อดีตกรรมที่ฉันเห็น ตอน งูเปรตอยู่วัด

ในห้อง 'ภพภูมิ-สวรรค์ นรก' ตั้งกระทู้โดย พรายน้ำกัญญา, 19 เมษายน 2020.

  1. พรายน้ำกัญญา

    พรายน้ำกัญญา พรายน้ำกัญญา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มีนาคม 2020
    โพสต์:
    14
    ค่าพลัง:
    +14
    อดีตกรรมฉันที่ฝันเห็น

    ตอน #งูเปรตอยู่วัด

    เขียนโดย พรายน้ำกัญญา (อย่าอ่านว่า พรายน้ำกัญชา นะคะ)

    ✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨


    เมื่อครั้งที่ฉันย่างเข้าสู่วัยสาวก่อนมีประจำเดือนไม่กี่เดือน( อืม...กว่าจะมีประจำเดือนฉันก็อายุเกือบ 17 แล้ว เรียกว่ามีช้ามาก จะจบมัธยมปลาย เพิ่งมามีตอนจะขึ้น ม. 5 เทอม 2 )


    ขณะที่กำลังเคลิ้มหลับรู้สึกในภวังค์ว่า เห็นคุณยายชรานุ่งขาวห่มขาวแบบคนอยู่ศีลบ้าน ๆ ทั่วไป แต่คุณยายไม่ได้โกนหัว ผมที่ยาวมากจนม้วนเป็นขอดเสมือนผมไม่ผ่านการสระด้วยแชมพูชั้นดีมาหลายชาติ และสีหงอกขาวโพลนเหมือนนางพญางูขาวในหนังจีน ทำเอาไม่กล้าไหวติงแม้กระทั่งในฝัน


    “ ถ้าเป็นระดูอย่าเข้าวัดเข้าวา อย่าเอาเลือดระดูไปเปื้อนวัด มันจะบาป จะเป็นเปรตอยู่วัดอีก...แม่ก็พยายามไม่ให้สูเป็นนางไว แต่เมื่อมันต้องเป็นระดู ก็ขอให้ระวัง!...”


    เมื่อสอบกลางภาคเสร็จ ทางชมรมพระพุทธศาสนาของรุ่นพี่ จัดบวชชีพรามห์ภาคฤดูร้อน ด้วยความที่สมัยนั้นเงินไม่ค่อยมี หน้าตาไม่เป็นที่ต้องใจใคร จึงยังไม่ออกอาการใจแตก การไปอยู่วัดจึงไม่มีอะไรที่ต้องกังวล เงินไม่มี บวชฟรี แถมมีของให้กินหลากหลาย ที่นอนหมอนมุ้งดีกว่าที่บ้าน เจอเพื่อนเก่าเพื่อนใหม่อีกหลายโรงเรียน หลายชุมชน


    บวชได้เกือบ 1 อาทิตย์ มีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว วูบวาบที่สะโพกและปวดท้องน้อย คิดว่าเป็นไข้มาลาเลียเสียแล้ว แต่ไข้ไม่มี ก็มีความกังวล


    ไปปรึกษารุ่นพี่ เพื่อน ๆ ก็มีแต่ให้กินยาพาราเซตามอล กับยาแก้อักเสบ ก็พอทุเลา แต่รู้สึกผิดปกติเกือบจะเข้าสู่สภาวะเครียด เมื่อเข้าห้องน้ำ ปัสสาวะแล้วเห็นเลือดหยดลงคอห่าน


    รีบออกมาถามรุ่นพี่ด้วยคิดว่าตัวเองโดนคุณไสย์ เพราะเราเคยได้ยินว่าที่วัดนี้พวกเล่นของส่งของมาลองของพระเณรเยอะ มันทำเอาเลือดตกยางออกเสียทีเดียว


    “อ้อ...เป็นประจำเดือนนี่เอง”


    โอ้ย!...ยิ่งเครียดใหญ่ นอนไม่หลับ และยังไม่ชินกับการใส่โกเต๊กซ์ (สมัยนี้สาว ๆ งง อะไรหรือ อ๋อ...ผ้าอนามัยแบบมีสายคาดรั้งไว้ ที่โรงพยาบาลยังมีใช้สำหรับคุณแม่เพิ่งคลอดใหม่ ๆ )


    ในสมองกลัวบาปมาก เพราะนึกถึงความฝันนั้น


    เอาไงดีละ ไปถามหัวหน้าแม่ออกในวัด


    “แม่ใหญ่ นางมีระดูแดง สิบาปบ่ เมื่อคืนมันเปื้อนที่นอน”


    “เอาไปซักลำห้วยหลังวัดแท๊แม๊ ไซ๊สบู่กรดเด้อ กาบบักพ้าวหย่อง ๆ เอา ตากแดดให๊แห้งคัก ๆ จั๋งเอาเข๋าศาลา อย่าตากให้พระให้เณรเห็นเด้อ มันสิบ่คือ “


