เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 25 มกราคม 2026 at 16:08.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,778
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,005
    ค่าพลัง:
    +26,841
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,778
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,005
    ค่าพลัง:
    +26,841
    วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๒๕ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ อากาศเช้าที่วัดศิลาวาส (ปางโม่) หมู่ที่ ๘ ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ที่ ๑๓ องศาเซลเซียส และมีทีท่าว่าจะลดลงไปอีก..!

    เมื่อกระผม/อาตมภาพเจริญพระกรรมฐานครบแล้ว ก็ล้างหน้า แต่งตัว ลงไปยังโรงครัวของวัดศิลาวาส ตั้งแต่ ๖ โมงเช้า "หลวงพ่อนิล" (พระครูวินัยธรธวัชชัย ชาครธมฺโม) ประธานที่พักสงฆ์อาศรมศรีชัยรัตนโคตร จังหวัดสกลนคร "ท่านติงลี่" (พระอธิการสมมาศ คุณาธิโก) เจ้าอาวาสวัดประตูด่าน จังหวัดกาญจนบุรี "ครูบาพันแสน" (เจ้าอธิการธรรมชัย อคฺคธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดศิลาวาส (ปางโม่) รักษาการเจ้าคณะตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ต่างมาอยู่กันพร้อมหน้าแล้ว

    รวมทั้ง "ครูบาไอซ์" พระสมุห์นิชวัชญ์ ญาณวิสุทฺโธ วัดเมืองขอน อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ที่เพิ่งมาถึงก็รีบมากราบด้วย ท่านได้นำเอาวัตถุมงคลมาร่วมเข้าพิธีที่วัดศิลาวาสในวันนี้ด้วย เมื่อพวกเราฉันภัตตาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว กระผม/อาตมภาพก็นำพระภิกษุและญาติโยมทั้งหมด ทำพิธีบวงสรวงบูชาพระรัตนตรัย ขออนุญาตบรรจุหัวใจพระพุทธเจ้า ตลอดจนกระทั่งปลุกเสกวัตถุมงคลต่าง ๆ ในพิธี

    การบรรจุหัวใจพระพุทธเจ้านั้น จะว่าไปแล้วเป็นการตีความผิดของบุคคล เนื่องเพราะว่าหัวใจพระพุทธเจ้าก็คือ ความเมตตากรุณาอย่างหาประมาณไม่ได้ต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย ถึงตนเองจะต้องทนทุกข์ยากไปชั่วกัปกัลป์อนันตชาติ แต่เพื่อความสุขของสรรพสัตว์ทั้งหลาย องค์พระมหาโพธิสัตว์ก็สู้ทนสร้างบารมีไป จนกระทั่งบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณ แต่ด้วยความที่คนรุ่นเก่า ๆ ตีความผิด จึงสร้างเป็นรูปหัวใจ ปอด ตับ ด้วยเงินบ้าง ทองบ้าง โลหะบ้าง ทำการบรรจุอยู่ในองค์พระที่ตนเองได้สร้างขึ้นมา อยู่ในลักษณะที่ว่าเสริมสร้างชีวิตให้กับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

    ความจริงแล้ว ถ้าจะเอาตามนั้นจริง ๆ ต้องบรรจุให้ครบอาการ ๓๒ ซึ่งก็คือการภาวนาคาถาหัวใจ ๓๒ ประการมากกว่า แต่ด้วยความที่ว่าการภาวนาในลักษณะแบบนั้นไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรม จึงได้มีการสร้างวัตถุขึ้นมาให้เห็น ๆ ว่า พระเจ้าหรือว่าพระประธานองค์นี้ ได้ทำการบรรจุหัวใจแล้ว พร้อมที่จะให้ญาติโยมทั้งหลายกราบไหว้บูชา ตลอดจนกระทั่งร้องขอ ซึ่งรู้สึกว่าจะออกนอกแนวทางไปอีกเช่นกัน..!

