สัมมาสัมพุทโธ

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย CharnK, 23 พฤศจิกายน 2007.

  1. CharnK

    CharnK เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    442
    ค่าพลัง:
    +1,419
    ในบทสวดมนต์สรรเสริญพระพุทธคุณ เรามีคำว่า "สัมมาสัมพุทโธ" ผมมีข้อสงสัยดังนี้

    ในยามต้น พระพุทธเจ้าตรัสรู้ปุพเพนิวาสานุสติญาณ ระลึกชาติได้นับไม่ถ้วน...

    แปลว่า พระองค์ก็ต้องทรงระลึกชาติที่เคยบำเพ็ญบารมีในศาสนาของพระพุทธเจ้าองค์ก่อน ๆ ได้ด้วยใช่ไหม

    ถ้าเช่นนั้น ก็ต้องทรงจำได้ถึงพระธรรมที่พระพุทธเจ้าองค์ก่อน ๆ ได้สั่งสอนมาด้วย ซึ่งก็ต้องรวมทั้งอริยสัจ อิทธิบาท โพชฌงค์ ปฏิจจสมุปบาท ...

    ถ้าเช่นนั้น พระองค์ก็น่าจะได้ใช้พระธรรมนั้นช่วยขัดเกลาจิตจนได้บรรลุอาสวักขยญาณได้ในที่สุด

    ข้อสงสัยนี้ไม่ได้ครอบคลุมถึงสมเด็จพระสิขีทศพลที่ ๑ (สมเด็จองค์ปฐม)

    ไม่ทราบว่าใครพอจะช่วยชี้แจงให้ผมกระจ่างได้บ้างครับ
     
  2. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    4,837
    ค่าพลัง:
    +8,003
    ในชาดก หรือ พระสูตร ใดที่ที่เกี่ยวข้องกับการระลึกชาติ พระองค์ทรงยกมาเพื่อให้เห็น กฏแห่งกรรม เท่านั้น ไม่มีการยกมาเพื่อเน้นว่า ได้รับการสอนจากพระพุทธองค์ในสมัยก่อนๆ

    การระลึกถึงด้วยปุพเพนิวาสานุสติญาณ ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องการทำสมาธิ เพียงแต่เมื่อเสด็จไปยังสังเวชนีย์สถาน พระองค์ก็ระลึกได้ตามเหตุปัจจัย และตรัสสอนกับพระเถระที่อยู่ใกล้เท่านั้น ไม่ได้เอาไปสอนอย่างอุโฆษในที่สาธารณะ เว้นแต่ที่สาธารณะนั้นประกอบด้วยบุคคลควรได้รับฟังเพื่อระงับเวทนา

    และการที่เราได้รับคำสอนที่เกี่ยวข้องกับปุพเพนิวาสานุสติญาณ ก็เพราะพระเถระที่ได้รับการตรัสสอนเห็นควรบรรจุลงพระไตรปิฏก แต่ก็แยกแยะออกเป็นหมวดหมู่ชัดเจน เพราะไม่ใช่คำสอนเพื่อการปฏิบัติเพื่อการหลุดพ้นโดยตรง หากแต่จะมีประโยชน์ต่อการสร้าง ศรัทธา ของผู้ที่ยังมี ศีล สมาธิ ปัญญา อ่อน อยู่ เพื่อให้สามารถมีแนวทาง มีหนทาง ที่จะพ้นทุกข์ในโอกาสข้างหน้า อย่างน้อยก็จะทำบุญ ยินดีในบุญ ซึ่งเพียงพอต่อการไม่ไปตกทางอบาย ทำให้มีโอกาสได้สร้างบุญมากขึ้น มีโอกาสขัดเกลาสัมมาทิฏฐิมากขึ้น ซึ่งก็เป็นเมตตาของพระเถระ ไม่ใช่เมตตาของพระองค์โดยตรง

    ****

    จงสังเกตเถอะว่า ทำไมพระ อานนท์ ถึงได้รับการสอนเรื่อง กฏแห่งกรรม มากที่สุด ท่านจงย้อนกลับไปดูเรื่อง การบรรลุของ พระอานนท์

