    +220
    ขอจององค์นี้ไว้ โอนเงินเเล้วจะเเจ้งให้ทราบ
     
  19. dekpra

    dekpra เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กันยายน 2010
    โพสต์:
    2,470
    ค่าพลัง:
    +2,484
    งานธุดงควัตร ณ วัดจันทาราม (วัดท่าซุง)
    เริ่ม ๘-๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕๕
    ได้มีการขึ้นในเบื่องต้น,มีการเปลี่ยนแปลงในท่ามกลาง
    และสุดท้าย...ก็ต้อง...สลายตัวเป็นอนัตตา...เป็นสัจธรรมฯ

    มีลากหลาย..."ประสบการณ์-อารมณ์"...มีพรามณ์หญิงพราหมณ์ชายและนาคผู้ตั้งใจ มาสมัครบวชพระที่วัดท่าซุงมาด้วยความรักเคารพบูชาพระเดชพระคุณหลวงพ่อและพระ พุทธเจ้า...และนาคหลวงของพระบรมราชินีนาถอีกทั้งสี่ภาค...มีภาคเหนือ เชียงใหม่อีสานสกลนครกลางอยุธยาไม่ทราบว่าจังหวัดอะไรบ้าง...แต่มาด้วยกัน หลายสถานที่หลายภาษา..นาคหลวงของพระบรมราชินีนาถ...มีหลายศาสนาเช่น คริสต์...พุทธผี..ฯลฯชาวเขาหลายเผ่า...แต่ที่มาบวชบรรพชา-อุปสมบท...มาด้วย ความรักเคารพต่อพระบรมราชินีฯเท่านั้นไม่มีความรู้เรื่องพระพุทธศาสนาเลยก็ มี...บางท่านนับถือศาสนาคริสต์...ชาวเขานับถือ...พุทธ-ผี...ไม่ทราบว่าแบบ ไหนเหมือนกันครับแต่มีลากหลายจริงๆ

    แต่ที่แปลกก็คือ...

    ขอเล่าแบบลัดๆมีพราหมณ์หญิงท่านหนึ่งจากศูนย์ศิลปาชีพบางไทร..ตามท่าน ผู้หญิงมา...นับถือศาสนาคริสต์...แต่ไปมโนยิทธิเต็มกำลังได้...(ที่จริงมี หลายท่าน) หลวงพ่ออนันต์ฯท่านประกาศให้คนที่มาใหม่แต่ทรงอารมณ์ไปได้มาเล่าเป็น ตัวอย่างให้คนที่ยังไม่สามารถไปได้ฟังเป็นแบบอย่างครับ ผู้หญิงคนนี้ทรงอารมณ์แบบหลวงพ่ออาจินต์แนะนำหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ ได้...เจ้าตัวเล่าให้ฟังว่าพอทรงอารมณ์สมาธิได้ที่ก็มีพระสองสามองค์มาช่วน ไปเที่ยวและก็ชี้ไปที่รูปพระเดชพระคุณหลวงพ่อว่ามีพระองค์นี้ก็มา ด้วย...แปลกมั้ยครับ

    สำหรับท่านที่ยังไม่ได้...มโนยิทธิแบบเต็มกำลัง...รวมทั้งผู้เขียนด้วย
    (ท่านผู้รู้ผู้ชำนาญ)ว่าสำคัญที่วางอารมณ์ทำจิตให้เป็นสุข...เยือกเย็นทรง พรหมวิหารสี่...ตัดขันห้าได้-ละสังโยชน์สิบข้อ...ละอวิชาละมานะได้...รักพระ นิพพานเป็นอารมณ์...รังเกียจขันห้าที่เต็มไปด้วยความสกปกและความทุกข์...ตัด ขันห้าได้จริงๆจะพรุ่งกายทิพย์ขึ้นไปพระนิพพานหรือจะอาราธนาพระมารับไปก็ได้ เลย
    "พูดง่ายจริงๆแต่ทำได้อยาก"จะว่ายากแต่คนอื่นเขาทำได้อีกละครับ"
    ท่านผู้รู้(ผู้เชี่ยวชาญ)ว่าเท่านี้ไปได้แน่นอน...แต่มีผู้ชำนาญการ(หลาย ท่านครับ)...ท่านบอกว่าพอคล่องก็ไปแบบเต็มกำลังได้ตลอดทุกวันทุกเวลา ไม่ใช้ต้องรอเฉพราะงานที่วัดท่าซุงจัดเท่านั้นนะครับ

