อาการผีอำ

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย volvo16738, 29 พฤศจิกายน 2014.

  1. volvo16738

    volvo16738 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 ธันวาคม 2013
    โพสต์:
    157
    ค่าพลัง:
    +161
    ใครเคยมีอาการผีอำบ้างครับ หรืออาการชาตามเนื้อตามตัว ขยับตัวไม่ได้ประมาณนี้

    จริงๆแล้วผมพยายามฝึกถอดกายทิพย์ด้วยตัวเองครับ ก็เลยเจออาการแบบนี้อยู่หลายๆครั้ง แต่ก็มีอาการแตกต่างกันหลายแบบครับ ที่เคยเป็นก็มี

    1.อาการโดนกดทับบริเวณหน้าท้อง และขยับตัวไม่ได้ แต่เป็นสักพักก็หายแล้วก็กลับมาเป็นอีก

    2.อาการแบบข้อ 1. ครับ แต่พอขยับแข้งขยับขา รู้สึกเหมือนขยับได้จริงๆ พอคิดว่าให้ตัวเลื่อนไปซ้าย-ขวา ก็ทำได้จริงๆครับ แต่มองไม่เห็น มีแต่ความรู้สึก

    3.อาการแบบข้อ 1. และ 2. รวมกันครับ และมีความรู้สึกเหมือนโดนดูดหรือโดนดึงครับ และมีเสียงต่างๆ ที่เคยได้ยินก็มี บทสวดอะไรสักอย่าง และก็ได้ยินเสียงปี่หรือขลุ่ย ครับ

    ไม่รู้ว่ามันอันตรายเกินไปไหมครับ ใครเคยเป็นแบบนี้ หรือเคยถอดกายทิพย์ได้ช่วยแชร์ประสบการณ์ + ขอคำแนะนำด้วยครับ

    ขอบคุณมากครับ
     
  2. ธรรม-ชาติ

    ธรรม-ชาติ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    2,571
    ค่าพลัง:
    +9,929
    อาการผีอำ

    +++ อาการผีอำจริง ๆ จะต้องมี "ตัวผี" มากดหรือ "นั่งทับ" อยู่ข้างบนกายของเรา และตัวผู้โดนอำ จะเห็น "ตัวผี" ด้วย

    ใครเคยมีอาการผีอำบ้างครับ หรืออาการชาตามเนื้อตามตัว ขยับตัวไม่ได้ประมาณนี้

    +++ อาการชาตามเนื้อตามตัว หาก "ไม่ได้ฝึก" อะไรเลย มักจะเป็นการ "นอนทับเส้น" แต่ถ้าหากเกิดจาก "การฝึก" ก็จะเป็นคนละกรณีไปเลย

    จริงๆแล้วผมพยายามฝึกถอดกายทิพย์ด้วยตัวเองครับ ก็เลยเจออาการแบบนี้อยู่หลายๆครั้ง แต่ก็มีอาการแตกต่างกันหลายแบบครับ ที่เคยเป็นก็มี

    +++ ในกรณีของ "การฝึก" ถือว่า "มาถูกทางแล้ว" หากในขณะนั้น ๆ สามารถ "รู้สึก และ รู้ชัดเจนมีสติรู้เต็มที่"

    1.อาการโดนกดทับบริเวณหน้าท้อง และขยับตัวไม่ได้ แต่เป็นสักพักก็หายแล้วก็กลับมาเป็นอีก

    +++ ให้สังเกตุว่า การกลับมาเป็นอีกนั้นเกิดจาก การกลับมา "สร้าง" ความรู้สึกใหม่หรือไม่ ถ้าหากใช่ ตรงนี้เกิดจาก "การสร้างของเราเอง"

    2.อาการแบบข้อ 1. ครับ แต่พอขยับแข้งขยับขา รู้สึกเหมือนขยับได้จริงๆ พอคิดว่าให้ตัวเลื่อนไปซ้าย-ขวา ก็ทำได้จริงๆครับ แต่มองไม่เห็น มีแต่ความรู้สึก

    +++ ความรู้สึกตรงนั้น "เป็นตัวเราที่เลื่อน แต่กายเนื้อไม่ได้เลื่อน" ถ้าหากตรงนี้ "ใช่" ณ ขณะนั้น ๆ กายของคุณคือ "กายแห่งความรู้สึก หรือเรียกว่า สัมปชัญญะกาย" และในขณะนั้น ๆ คุณ ไม่ใช่กายเนื้อ ตรงนี้เป็นเรื่องของ "กายในกาย" ซึ่งหาก "ฝึกได้ถึงที่สุด" ก็จะสามารถเข้าใจในเรื่องของ "สักกายะทิฐิ" (อะไรเรียกว่ากาย และ อะไรไม่ใช่กาย) ได้