    ****


    ****

    กฏแห่งกรรม นั้น ก็ไม่ได้สอนเพื่อให้รู้ว่า ทำอะไร ได้ อะไร สิ่งเดียวที่ กฏแห่งกรรม สอนคือ ภัยในวัฏฏะสังสารวัตร

    ดังนั้น ผู้ที่ล่วงรู้การระลึกได้ แล้วไม่หยุดลงที่การชี้ ภัยในวัฏฏะสังสารวัตร โปรดระวังอบายที่จะนำท่านออกห่างจากพระสัทธรรม จะประสบแต่ทุกข์โดยส่วนตัวอย่างแสนสาหัส และชาติภพต่อไปก็จะได้อยู่ใน ภพ ระหว่างกลางที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อให้รู้จักวางตัวเป็นกลาง ก็จะมีโอกาสกลับคืนสู่ทาง แต่ถ้ายังเอาไป เปิดเพื่อแก้กรรม เพื่อการสื่อสัมพัส ก็สุดแล้วแต่กรรม

    ****

    ****

    โปรดแยกแยะข้อวัตรปฏิบัติของพระพุทธองค์ กับ ข้อวัตรปฏิบัติของสงฆ์ ให้ปริเฉท
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 23 พฤศจิกายน 2007
  3. eddy1965

    eddy1965 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    369
    ค่าพลัง:
    +475
    คุณเลาปัง ทบทวนคำถามของคุณ charnk อีกครั้ง จะได้ตอบตรงประด็น หรือไม่ก็ให้คุณ charnk เรียบเรียงคำถามใหม่ เนื่องจากคำถามวกวน
     
  4. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    4,837
    ค่าพลัง:
    +8,003
    เราเข้าใจว่า เขาถามว่า

    ....พระพุทธองค์สำเร็จสัมมาสัมโพธิญาณได้ เพราะพระพุทธองค์ก่อนหน้ามาสอนธรรมทั้งหมด....หรือ ระลึกได้ว่าสอนอะไรบ้าง แล้วจำออกมากล่าว....จำออกมาใช้

    คือ เหมือน ออกไปทาง ...ธรรมกาย ...เมืองนิพพาน ...โองการพระเจ้า ...พระพุทธองค์เป็นร่างทรง ...แล้วยก องค์ปฐม เป็น พระเจ้าสูงสุด

    ซึ่งจะทำให้เห็นผิด ว่าไม่ใช่การตรัสรู้ด้วยตนเอง ก็เหมือนกำลังก้าวล่วงพระพุทธโดยไม่เจตนา หรือแฝงเจตนาดีแต่ไม่กล้าตีกลองด้วยตัวเอง

    เราเลยกล่าวแก้ตามนั้น
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 23 พฤศจิกายน 2007
  5. eddy1965

    eddy1965 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    369
    ค่าพลัง:
    +475
    งั้น คุณเล่าปังก็ช่วยสงเคราะห์คุณ charnk ให้หน่อยก็แล้วกัน โดยมีแนวทางตอบให้ครอบคลุมแนวคิดแบบเถรวาท และแนวคิดแบบมหายาน จะได้หายคล่องใจ
     
  6. วิทย์

    วิทย์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    2,037
    ค่าพลัง:
    +8,440
    ด้วยบุพกรรมของแต่ละคนทำให้การรับรู้ของคนเรามีได้จำกัด ขึ้นอยู่ว่าจะไปเกิดเป็นอะไร กรรมจะเป็นสิ่งกำหนดเองว่าเราจะรับรู้หรือมีคุณลักษณะอย่างใดบ้าง

    แต่สำหรับผู้ฝึกจิตเพื่อที่จะก้าวข้ามพ้นวัฏสงสาร หรือเพื่อจะให้อยู่เหนือสามโลกนั้น เมื่อฝึกไปเรื่อยๆถึงระดับหนึ่งก็จะสามารถทำลายข้อจำกัดของวิบากกรรมเก่าที่ให้มาได้ จึงทำให้ขีดจำกัดความรู้ความสามารถถูกเปิดกว้างออกไป ทำให้จิตสามารถใช้พลังและความสามารถได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะใช้ได้มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่ที่ การสละและการปล่อยวางจากสิ่งร้อยรัดทั้งหลายที่บดบังดวงจิตอยู่