    ด้วยความที่กังวลมาก เอ้า!...ซักไปกลัวผีป่าช้าที่ติดลำห้วยไป กลัวบาปไป


    เปิดเทอมมา ทุกคนต่างถามว่า


    “ทำไมหนีออกจากวัด”


    ก็ไม่อยากจะตอบคำถามนี้ รู้สึกไม่อยากพบใคร ที่เคยพูดเคยสนิท ก็ไม่กล้าจะสุงสิงอีกต่อไป


    “อย่ามาใกล้เรานะ เราคนบาป เราเป็นเปรต”


    ในใจอยากจะตอบเพื่อน ๆ และคนใกล้ชิดแบบนั้น แต่ก็ไม่ออกเป็นเสียงอธิบายได้ ด้วยยิ่งเคยเห็นภาพบางภาพผุดมาในมโนที่ไม่ได้นึก มีการแห่ผู้หญิงกลีบ้านกลีเมืองถูกลงทัณฑ์เพราะทำไม่ดีที่วัด ทำเอาหลอนจิตมากขึ้น กลัวจะถูกคนจับโกนหัว แห่ประจาน เอาน้ำสาด เพื่อไล่เสนียดจัญไรออกจากท้องที่ นี่ถ้าแห่นางแมวขอฟ้าขอฝนยังน่าชื่นใจกว่า


    ภาพมันขึ้นมาในสมองแบบนี้ จะว่าฝันก็ไม่น่าจะฝัน แค่คิดว่ามีบาปติดตัว มันเหมือนมีการฉายวีดีโอให้ดูเป็นฉาก ๆ เลย แม้ขณะนั่งมองท้องฟ้าก็เห็น


    ... สาวน้อยวัยแรกแย้มนางหนึ่ง ผู้มีผิวเรียนสวยดุจถ่านออกจากเตาเผาใหม่ ๆ ดูดี ๆ หน้าตาคลับคล้ายคลับคลาตัวเองเหมือนกัน แต่จะเตี้ยและอวบกว่า มายืนจ้องหน้า น้ำตาคลอเบ้า ก่อนจะเริ่มให้รู้เห็นภาพที่อยากจะให้รับรู้


    สาวน้อยเป็นลูกสาวคหบดีในเมือง ติดตามบุพการีไปวัดอยู่เนือง ๆ บ่อยครั้งที่อยู่วัดประจำ เพื่อร่ำเรียนวิชาการแพทย์แผนโบราณ (สมัยนั้นไม่น่าจะเรียกโบราณ น่าจะเรียกแผนหลวง หรือหมอแผนปัจจุบัน )


    ต่อมามีประจำเดือน ก็มีที่วัดที่ไปเรียนประจำนั่นเอง ทำให้มีคนรู้ไปทั่วหัวระแหงว่าเป็นสาวแล้ว เล่นเอาพระเณรในวัดที่ยังไม่ได้บรรลุธรรมระดับจิตดับขั้นหำตายแล้ว ก็มาก้อร่อก้อติก พิชิตสาวเลือดแรกได้โดยง่าย ตัดสินใจออกเรือนไปเคียงคู่กัน


    เมื่อนางตั้งครรภ์รแรก ตกเลือกตาย กลายเป็นเปรตงูมาอยู่ที่จอมปลวกข้างป่าช้าวัดที่เคยใช้พลอดรักกันกับพระหนุ่มคราวนั้นนั่นเอง กรรมนี้แรงนัก ต้องธรณีสาร ในวัดในวายังกล้าทำการจัญไร


    เปรตงูตัวนี้หัวเป็นคนหน้าตาน่าขยะแขยงเพราะมีน้ำเหลืองไหลเยิ้มตาโปนแดง ลำตัวคล้ายงูอนาคอนด้า เลื้อยไปไหนก็มีแต่ไฟลนไปทั้งตัว ทำให้ลำตัวบิดงอทุรนทุราย แต่ก็พยายามจะเลื้อยออกจากรูจอมปลวก ทุกครั้งที่เห็นมีสาว ๆ แรกแย้มเข้าวัดมาทำบุญหรือมากับครอบครัวก็ดี


    เป็นอันว่าวัดนี้ บรรดาสาวแรกแย้มขยาดงูผีเปรตตัวนี้กันทั้งบาง วันบุญจึงมีแต่คนชรามาถือศีลกัน


    “ข้ากลัวพวกเจ้าจักมาเป็นเยี่ยงข้า พวกพระพวกเณรเห็น หากรั้งใจไม่ได้ กรรมใหญ่นัก”


    หลายปีต่อมา หลวงพ่อสายหลวงปู่มั่น ได้ช่วยปลดพันธนาการทางความคิดของฉัน เมื่อท่านเห็นว่าไม่ค่อยอยากจะอยู่วัดนาน ให้มาร่วมบวชก็ไม่มาแบบอยู่นอนวัด