    3.อาการแบบข้อ 1. และ 2. รวมกันครับ และมีความรู้สึกเหมือนโดนดูดหรือโดนดึงครับ และมีเสียงต่างๆ ที่เคยได้ยินก็มี บทสวดอะไรสักอย่าง และก็ได้ยินเสียงปี่หรือขลุ่ย ครับ

    +++ อาการ "โดนดูดหรือโดนดึง" ตรงนี้ หากปล่อยให้มัน "วิวัฒนาการไปเอง" ตามธรรมชาติของมัน ก็จะเกิดเป็นปรากฏการณ์ของ "ตัวเรา ถอดออกมาจาก ตัวเรา" ที่เรียยกว่า "ถอดกาย" นั่นเอง

    ไม่รู้ว่ามันอันตรายเกินไปไหมครับ ใครเคยเป็นแบบนี้ หรือเคยถอดกายทิพย์ได้ช่วยแชร์ประสบการณ์ + ขอคำแนะนำด้วยครับ

    +++ ไม่มีอันตรายใด ๆ ทั้งตัวผมและผู้ที่เคยฝึกจาก "กระทู้ฝึก" ที่ผมตั้งขึ้น ผมจะแนะนำให้ "ผ่าน" ด่าน "กายเนื้อ" ให้ได้ก่อน และตรงนี้ผมใช้คำศัพท์ว่า "กายเวทนา"

    +++ คำศัพท์ตรงนี้ จะเป็นภาษาในหมวดของ "มหาสติปัฏฐาน 4" คือ กายเนื้อ กายเวทนา กายจิต และ กายธรรมารมณ์ โดยใช้หลักภาษาที่ว่า "จิตอยู่ที่ใด ที่นั้นเป็นกาย"

    +++ สำหรับภาษาง่าย ๆ ตรงนี้ก็คือ "กาย + รู้สึกกาย" และ "จิต + รู้้สึกจิต"

    ขอบคุณมากครับ

    +++ หากปรารถนาที่จะ "รู้แจ้ง" ในปรากฏการณ์ตรงนี้ ก็สามารถ "ศึกษาต่อ" ได้จากกระทู้ข้างล่างนี้ นะครับ

    http://palungjit.org/threads/ฝึก-กรรม-ฐาน-ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย.512443/
     
  3. toseal

    toseal เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    274
    ค่าพลัง:
    +618
    อาการที่โดนอำนะครับ
    1.ตอนเด็ก โดนอำแต่ไม่เห็นผี ขยับตัวไม่ได้
    2.ตอนโตรุ้จักการนั่งสมาธิแล้ว ตอนโดนอำจะเป็นตอนนอน จำมีเงาดำกระโดดลงมาจากบนเพดาน มาทับตัวเราไว้ครับ
     
  4. marasri

    marasri เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤษภาคม 2009
    โพสต์:
    91
    ค่าพลัง:
    +292
    อยากรู้มานานค่ะ ว่าผีอำ (ผีจริง) เขาต้องการอะไรจากเรา
     
  5. tsukino2012

    tsukino2012 หยุดจึงพบ สงบจึงเกิด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    1,312
    ค่าพลัง:
    +3,096
    เป็นธรรมดาครับ อาการนี้ เป็นกันทุกคน ไม่มีใครไม่เคยเป็น มักจะเป็นช่วงเริ่มตั้งใจจริงจังในการปฏิบัติธรรม เป็นแค่ไม่กี่ครั้ง พอจิตเราเริ่มมีปัญญา เริ่มมีกำลังมาก อาการดังกล่าวจะไม่เป็นอีก
     
  6. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,950
    กระทู้เรื่องเด่น:
    16
    ค่าพลัง:
    +11,900
    มี สองสามอย่างละ

    1. ผีจริงๆ มาอำ ส่วนใหญ่จะเห็น หรือ พูดคุยได้ด้วย ถ้ากำลังจิตมีมากพอ หรือพวก ภพภูมิอื่นๆมาแกล้ง

    2.เกิดจาก กายหลับ แต่จิตตื่น แล้วขยับร่างกายไม่ได้ เพราะกายส่วนกาย จิตส่วนจิต แล้วเข้าใจผิด คิดว่า ผีมาอำอีกแล้ว อะไรแบบนี้