    ช่วงก่อนที่พระพุทธองค์จะตรัสรู้ธรรมนั้น ในยามแรกพระองค์สามารถระลึกชาติได้นับเป็นอเนก ทำให้ทรงทราบว่าวัฏสงสารนั้นมีอยู่จริงและเป็นเช่นไร ภพภูมิทั้งหมดมีอยู่กี่ภพภูมิ ความสุขความทุกข์ที่เกิดขึ้น ความรู้สึกของการพลัดพราก หรือความทุกข์ที่เกิดในวัฏสงสารนั้นมีอย่างไร เป็นอย่างไรบ้าง

    ต่อมาในยามที่สองพระองค์ทรงได้ญาณที่หยั่งทราบถึงกรรมและวิบากของกรรม คือทรงทราบว่าบุคคลทำกรรมเช่นใดแล้วจะไปเกิดที่ใด ทำไมบุคคลจึงแตกต่างกัน ยากจน ร่ำรวย ฉลาด หรือ ทำไมต้องเจอเหตุการณ์นั้นๆ มีอายุขัยในแต่ละภพภูมิเท่าใด....ฯลฯ

    ต่อมาในยามที่สาม หลังจากที่พระองค์ทรงทราบลักษณะรวมถึงความสุขความทุกข์ที่เกิดในวัฏสงสาร รวมถึงทราบถึงภพภูมิทั้งหมดและวิธีที่ทำให้ไปเกิดในภพภูมินั้นๆ สุดท้ายเมื่อประสงค์จะหลุดออกจากวัฏสงสารหลุดออกจากภพภูมิในสามโลกนี้ทั้งหมด ก็หลงเหลืออยู่ทางเดียว นั่นคือทางที่ไม่ใช่ทางที่นำไปเกิดในภพภูมิทั้งหลายนั่นเอง.........

    เนื่องจากพระองค์ทรงทราบเส้นทางทั้งหมดแล้ว จึงทรงทราบว่าแล้วเส้นทางใดที่จะออกไปจากเส้นทางเหล่านั้นได้นั่นเอง ซึ่งถ้าเป็นคนทั่วไปแล้วการจะเรียนรู้หรือทราบอะไรนั้น มักจะต้องอาศัยการเรียนรู้ การได้ยิน ได้ฟังมาก่อน แทบทั้งสิ้น

    แต่พระพุทธองค์ทรงทราบทางเหล่านี้ได้ด้วยตัวพระองค์เอง โดยอาศัยกำลังจากฌานสมาธิเป็นพื้นฐาน น้อมจิตไปในสิ่งต่างๆจนเกิดญาณปัญญาขึ้นมา เช่นนั้นจึงกล่าวได้ว่า พระองค์เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง เพราะญาณทั้ง 3 นี้ พระองค์ไม่ได้เรียนรู้จากผู้ใด แต่เป็นสิ่งที่พระองค์ทรงค้นพบ แล้วจึงทรงได้นำเอาทางที่ค้นพบนี้มาบอกกล่าวให้กับผู้อื่นได้ทราบตามด้วยนั่นเองครับ[b-wai]
     
  7. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    4,837
    ค่าพลัง:
    +8,003
    ได้รายละเอียดจากคุณ wit แล้วนะครับ อุตสาห์ข้ามมาจากลานธรรม คนเดียวกันหรือเปล่าหนอ... ( ใช้คำว่าหนอ แปลว่า รับรู้ว่าสงสัย แต่ไม่สนใจคำตอบ )

    ขอลองอธิบายแนวมหายานนะ

    คนในมหายานเวลานับถือท่านไหนเป็นครูเป็นอาจารย์แล้ว จะคิดเสมือน ตัวเองได้ตายไปแล้ว บัดนี้คือ ครู รูปนั้นแล้ว ครู ได้สถิตในตัวแล้ว