    แต่ว่าการบรรจุหัวใจพระพุทธเจ้า ทั้งของวัดพระธาตุโป่งไฮเมื่อวานนี้ และวัดศิลาวาส (ปางโม่) ในวันนี้นั้น ทางด้านเจ้าอาวาสท่านได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในหัวใจก่อน พวกเราจึงได้ถวายน้ำอบน้ำหอมเป็นพุทธบูชา แล้วก็ทำการบรรจุและปิดองค์พระจนเรียบร้อย

    หลังจากนั้นก็ได้ทำการปลุกเสกวัตถุมงคล ซึ่งครูบาไอซ์รอบคอบมาก เกรงว่ากระผม/อาตมภาพจะเสกให้ไม่ครบทุกอย่าง ถึงขนาดมีบัญชีมาเลยว่า ได้สร้างอะไรมาเข้าพิธีบ้าง ? รวมทั้งของครูบาพันแสน และ ท่านสันต์ (พระสันต์ สนฺตจิตฺโต) เจ้าอาวาสวัดปงตอง ซึ่งก็เป็นสายของครูบาเหนือชัย โฆสิโต วัดถ้ำป่าอาชาทองนั่นเอง

    พรรคพวกเพื่อนฝูงแต่ละคน แต่ละท่าน อยู่ในลักษณะที่ว่า อายุกาลพรรษายังไม่มากพอ สร้างตนเองให้กำลังใจมั่นคงก็ยังไม่ได้ที่ไม่ได้ทาง แต่ว่าต้องออกมารับภาระ ในการนำหมู่ชนในสถานที่หนึ่ง จึงทำให้ทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องตะเกียกตะกายทั้งเพื่อตนเอง เพื่อญาติโยม โดยเฉพาะภาระการสอน การสร้างต่าง ๆ นั้น ถือว่าหนักหนาสาหัสเป็นอย่างยิ่ง..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,778
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,005
    ค่าพลัง:
    +26,841
    กระผม/อาตมภาพซึ่งเป็นที่เชื่อถือของท่านทั้งหลาย เพราะว่าเป็นสหธรรมิกก็คือเพื่อนของครูบาเหนือชัย โฆสิโต จึงได้รับนิมนต์มาเพื่ออนุเคราะห์สงเคราะห์ท่านทั้งหลายเหล่านี้ ให้มีกำลังใจในการยืนหยัดต่อสู้ เพื่อที่จะธำรงรักษาพระพุทธศาสนาเอาไว้ในเขตนั้น ๆ

    ไม่เช่นนั้นแล้วทางศาสนาอื่นซึ่งใช้กลยุทธ์ "ป่าล้อมเมือง" ก็จะเข้ามากวาดต้อนเอาศาสนิกไปหมด โดยที่ผู้ใดเข้ารีตนับถือศาสนาของเขา จะมีการช่วยเหลือด้วยข้าวของเงินทองต่าง ๆ จนกลายเป็นข้ออ้างว่าที่ทุกคนฐานะดีและมั่นคงขึ้น ก็เพราะว่านับถือพระเจ้าของเขา..! ดังนั้น..
    ในเมื่อมีบุคคลซึ่งยอมเสียสละความสุขส่วนตน เพื่อที่จะรักษาพระพุทธศาสนาของเราเอาไว้ในเขตพื้นที่นั้น ๆ จึงเป็นเรื่องที่สมควรจะต้องสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง

    วัตถุมงคลหลัก ๆ ในวันนี้ เท่าที่เห็นอยู่ก็มี "พระพุทธรูป" ตลอดจน "กะลาตาเดียวแกะรูปอสุรินทราหูลงสี" ซึ่งน่าจะสืบสายวิชามาทางด้านครูบาเจ้าอโนชัย วัดปงสนุก จังหวัดลำปาง ตลอดจนกระทั่ง "ขอสับช้าง" ซึ่งถ้าหากว่าอยู่ในลักษณะมหาอำนาจ ก็คือแม้แต่สัตว์บกใหญ่สุดอย่างช้าง ยังโดนบังคับอยู่ในอำนาจได้ หรือว่าอยู่ในลักษณะของคำว่าขอ ก็คือต้องการสิ่งใด เอ่ยปากแล้วต้องได้..!

    แล้วก็ยังมี "ตะกรุดราชทูตลิ้นทอง" ซึ่งถือเคล็ดในการที่เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) ได้เป็นราชทูตของกรุงศรีอยุธยา ในการไปติดต่อประสานกับพระราชวังฝรั่งเศส ได้เข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ และแสดงความสามารถจนกระทั่งทางฝรั่งเศส ขอให้มีพืชพันธุ์สืบเอาไว้ที่นั่น เพื่อจะได้เป็นคนเก่งเหมือนกับชาวสยามบ้าง..!