    3.อื่นๆบลาๆๆ เช่น จิตจะออกจากร่างกาย แต่ยังติดที่ร่างกาย ไม่ได้หลุดออกไปจริงๆ อะไรพวกนี้ ไม่ได้หลุดออกไป ก็เข้าใจผิด คิดว่าผีอำ


    ส่วนใหญ่เกิดจาก ข้อ 2. ซะมากกว่าที่จะโดน ผี จริงๆ มาอำ แล้วเข้าใจผิดๆ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 มกราคม 2015
  7. nopphakan

    nopphakan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    8,345
    ค่าพลัง:
    +34,703
    อาการอย่างที่เจ้าของกระทู้เป็นนะครับ..ความจริงแล้วไม่ได้มีอันตรายใดๆครับ
    เป็นอาการของระดับสมาธิที่ยังไม่ถึงระดับปฐมฌานด้วยครับ..บางครั้งคุณอาจจะ
    ได้ยินเสียงคนคุยกันแต่หาต่ำแหน่งไม่ได้ เสียงเรียกต่างๆ
    เสียงร้องเพลง เสียงต่างๆที่อยู่ไกลในระยะใกล้ๆหู
    เสียงของสัตว์ต่างๆ เสียงสวดมนต์ หรือเสียงอะไรก็ตาม
    เด่วต่อไปคุณจะได้เสียงตื๊ดดดดดด ยาวในแนวขนานด้วย..
    ก็ถือว่าเป็นกิริยาปกติของมันครับ..
    และไม่ใช่อาการของระดับสมาธิที่สูง...ที่สามารถเพิ่มกำลังสมาธิสะสม
    ให้เราได้ด้วยครับ.แต่มันสามารถใช้ตรวจสอบระดับกำลังสติทางธรรม
    และกำลังสมาธิสะสมของคุณได้ ถ้าคุณอยู่ในกิริยาคล้ายๆผีอำ จริงๆ
    ถ้าคุณกลัวเพียงแค่คุณกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกทางกายขึ้นมา
    หรือคุณแค่มีความคิด
    มันก็จะกลับมารวมกลับร่างกายเข้าสู่สภาวะปกติแล้วครับ..
    แต่ถ้าคุณสามารถรักษาอารมย์ตรงนั้นได้นาน โดยที่มีตัวสติทางธรรม
    ที่ทำไม่ให้คุณหลุดออกจากอารมย์ตรงนั้น จะเป็นตัวบอกระดับสติทางธรรม
    และกำลังสมาธิสะสมของคุณได้ครับ..และกิริยาอย่างนี้ไม่มีผลต่อความสามารถ
    ทางจิตต่างๆใดๆ ไม่มีผลต่อกำลังจิต..
    ..และที่สำคัญนะครับ...ไม่จำเป็นจะต้องฝึกสมาธิอะไรเลยก็เป็นกันได้ทุกๆคนครับ..
    บางคนไม่เคยฝึกก็เป็นมากกว่านี้เยอะแยะครับ ชนิดที่ว่าเห็นตัวเองนอนอยู่ที่เดิม
    แต่ทำไมเรายืนอยู่ตรงนี้ หรือรู้สึกว่าเราลอยจะติดเพดานอยู่แล้วแต่ร่างกายไม่ลอย
    ตามขึ้นครับ..ซึ่งก็สามารถเกิดได้กับบุคคลที่ไม่เคยฝึกและฝึกสมาธิได้ทั้งนั้นครับ.
    เพราะฉนั้นไม่ต้องเก็บมาคิดอะไร ถ้าเผลอไปหลงยิดติดกับตรงนี้..
    จะทำให้เราเผลอคิดว่าเรามีความสามารถทางจิตในการเห็นนามธรรมได้.
    และต่อไปจะทำให้
    ความสามารถในการเข้าใจนามธรรมเรามันคลาดเคลื่อน
    เพราะสิ่งที่เห็นต่อไปมันก็คือการปรุงแต่งจากตัวจิตของเราเอง
    และเราจะไม่ทันการปรุงแต่งตรงนี้ ทำให้เราคิดว่าเราดีอย่างนั้นอย่างนี้
    ที่สามารถเห็นนั้นเห็นนี้ได้ จะคิดว่าตัวเองมีความสามารถพิเศษ
    และจะหลงตัวเองได้ว่าตนเอง
    บรรลุธรรม ใครบอกก็จะไม่เชื่อ และสุดท้ายถ้ากำลังสติไม่เพียงพอที่จะแยกแยะ
    สิ่งที่เห็นได้ เนื่องจากไปสนใจไคร่รู้ในคำตอบของสิ่งที่เราเห็น
    เราจะเสร็จพวกวิญญานมีฤิทธิ์ที่แปลงกายเป็นระดับที่เรานับถือ
    และมาหลอกเราเอาง่ายๆครับ
    และสุดท้ายก็อาจจะทำให้เรากลายเป็นคนวิกลจริตได้ในอนาคต..
    กล่าวโดยรวมก็คืออาการในลักษณะแบบนี้.
    .ตัวจิตของเราจะมีสภาวะของความเป็นทิพย์ชั่วคราวเท่านั้นเองครับ.