    มีอีกเรื่องหนึ่งมาจากทางภาคอีสาน
    มีชายท่านหนึ่งมาบวชพระ นวกะ (โดนของเกือบชีวิตไม่รอด) ได้พระทางอีสานช่วยชีวิตไว้ ตนเองนับถือ
    ศาสนคริสต์ มีพระหลวงพ่อฤาษีฯแขวนคออยู่หนึ่งองค์ อยู่ฑูตผีต่างๆมันก็มาบอกให้เอาพระออก หลงเชื่อเอาออก เกือบตาย พอดีได้พระสุปฏิปันโนท่านช่วยชีวิตเอาไว้ อยู่ๆเกิดศรัทธามาบวชพระนวกะที่วัดท่าซุง ไม่มีความรู้เรื่องพระศาสนาเลย ปกติก็นับถือศาสนาคริสต์ หลังจากโดนของเริ่มนับถือศาสนาพุทธได้เพียง ๓ เดือน
    เท่านั้นเอง เรื่องนี้ก็แปลก และยังมีเรื่องมากมายที่เรายังไม่รู้ ขอให้ท่านไปศึกษาค้นคว้าเอาเองครับ สวัสดี __________________



    เมื่อคืนฟังเสียงธรรมของหลวงพ่อ ประทับใจเลยอดที่จะนำมาเล่าให้พี่น้องฟังไม่ได้ ท่านว่าคนที่มาเกิดกัปนี้โชคดีมาก เป็นกัปใหญ่สุด มีพระพุทธเจ้าเสด็จลงมาตรัสถึง ๑๐ พระองค์ เรียกว่าภัทธรกัป กัป อสงไขย หลายท่านรู้จัก แต่อีกหลายท่านอาจไม่ทราบเลย
    หลวงพ่อท่านว่า ศูนยกัป เป็นกัปว่างที่ไม่มีพระพุทธเจ้าลงมาตรัสเลยสักพระองค์ บางกัปก็มีองค์เดียวบ้างกัปก็สองพระองค์ อย่างมากก็มีแค่สามสี่พระองค์ แต่กัปนี้มีพระพุทธเจ้าลงมาตรัสถึงสิบพระองค์ ช่วงว่างระหว่างพระพุทธเจ้าหนึ่งพุทธทันดร ก็ยังมีพระปัจเจกพุทธเจ้ามาตรัสเป็นขั้นกลาง ระหว่างพุทธทันดรอีก หนึ่งพุทธทันดรก็มีพระปัจเจกลงมาตรัสขั้นกลางถึงสิบพุทธทันดร หลวงพ่อท่านว่าอย่างนั้นนะ ถ้าใครยังไม่เข้าถึงไตรสรณคมน์ก็รีบเร่งหน่อยนะครับ หลวงพ่อท่านว่า พระพุทธเจ้าท่านตรัส ใครรักเคารพฉัน อย่าฆ่าสัตว์นะ ใครรักฉันก็อย่าลักทรัพย์ ท่านสอนได้ประทับผู้พิมพ์คนนี้มาก ท่านสอนยาวจนจบไตรสรณคมน์ พระพุทธเจ้าท่านตรัสรักฉันจริงต้องปฏิบัติตามฉันนะ อย่างต่ำ ให้เข้าถึงสะเก็ตเปลือกความดีของพระพุทธศาสนาต้องเข้าถึงให้ได้ แค่สะเก็ตเปลือกนะทำกันได้มั้ยครับ สะเก็ตเปลือกนี้อย่างหยาบที่สุด ถ้าทำไม่ได้ก็ถือว่าโชคร้ายปล่อยให้ลงนรกไป โปรดไม่ขึ้นคนพวกนี้พระพุทธเจ้าท่านตรัสแบบนี้นะหลวงพ่อมาสอนให้ฟัง
    สะเก็ตเปลือกความดีของพระพุทธศาสนา ก็คือรักษาศีลห้า+กรรมบทสิบให้ได้ จึงจะถือว่าได้เข้าถึงไตรสรณคมน์ ถ้าศีลห้ายังไม่สมบูรณ์