    จึงเล่าให้ท่านรับทราบ


    “มีระดูในขณะที่อยู่วัดหรือที่ไหนมันไม่บาปดอก แต่อดีตกรรมของนางงูเปรต มันเกิดเพราะพอมีระดู ก็คือเป็นสาวนั่นเอง ทำเอาทั้งพระทั้งเณรที่ยังไม่ตัดราคะจริต ยังติดในกามคุณ คือ รัก หลงไหลในรูป ในนาม อยู่มาก ก็ทำให้เกิดเรื่องบัดสี ชายก็ได้รับบาปของชายไป สาวก็รับบาปของสาวไป ดีที่นางเปรตงูนั้นยังด้อยเดียงสาในเรื่องความรัก พบคนปากหวานหว่านล้อมก็ย่อมมีใจคล้อยตาม ไม่มีใครอบรมสั่งสอนเตือนสติทัน ก็หุนหันพลันแล่นได้เสียกันแล้ว มันเป็นกรรมมาหลายชาติเหมือนกัน ถึงได้มามีพระมีเณรเป็นผัว”


    ก็โล่งออกไป ทีนี้เข้าวัดเข้าวา จะไม่รู้สึกแย่ถ้ามีประจำเดือน ขอแค่ไม่ให้ดูสกปรก เลอะเปรอะจนเห็นชัดให้เป็นที่ไม่งามสายตาผู้อื่นก็พอ โชคดียุคนี้ผ้าอนามัยมีให้เลือกหลากหลายขนาด แม้กระทั่งแบบกางเกงในสวมทั้งตัวก็มี ใน 7 - 11 มีขาย (ไม่ได้ค่าโฆษณา แค่อยากบอก)


    อ้อ ... มีครั้งหนึ่ง ไปงานบุญ ต้องนอนวัด มีระดู เผลอทิ้งผ้าอนามัยไว้ในถึงขยะห้องน้ำวัด แม้จะทำการห่อหุ้มมิดชิดมัดด้วยถุงพลาสติกระงับกลิ่นอย่างดี ตั้งใจจะเอาออกมาด้วยเพื่อนำขึ้นรถเอาไปทิ้งที่อื่น แต่ไม่ทันหมาวัดละ


    ด้วยความที่ย้อนกลับไป เมื่อนึกขึ้นได้ เอ้า...ไอ้หมาตัวเหลืองใหญ่ที่สุดในวัด มันเข้าไปคาบออกมา ช่วยกันรุมแทะกับเพื่อนหมาวัดอีก 2 ตัว


    จนยุ่ยกระจายเห็นคราบเลือดเกลื่อนบริเวณนั้น ต้องช่วยกันไล่มัน ก่อนไปเก็บขยะทั้งของตัวเองลืมไว้และของคนอื่นในถังเดียวกัน ที่หมาวัดมันพากันตะกุยถังล้มคาบไปทั่ว


    มันฮึ่ม ๆ แยกเขี้ยวใส่ จะไม่ยอมให้เก็บของที่มันคิดว่าน่าแย่งกันนักหนาของพวกมัน


    สักพัก... จิตเกิดหลอนขึ้นมา เห็นไอ้หมา 3 ตัวนั่น หน้ามันเป็นคนหนุ่มหัวโล้น


    “พระเณรที่เคยจีบพวกสาว ๆ มาวัดนั่นเอง ผัวนางงูเปรตคือไอ้เหลืองตัวใหญ่ หัวโจ้กพาพระเณรศีลกระเจิงนี่เอง”


    เลยได้ที ยืนด่าหมาทั้งสามตัวซะเลย ต่อหน้าพวกแม่ครัวที่ไปช่วยงานวัดครานั้น เป็นที่รู้กันว่า ภาพที่เห็นคือ


    “ อีนี่บ้า ยืนด่าหมาแย่งขยะ แย่งผ้าอนามัย “ แต่เสียงที่ออกไป ทุกคนหาว่า “ ด่าพระด่าเณรในวัด “ ทำเอาพระเณร ที่กำลังกวาดลานวัด ได้ยินเช่นกัน หันมามองด้วยสายตาแปลก ๆ


    “ เป็นพระเป็นเณรดี ๆ ไม่ชอบ เสือกชีกอกันดีนัก ไงละเป็นหมาวัด ชอบไหม กี่ชาติแล้วละ !...อยู่วัดนี่น่าจะได้ดี อยุ่ไม่ดีก็สมน้ำหน้า เป็นเปรต เป็นหมากันไป อย่ามาแฮ่ ๆ ใส่นะ เดี๋ยวฟาดหลังเดี้ยง จะหาว่าไม่เตือน!!! “
     

แชร์หน้านี้

Loading...