    เช่น ถ้าผม นับถือ เจ้าพ่อกวนอู ตอนนี้เวลานี้ เล่าปังตายทันที แล้วเกิดใหม่เป็นท่านกวนอู เรียบร้อย

    และหลังจากนั้นสองสามนาที ผมเดินไปเจอคุณ...wit (ละกัน ขออนุญาติใช้ชื่อ) ผมก็ชักชวนคุณ wit ให้ศรัทธาเจ้าพ่อกวนอู ถ้าคุณ wit รับ คุณ wit ก็เสมือนตายไปแล้ว ได้เกิดเจ้าพ่อกวนอูอีกหนึ่งองค์

    คำสอนของผม หรือ คุณ wit จากนี้ไป ถ้าไปสอนใคร ก็คือ ธรรมคำสอนของเจ้าพ่อกวนอู ผู้ที่ศรัทธาเจ้าพ่อกวนอูจะต้องรับฟัง

    เมื่อผู้ศรัทธาเริ่มสงสัย ลังเล ผมกับคุณ wit ก็จะแสดงทุกข์กริยาอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อแสดงว่า ตัวตนของผม และคุณ wit ไม่มี มีแต่องค์เจ้าพ่อกวนอู ประทับอยู่

    ด้วยวิธีนับถือและศรัทธาแบบนี้ ทำให้คำสอนของ เจ้าพ่อกวนอู ทั้งมาสถิตในตัว และสอนธรรม ได้อย่างน่าอัศจรรย์ และเป็นที่กังขายิ่งนักสำหรับเถรวาท เพราะโอกาสที่ ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ครบนั้น เป็นที่น่าสงสัย

    แต่สำหรับมหายานนั้น ถือว่า ปรกติ และเป็นได้ ดังนั้น พระที่กลับจากเถรวาทไปมหายานบางท่าน จึงคิดว่า พระพุทธองค์ได้สถิตในตัวแล้ว ....กล่าวเฉพาะกลุ่มที่ใช้ความคิด หรือสังขาร นะครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 พฤศจิกายน 2007
  8. CharnK

    CharnK เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    442
    ค่าพลัง:
    +1,419
    ผมขอขอบคุณทุกท่านที่กรุณามาให้ความคิดเห็น แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ครับ
    ขอออกตัวก่อนว่า ผมนับถือพระรัตนตรัยเป็นสรณะ ไม่ได้มีเจตนาจะลบหลู่ และขอขมาต่อพระพุทธเจ้าทุกพระองค์หากความสงสัยของผมจะก้าวล่วงพระปัญญาคุณของพระองค์
    ผมเห็นว่าในนี้มีพระโพธิสัตว์หลายพระองค์ ซึ่งหวังว่าจะช่วยทำให้ผมหายสงสัยได้
    ขอเรียบเรียงความคิดและคำถามของผมใหม่ดังนี้ครับ

    ตั้งแต่อดีตมา มีบุคคลอยู่กลุ่มหนึ่งซึ่งเห็นทุกข์ภัยในวัฏฏะสงสารและแสวงหาความหลุดพ้น โดยพยายามช่วยเหลือผู้อื่นด้วย จัดเป็นพระโพธิสัตว์ เมื่อบำเพ็ญบารมีมาครบ ก็สามารถตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ ในแต่ละยุค (พุทธกาล) จะมีบุคคลที่เลิศที่สุดนี้เพียงหนึ่งเท่านั้น การสำเร็จพระโพธิญาณนี้มีมาตลอด มากบ้างน้อยบ้างหรืออาจไม่มีเลยแล้วแต่กัปป์ (ตามคำสอนของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ จะกล่าวถึงพระองค์แรกสุดว่า "สมเด็จองค์ปฐม")