    ส่วนวัตถุมงคลอื่น ๆ เท่าที่เห็นก็มี "พญาแมลงภู่คำ" ตลอดจนกระทั่ง "ต่อเงิน ต่อทอง" เป็นต้น ซึ่งวิชาการทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าหากว่าจะเอาให้ได้ดีตามหลักวิชาแล้ว ก็ต้องยุ่งยากทั้งการสรรหาวัสดุ ตลอดจนกระทั่งบุคคลที่จะมาแกะ มาเสก และสถานที่การทำพิธีก็ยากลำบากมาก แต่ด้วยความที่กระผม/อาตมภาพมีครูบาอาจารย์ดี ศึกษาในด้านกราบขอบารมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พรหม เทวดา และครูบาอาจารย์ให้มาอนุเคราะห์สงเคราะห์ นอกจากขอครูใหญ่ คือพระพุทธเจ้าแล้ว ยังขอครูบาอาจารย์ต้นสายวิชาการนั้น ๆ มาสงเคราะห์ให้อีกด้วย..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,778
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,005
    ค่าพลัง:
    +26,841
    เมื่อเสร็จพิธีก็ทำน้ำมนต์ในการพรมทั่วบริเวณนั้น ซึ่งน้ำมนต์วันนี้ต้องบอกว่าดุเดือดเลือดพล่านเป็นอย่างยิ่ง ไม่ทราบว่าอยู่ในช่วง "หน้าสิ่วหน้าขวาน" สถานการณ์ทั้งประเทศชาติและสถานการณ์โลกตึงเครียดไปหมด สงครามพร้อมที่จะปะทุอยู่ตลอดเวลาหรือเปล่า ? น้ำมนต์วันนี้เทียนจึงได้ลุกยาวเป็นคืบ แล้วแถมยังแตกระเบิดอยู่ตลอดเวลาที่ทำน้ำมนต์อีกด้วย..!

    เมื่อพรมน้ำมนต์รอบสถานที่และรับไทยธรรมแล้ว ยังต้องมารับการกราบมุทิตาสักการะ เนื่องในวาระที่ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระครูวิลาศกาญจนธรรม เทียบเจ้าคณะอำเภอชั้นพิเศษ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ซึ่งบรรดาสหธรรมิกและน้อง ๆ ทางด้านนี้ เพิ่งจะมีโอกาสได้ถวายมุทิตาสักการะพร้อมกันในช่วงนี้เอง

    จากนั้นกระผม/อาตมภาพก็ขอตัวเพื่อที่จะเดินทางกลับ ยังคงต้องใช้เวลาเป็น ๑๐ ชั่วโมง กว่าจะถึงที่พักในคืนนี้ ตลอดระยะทางที่วิ่งลงมา มีการซ่อมถนนเป็นระยะ ๆ ไม่สามารถที่จะทำความเร็วได้ยังไม่พอ ยังอันตรายเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่ารถบางคันกำลังวิ่งเพลิน ๆ ก็ต้องเบรกตัวโก่ง เนื่องจากว่าคันหน้าไปติดสถานที่ก่อสร้าง ไม่สามารถที่จะเบียดออกมาเลนที่เขาเปิดเอาไว้ได้

    กำลังทำความเร็วมาดี ๆ ก็ต้องเบรกกันเสียอย่างนั้น ถ้าเผลอสติหน่อยเดียว อาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ จึงเป็นเรื่องที่เราท่านทั้งหลายต้องเสี่ยงดวงและระมัดระวังกันเอง ไม่เช่นนั้นแล้วถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ก็ไม่รู้ว่าจะไปโทษผู้ใด เนื่องเพราะตำรวจเคยบอกกับกระผม/อาตมภาพว่า
    "เป็นหน้าที่ของรถคันหลังที่ต้องระวังคันหน้าเอง" ฟังแล้วรู้สึกเพลียใจ..!

    แต่ว่าการเดินทางในวันนี้ ก็ถือว่าเป็นการเดินทางที่ยังคล่องตัว เนื่องเพราะว่าเป็นวันอาทิตย์ที่รถค่อนข้างจะน้อย แต่ว่าในช่วงที่ใกล้จะถึงที่พัก น่าจะเป็นช่วงที่บรรดาผู้ที่หยุดและเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด ประเดประดังกันเข้ากรุงเทพมหานคร อาจจะมีการติดเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างยาวอยู่เหมือนกัน

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันอาทิตย์ที่ ๒๕ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...