เรื่องเด่น นึกถึงภาพพระเป็นพุทธานุสติที่ทำได้ง่ายและมีอานิสงส์ใหญ่

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 24 กุมภาพันธ์ 2021.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    4,005
    กระทู้เรื่องเด่น:
    770
    ค่าพลัง:
    +9,786
    34C036B7-3054-4071-A80D-1BC59ABFFEFE.jpeg

    การที่อาตมภาพสร้างพระพุทธรูปทองคำก็ดี พระพุทธรูปนาก พระพุทธรูปเงินก็ตาม หลายท่านตำหนิว่าอวดร่ำอวดรวย ทำให้ญาติโยมยึดติด ซึ่งสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าหากว่าท่านมีความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริงแล้ว ก็จะไม่พูดอย่างนั้น เนื่องจากว่าท่านยังไม่เข้าใจในสิ่งที่โบราณาจารย์ท่านสอนมา จึงมีการกล่าวตำหนิติโทษกันขึ้น

    ซึ่งเรื่องของการสร้างพระพุทธรูปนั้นเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะถือว่าเป็นพุทธานุสติ คือการระลึกถึงคุณงามความดีขององค์สมเด็จพระชินสีห์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ขณะเดียวกันอานิสงส์ที่จะพึงได้ในส่วนอื่น ก็ดังที่มีในพระบาลีได้กล่าวไว้ว่า พุทโธ อัปปมาโณ คุณของพระพุทธเจ้านั้นประมาณไม่ได้

    โบราณาจารย์ของเรานั้นท่านมีความฉลาดมาก การที่เราจะมานั่งระลึกถึงคุณงามความดีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยส่วนเดียว บางทีก็เป็นสิ่งที่เลื่อนลอย เกาะติดได้ยาก จึงได้มีการสร้างพระพุทธนิมิต ก็คือพระพุทธรูปขึ้นมา เป็นรูปเปรียบว่านี่คือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อถึงเวลาระลึกถึงพระองค์ท่าน เห็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เรียกกันว่าพระพุทธรูป ก็จะระลึกถึงได้โดยง่าย เพราะว่ามีภาพที่เป็นของหยาบ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของเรา

    ในส่วนของการปฏิบัติธรรมนั้น ถ้าหากว่าบุคคลเข้าถึงธรรมอย่างแท้จริง ก็จะไม่ปฏิเสธในสิ่งที่เป็นสมมติ เพราะว่าสมมตินั้นย่อมเป็นตัวนำพาไปสู่ปรมัตถ์ ถ้าหากว่าไม่มีสมมติ ท่านก็ไม่สามารถที่จะเข้าถึงปรมัตถธรรมที่แท้จริงได้

    ฉะนั้น...ในส่วนนี้ท่านทั้งหลาย ถ้าหากว่ามีพระพุทธรูปที่เรารัก เราชอบใจ ไม่ว่าจะเป็นพุทธรูปปางใดก็ตาม เนื้อใดก็ตาม ก็ขอให้เราระลึกถึง หรือว่านำมาเป็นภาพแทนกสิณ ภาวนาอยู่ทุกวัน โดยระลึกถึงรูปภาพนั้น จนกระทั่งติดตาติดใจของเรา โดยที่ไม่ลืมว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ไม่ได้อยู่ที่ใดเลยนอกจากพระนิพพาน เราเห็นพระองค์ท่าน ก็คือเราอยู่กับพระองค์ท่าน เราอยู่กับพระองค์ท่าน คือเราอยู่บนพระนิพพาน

    เมื่อเอาใจจดจ่ออยู่กับรูปพุทธนิมิต หรือว่าพระพุทธรูป หรือว่าพระเครื่องรูปองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เรามีความรักความชอบสนิทใจแล้ว จิตใจก็จะยึดโยงเข้ากับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จัดเป็นพุทธานุสติ ที่สามารถกระทำได้ง่าย แต่มีผลานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่มาก เท่ากับเป็นการปฏิบัติกรรมฐานกองสำคัญ ที่ทำให้เราสามารถเข้าถึงพระนิพพานได้ง่ายที่สุด โดยวิธีการที่โบราณาจารย์ท่านได้กำหนดเอาไว้ ก็คือสร้างเป็นรูปองค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าขึ้นมา ให้ท่านทั้งหลายได้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยว

    ในขณะเดียวกัน ถ้าสร้างด้วยวัตถุที่มีราคาแพงมาก ไม่ว่าจะเป็นทองคำก็ดี นากก็ดี หรือว่าเงินก็ตาม การที่วัสดุมีราคาสูง เราต้องมีจิตใจในการสละออกที่หนักแน่น ที่เด็ดขาด ที่จริงจัง เราถึงจะสามารถสละวัตถุอันมีค่าเหล่านั้น เพื่อร่วมกันสร้างเป็นพระรูปพระโฉมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขึ้นมา จัดเป็นการวัดบารมีของเรา ว่าการประพฤติการปฏิบัติธรรมของเรา ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันนั้น เราสามารถละ รัก โลภ โกรธ หลง ได้อย่างแท้จริงแค่ไหน ถือเป็นการวัดกำลังใจของตนไปในตัวด้วย

    ในขณะเดียวกัน เราต้องระลึกอยู่เสมอว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงสอนให้เราปฏิบัติในไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา เพื่อหวังความหลุดพ้นอย่างไรบ้าง ในแต่ละวันเราจึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องทบทวนศีลทุกสิกขาบทให้สมบูรณ์บริบูรณ์ ถ้ามีอะไรที่ขาดตกบกพร่อง ก็ให้เราตั้งอกตั้งใจว่า ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เราจะเป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ แล้วตั้งหน้าตั้งตารักษาศีลของเราต่อไป

    ขณะเดียวกันก็ต้องทำความเคารพในพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อย่างแน่นแฟ้นจริงจัง มีความเคารพเพราะเห็นคุณงามความดีของพระองค์ท่าน คุณของพระธรรม คุณของพระสงฆ์อย่างแท้จริง จึงไม่ล่วงเกินด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง

    หลังจากนั้นก็ใช้ปัญญาประกอบเข้าไปเพียงเล็กน้อย ว่าอัตภาพร่างกายของเรานี้ ก้าวเข้าไปหาความเสื่อมอยู่ตลอดเวลา ร่างกายนี้จะต้องตายลงไปอย่างเที่ยงแท้แน่นอน เมื่อใดที่หมดอายุขัยตายลงไปก็ดี หรือว่าเกิดอุบัติเหตุอันตรายใด ๆ จนถึงแก่ชีวิตก็ตาม เราขอไปอยู่กับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่พระนิพพานแห่งเดียวเท่านั้น แล้วเราพยายามรักษากำลังใจที่เกาะภาพพระ หรือเกาะพระนิพพาน ให้อยู่กับเรา นานที่สุดเท่าที่จะนานได้

    ถ้าหากว่าท่านทั้งหลายสามารถรักษากำลังใจได้โดยมั่นคง ในพุทธานุสติ ในอุปสมานุสติดังนี้ แต่ละวันให้ได้สักครึ่งชั่วโมง ท่านก็มีโอกาสที่จะหลุดพ้นจากกองทุกข์เข้าสู่พระนิพพานได้ดังใจปรารถนา
    ...................................
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
    www.watthakhanun.com
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...