การทำสิ่งใดต้องรู้จัดอดทนและพากเพียรจึงจะสำเร็จ

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 27 มกราคม 2021.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    3,823
    กระทู้เรื่องเด่น:
    743
    ค่าพลัง:
    +9,403
    554853.jpg

    พระอาจารย์กล่าวว่า "สมัยปัจจุบันเทคโนโลยีทำให้อะไรต่อมิอะไรง่ายขึ้นมาก สมัยอาตมาใช้คอมพิวเตอร์ใหม่ ๆ ช่วงนั้นเป็นเวิร์ดจุฬา ถ่ายข้อมูลแค่ไม่กี่เมกะไบต์นี่รอกันครึ่งค่อนวัน สมัยนี้ถ่ายข้อมูลกันทีหนึ่งหลาย ๆ สิบกิ๊กกะไบต์ แค่ไม่กี่นาที ซึ่งสมัยก่อนถ้าข้อมูลระดับกิ๊กกะไบต์นี่นอนรอไปได้เลย ๓ ชั่วโมงไม่เสร็จแน่นอน ด้วยความที่เทคโนโลยีต่าง ๆ ทำให้ทุกอย่างเร็วขึ้น ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น กำลังใจของเราก็เลยพลอยมักง่ายขึ้น

    คำว่ามักง่ายขึ้นในที่นี้ก็คือ ในเรื่องของการปฏิบัติธรรม ความจริงแล้วเป็นการสั่งสม ศีล สมาธิ ปัญญา ของแต่ละคน ทีละเล็กทีละน้อย เก็บสะสมไป จนกระทั่งเพียงพอต่อการใช้งาน เหมือนที่โบราณท่านบอกว่า เหมือนเก็บงาทีละเมล็ด นานไปก็มีเมล็ดงามากพอที่จะคั้นเอาน้ำมันไปใช้การได้

    แต่พวกเราใจร้อนตามยุคตามสมัย ไม่ค่อยจะมีความอดทน ก็เลยทำให้ไม่ค่อยประสบความสำเร็จในการปฏิบัติธรรม ใจร้อนใจเร็วเกินไป หลายคนมาถามเรื่องการฝึกกสิณว่า ผมภาวนาจับภาพพระนานเป็นชั่วโมงแล้ว ยังไม่ได้อะไรเลย อาตมาบอกว่าให้กลับไปอ่านตำราใหม่

    ตำราเขาเขียนว่าการฝึกกสิณนั้น เมื่อได้วัตถุที่เป็นองค์กสิณมาแล้ว ตั้งไว้ในสถานที่เหมาะสม ไม่ใกล้ไม่ไกลเกินไป ไม่สูงไม่ต่ำเกินไป ลืมตามองวัตถุนั้น แล้วหลับตาลงจำภาพไว้ แล้วใช้คำภาวนาตามกองกสิณนั้น ๆ เมื่อภาพหายไปก็ลืมตาขึ้นมองจดจำไว้ใหม่ หลับตาลงนึกถึงแล้วภาวนาต่อไป ทำอย่างนี้เป็นหมื่นเป็นแสนครั้ง ไม่ใช่ทำไม่กี่ครั้ง หรือไม่ใช่ทำเป็นชั่วโมง แต่ทำเป็นหลาย ๆ ปี หรือหลาย ๆ สิบปี"

    "สมัยนี้ส่วนใหญ่แล้วใจร้อน ใจเร็ว เห็นพระเป็นผู้วิเศษ จะให้เสกเป่าทีเดียวแล้วบรรลุมรรคบรรลุผล สำเร็จอภิญญา สำเร็จสมาบัติไปเลย ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ของทุกอย่างต้องใช้ความอดทนอดกลั้น ค่อย ๆ ปฏิบัติไป เราจะเห็นว่าพระพุทธเจ้าตรัสไว้ในโอวาทปาฏิโมกข์ ประโยคแรกเลยก็คือ ขันตี ปรมัง ตโป ตีติกขา

    ขันติ คือ ความอดทนอดกลั้น เป็นตบะอย่างยิ่ง คำว่า ตบะ คือการบำเพ็ญเพียร ซึ่งสมัยก่อนเขามีการทรมานตัวเอง ถือว่าเป็นการบำเพ็ญตบะ เพื่อให้เทพเจ้าพอใจและประทานพรให้ แต่ว่าพระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ตบะของพระพุทธศาสนา คือความอดทนอดกลั้น ก็แปลว่า ทุกสิ่งทุกอย่างต้องใช้ความอดทนอดกลั้นนำหน้าไว้ก่อน"

    "โลกนี้ไม่มีอะไรฟรียังไม่พอ ยังไม่มีอะไรง่ายอีกด้วย ที่เห็นคนอื่นเขาทำง่าย ๆ นั่น เขายากมาไม่รู้เท่าไรแล้ว พระพาหิยทารุจีริยะเป็นเอตทัคคะ คือ ผู้เป็นเลิศในการบรรลุเร็ว ฟังธรรมของพระพุทธเจ้าแค่สั้น ๆ ว่า "พาหิยะ เธอจงอย่าสนใจในรูป" เท่านั้นเองก็บรรลุแล้ว

    แต่มีใครศึกษาประวัติย้อนหลังไปบ้างว่า ชาติที่แล้วท่านถึงขนาดอดตาย ขึ้นไปบนถ้ำที่ยอดเขา แล้วถีบบันไดทิ้ง ถ้าปฏิบัติไม่สำเร็จ เหาะไม่ได้ ก็ให้อดตายไปเลย นั่นท่านอดตายมาแล้ว ก็แปลว่าที่ยากของท่านนั้น ท่านสั่งสมมาไม่รู้กี่ชาติต่อกี่ชาติ จนกระทั่งถึงเวลาเกิดดอกออกผล เราก็ไปเห็นว่าง่าย แต่ความจริงกว่าจะเกิดดอกออกผลนี่ต้องใช้เวลานาน

    อย่างเช่นเราปลูกไม้ผล ก็ต้องใช้เวลา ๓ ปี ๕ ปีเป็นอย่างน้อยกว่าที่จะติดลูก แม้ว่าเทคโนโลยีสมัยนี้จะสามารถเร่งรัดได้ ยังต้องใช้เวลานานอยู่ดี ไม่ใช่ปลูกโดยวิชาตัชชารี หย่อนเม็ดลงไป ๕ นาที ได้กินลูก ลักษณะแบบนั้น ต้องสำเร็จไปอย่างหนึ่งแล้วถึงจะทำได้"

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เก็บตกจากบ้านเติมบุญ ต้นเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๑
    ที่มา : www.watthakhanun.com

    #พระครูวิลาศกาญจนธรรม #หลวงพ่อเล็ก
    #ชุมชนคุณธรรม #วัดท่าขนุน
    #ชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน
    #ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
    #พระพุทธศาสนา #watthakhanun
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...