    ในระหว่างที่พระโพธิสัตว์สั่งสมบารมีอยู่นี้ ได้เกิดในยุคของพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อน ๆ ด้วย แล้วได้เห็นพระจริยาวัตรของพระองค์หรือพระอริยสงฆ์สาวกแล้วเห็นดีงาม ในขณะเดียวกัน ย่อมต้องได้รับรู้หรือรับฟังพระธรรมของพระพุทธเจ้าองค์ก่อน ๆ จนเห็นว่านี่เป็นทางเอกในการพ้นทุกข์ และเส้นทางบำเพ็ญบารมีเช่นนี้สามารถช่วยขนสัตว์ให้พ้นจากสังสารวัฏฏ์ได้ ความประสงค์นี้จะเกิดก่อนได้รับพุทธพยากรณ์นานมาก เช่น พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันตั้งความประสงค์นี้ไว้ตั้งแต่ชาติที่เกิดเป็นน้องสาวของพระปุราณทีปังกร (ประมาณ 20 อสงไขยก่อน) จนได้รับพุทธพยากรณ์เป็นนิยตโพธิสัตว์เมื่อประมาณ 4 อสงไขยที่แล้ว (ในพระชาติที่เป็นสุเมธดาบส) จะยกเว้นก็เพียงสมเด็จองค์ปฐมเพราะไม่เคยมีใครเป็นตัวอย่าง

    ในชาติสุดท้ายของพระโคดมพุทธเจ้านี้ ในยามต้นของคืนที่ตรัสรู้ ทรงได้ปุพเพนิวาสานุสติญาณ จนระลึกชาติได้นับไม่ถ้วน ผมคิดว่าพระองค์น่าจะได้ทรงรับรู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชาติก่อน ๆ ของพระองค์เอง ซึ่งน่าจะรวมไปถึงการได้สดับฟังพระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ก่อน ๆ ผมย้อนมาดูตัวเองว่าแม้จะเป็นปุถุชน ผมยังได้อ่านเรื่องอริยสัจจ์ อิทธิบาท โพชฌงค์ ปฏิจจสมุปบาท เป็นต้น แต่ด้วยความเขลาเบาปัญญาจึงไม่ "เห็นธรรม" เหล่านี้ ส่วนพระโพธิสัตว์นั้น น่าจะได้รับรู้หัวข้อธรรมเหล่านั้น เพียงแต่เลือกที่จะไม่ "เห็นธรรม" เพราะพระบารมียังไม่ถึงเวลาการตั้งศาสนาของพระองค์ ครั้นถึงคืนวันตรัสรู้ ซึ่งเป็นเวลาเหมาะสมแล้ว พระองค์น่าจะระลึกได้ถึงหัวข้อธรรมเหล่านั้นที่สมควรรับรู้จากการระลึกชาติ ประกอบกับธรรมที่ได้จากปุพเพนิวาสานุสติญาณ และจุตูปปาตญาณ จน "เห็นธรรม" ได้อาสวักขยญาณในที่สุด เป็นเอกบุรุษ นำพระธรรมมาสั่งสอนพวกเราตามพุทธประเพณีสืบไป

    ที่ผมสงสัยก็คือในคืนตรัสรู้นั้น พระองค์ได้รับรู้ถึงพระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ก่อน ๆ ด้วยไหม และทรงใช้ธรรมนั้นเพื่ออาสวักขยญาณหรือไม่

    ไม่ว่าข้อสงสัยของผมจะเป็นจริงหรือไม่ก็ตาม ผมก็ยังนับถือพระองค์เป็นปฐมสรณะ เพราะถ้าไม่มี ผมคงจะทำชั่วมากยิ่งกว่านี้ (พุทธัง สรณัง คัจฉามิ)
     
  9. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    4,837
    ค่าพลัง:
    +8,003
    อยากให้พิจารณาอย่างนี้

    คำสอน ส่วน คำสอน

    ทุกข์ ก็คือ ทุกข์

    คำสอนนั้น ไม่ได้พาพ้นทุกข์

    หากแต่ ตัวทุกข์ เองนั้นแหละ ที่ทำให้พ้นทุกข์ เห็นทางพ้นทุกข์ เห็นสภาพของการไม่มีทุกข์ และรู้ทางที่ปราศจากทุกข์