    .ซึ่งโดยปกติแล้วถ้าจิตเป็นทิพย์แบบนี้ เราจะสามารถมองเห็น
    นามธรรมต่างๆได้ครับ..หรือเราจะรู้สึกว่าเรามองเห็นสภาพแวดล้อมต่างๆที่อยู่
    ภายนอกได้โดยที่เรายังไม่ลืมตาครับ..เพราะว่ากิริยาช่วงนี้ ตัวจิตจะตัดขาดกับ
    ระบบควบคุมประสาทการเคลื่อนไหวของร่างกายแต่ว่ายังไม่ทั้งหมดครับ.

    ถ้าเป็นกำลังระดับฌาน ๔ นั่นตัวจิตจะตัดระบบควบคุมร่างกายเด็ดขาดชั่วคราวครับ.
    เรียกง่ายๆว่า ถ้าคุณยกกาย คุณจะเห็นร่างกายตัวเองนอนอยู่ในลักษณะท่าสุดท้าย
    ที่คุณนอนครับ..หรือถ้าคุณออกมาแต่ตัวจิต..คุณจะรู้สึกว่ามีแต่ตัวจิตลอยขึ้นมา
    แต่ร่างกายมันไม่ได้ลอยตามคุณขึ้นมาด้วยและถ้าคุณชำเรืองลงมา.คุณก็เหมือนๆ
    กับว่าจะเห็นร่างกายมันยังอยู่เฉยๆ แต่กรณีที่ตัวจิตคุณมันออกมาได้
    จริงๆตัวจิตมันจะลอยขึ้นมาตรงๆจากช่วงบริเวณหน้าอกนะครับ.
    ..และครั้งแรกๆโดย
    ปกติคุณจะไปไหนไม่ได้ไกลครับ จะอยู่บริเวณที่ร่างกายเราอยู่นั้นหละครับ..
    แต่อย่างกิริยาที่คุณเป็นตอนนี้
    เนื่องด้วยว่ามันยังไม่ตัดขาดจากร่างกายแบบเด็ดขาดชั่วคราวตรงนี้ แม้ว่าคุณจะมี
    ความคิดในการที่จะขยับร่างกาย..แต่เนื่องด้วยร่างกายกับจิตมันยังไม่ประสานกันดี
    จึงไม่สามารถควบคุมร่างกายได้.ซึ่งถือว่าเป็นปกติครับ ในช่วงนี้จิตก็จะยังคงพอ
    เหลือความเป็นทิพย์ได้ด้วยครับ..มันก็เลยส่งผลให้คุณยังพอมองเห็นนามธรรมได้บ้าง
    พอคุณเริ่มขยับร่างกายได้แล้วนั้น คุณจะพบว่าคุณจะไม่สามารถเห็นนามธรรม
    ต่างๆได้.เหมือนช่วงก่อนหน้านั้น..ซึ่งในหลายๆกรณีนามธรรมต่างๆยังไม่ได้หายไปไหน
    แต่ว่าตัวจิตมีความเป็นทิพย์ไม่พอที่จะเห็นได้..ยกเว้นว่าคุณจะพอมีความชำนาญ
    ในการเข้าอารมย์แบบนี้ได้เร็ว และรักษาระยะเวลาได้นานขึ้น แม้ว่าคุณลืมตาขึ้นมาแล้ว
    คุณก็จะยังคงเห็นนามธรรมต่างๆได้อีกซักระยะเวลาหนึ่งเพราะจิตยังมีความเป็นทิพย์
    คงค้างอยู่จึงสามารถทำให้คุณมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าในช่วงระยะเวลา
    อีกไม่นานหลังจากที่ได้ลืมตาขึ้นมาแล้วครับ.
    .
     

แชร์หน้านี้

Loading...