    ก็ยังไม่ถือว่าท่านเข้าถึงไตรสรณคมน์ เป็นขั้นต่ำอย่างหยาบ หลังกึ่งพุทธกาลไปแล้ว คนจะเป็นพระอริยเจ้ากันมาก จากครูพระสอนบ้าง คนสอนกันเองบ้าง เทปซีดีบ้าง ท่านว่าอย่างนั้นนะ พวกวิชาสามก็ปรากฏ และถัดไปพวกอถิญญาหกก็จะปรากฏมาก คนจะเหาะลอยกันบนอากาศ จะได้เห็นกันบ้างละ แต่พระสงฆ์เหาะไม่ได้ พระวินัยคำสั่งพระพุทธเจ้าท่านห้ามเหาะ และถัดไปพวกปฏิสัมภิทาญาณก็ปรากอีก หลวงจะเห็นได้ว่าหลวงพ่อเราสอนขั้นต่ำพระโสดาบันถึงอรหันตมรรคเลยทีเดียว เทปซีดีทั้งหมดท่านสอนแทบทุกตอนถึง ละ รัก โลภ โกรธ หลงทิ้ง ขันห้า ผู้ที่ไปงานธุดงค์บ่อยๆก็จะทราบดีว่างานธุดงค์ คืองานฝึกทิ้งขันห้า สมถะวิปัจสนาว่ากันเต็มๆ จะเห็นได้ว่าท่านเมตตาสอนอารมย์อรหันต์ให้เลยที่เดียว สมถะภาวนาคู่กัน สลับกันทั้งวันทั้งคืน โดยไม่วางเว้น ผิดกับที่พระพุทธเจ้าท่านสอนธรรมครั้งแรก ท่านสอนสูงไม่ได้เพราะไม่มีคนและมนุษย์รับได้ จะมีก็แต่อาจารย์ท่านแต่หน้าเสียดาย ท่านตายจากคนไปเป็นอรูปพรหมเสียนี่ ท่านก็สอนครั้งแรกได้ โดยการแสดงธรรมที่เรารู้จักกัน ในวันมาฆบูชา ท่านได้แสดงธรรม โอวาทปาฏิโมกข์ครั้งแรกของโลกเลยทีเดียวโอวาทปาฏิโมกข์ก็คือ ให้ละเว้นความชั่วทั้งหมด ให้ทำแต่ความดี แต่หลวงพ่อเราท่านว่าพวกเราบำเพ็ญกันมานานเป็นแสนๆชาติแล้ว ท่านว่าสมควรจะเร่งสอนความเป็นพระอริยเจ้า ๔ ระดับให้เลยทีเดียว ขั้นต่ำพระโสดาบันถึงอรหันตมรรค คนจะตามท่านไปนิพานชาตินี้ได้ถึงสองแสนเลยที่เดียวมีใครบ้างหนอ ส่วนผู้ไม่ถึงไตรสรณคมน์ก็ปล่อยให้ลงนรกไปเลย เลือกเอาว่าจะอยู่ขุมไหนตามสบาย
    งานธุดงค์ทุกปีหลวงพ่อนันต์ท่านประกาศออกไมค์ว่า ผู้ได้ยังไม่เคยปฏิบัติธุดงค์ ก็ยังไม่สามารถไปพระนิพานได้ ผู้ที่ไปร่วมงานนี้คงจะยิ้มตามๆกันฉันไปได้แน่ นิพานังสุขัง

    อย่าลืมไปด้วยกันนะครับพี่น้องเรา นิพพานัง สุขัง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 31 กรกฎาคม 2012
  20. กระพี้

    กระพี้ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 ธันวาคม 2006
    โพสต์:
    51,336
    ค่าพลัง:
    +91,383
    สวัสดีครับพี่วินัย..พึ่งรู้ตอนวศินบอกว่าเป็นพี่..ยินดีนะครับ..ขอให้เฮงๆรวยๆครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...