    คำสอน ไม่อาจพาพ้นทุกข์ได้ เพียงแค่สดับ ได้ยิน หรือ ระลึก

    หากแต่ รูป และ นาม ที่เป็นปัจจัยแห่งทุกข์นั้น ถูกยกขึ้นพิจารณา ให้แยกขาดกัน จึงเห็นหนทาง พ้นทุกข์ ซึ่ง รูป และ นาม นี้ ไม่อาจมีอยู่ในสมมติบัญญัติ และนั้นหมายถึง ไม่มีทางอยู่ในรูปของคำสอน

    คุณจึงต้องนมัสสิการยกรูป นามเป็นองค์ฌาณ เพื่อให้เกิดญาณทัศนะด้วยตัวเอง และเห็นสภาพแห่งความไม่เที่ยง จึงไม่ใช่ลำพังแค่อ่านเองเข้าใจเอง

    คำสอนที่ลักลั่นเข้ามาในนิมิต ย่อมเสมือนสมมติบัญญัติ ย่อมไม่ใช่ภาวะที่แยกรูปนามตัดขาด เหตุนี้ คำสอนที่ได้ยิน หรือนิมิตที่เห็น ย่อมหมายถึง ยังไม่ละจากทุกข์ จากขันท์ ให้รวมหมายถึงยังไม่สิ้นอาสวะกิเลส

    การระลึกชาติเป็นเพียงแค่พยานว่า กฏแห่งกรรมมีจริง และอย่างไร มีผลต่อการครองภพ ครองชาติอย่างไร แต่ก็ไม่ใช่ทำให้พ้นทุกข์ เป็นเพียงสภาพทุกข์ที่เข้าไปรู้ และยังต้องนำมาพิจารณาแยกให้ขาด เพื่อให้ดับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 พฤศจิกายน 2007
  10. CharnK

    CharnK เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    442
    ค่าพลัง:
    +1,419
    ขอบคุณมากครับ คิดว่าพอจะเริ่มเข้าใจเล็กน้อยแล้วครับ
     
  11. วิทย์

    วิทย์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    2,037
    ค่าพลัง:
    +8,440
    ^ ^ ใช่ครับ คนเดียวกัน แต่สงสัยว่าคำตอบผมเกี่ยวข้องอะไรกับมหายานรึครับ? จริงๆมหายานก็มีแยกย่อยออกไปหลายนิกายนะครับ อย่างนิกายเซนเองนี่ก็เน้นเรื่องจิตเป็นใหญ่ ถ้าจะพูดถึงจริงๆคงต้องมีรายละเอียดมากพอสมควรเลยล่ะครับ เพราะในแต่ละนิกายเองก็มีหลักคำสอนและเรื่องราวมากมายทีเดียว

    พระธรรมเป็นกลางๆครับ พระธรรมคือสัจธรรมเป็นความจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่พระพุทธองค์ท่านเป็นผู้ค้นพบและก็นำมาบอกกล่าวให้ทุกคนได้รับรู้ตามพระองค์ครับ

    ส่วนเรื่องรายละเอียดของพระพุทธเจ้าพระองค์อื่นนั้น พระพุทธเจ้าทุกพระองค์จะสามารถทราบได้ด้วยพระญาณของแต่ละท่านอีกทีหนึ่งครับ โดยเนื้อหาธรรมที่ตรัสรู้นั้นไม่แตกต่างกันครับ แต่อาจจะแตกต่างกันในบางเรื่องได้เช่น รูปร่าง อายุขัย ขนาดของฉัพพรรณรังสี จำนวนสาวก ระยะเวลาของพระสัทธรรม...ฯลฯ
     
  12. Mr.Kim

    Mr.Kim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กันยายน 2007
    โพสต์:
    3,036
    ค่าพลัง:
    +7,024
    :d อนุโมทนาบุญนะครับ สาธุ ๆ ๆ
     

แชร์หน้านี้

Loading...