เราโชคดีแค่ไหนแล้วที่รู้ว่า ทาน ศีล และ ภาวนา คืออะไร

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย Apinya Smabut, 2 ธันวาคม 2020.

  1. Apinya Smabut

    Apinya Smabut นิพพานังสุขัง นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2014
    โพสต์:
    1,393
    กระทู้เรื่องเด่น:
    56
    ค่าพลัง:
    +2,579
    พระอาจารย์กล่าวว่า "เห็นเขาหิ้วน้ำมาแล้วนึกถึงอนาคต หลาย ๆ ประเทศอาจจะมีคนอดน้ำตายเป็นจำนวนมาก อย่างประเทศจีนมองการณ์ไกลมากเลย ที่สร้างเขื่อนสามผากั้นแม่น้ำแยงซีเกียง สร้างเสร็จกักน้ำจืดไว้ได้ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของโลก

    อย่างบ้านเราไม่ค่อยรู้คุณค่าของน้ำจืด สมัยอาตมาเด็ก ๆ ถ้าบอกว่าต้องซื้อน้ำเขากิน คงได้หัวเราะกันตายเลย มีแต่คนเขาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้ ถึงเวลาก็ตั้งร้านน้ำไว้หน้าบ้าน ไปไหนก็ขอน้ำกินหน่อย น้ำบ่อเขาไม่ใช้หรอก..ไม่แล ใช้แต่น้ำฝน ลองมาดูตอนนี้ บรรพบุรุษของเราถ้าฟื้นขึ้นมา พอรู้ว่าต้องซื้อน้ำขวดละ ๑๐ บาท คงเป็นลมตายไปใหม่..!

    เรื่องพวกนี้อาตมาก็ฟุ้งซ่านล่วงหน้าไปเรื่อย พอถึงเวลาเกิดขึ้นจริง ๆ โยมก็คงระลึกได้ว่าอาตมาเคยพูดไว้แล้ว

    ไปดูสารคดีที่ทางแอฟริกาเขาหาน้ำกัน บ่อเขาลึกเป็นร้อย ๆ เมตร คนต้องเอาวัวมาลาก ลักษณะเป็นคานดึงขึ้นมาเป็นร้อย ๆ เมตรกว่าน้ำจะโผล่ขึ้นมาได้ ดึงมาครั้งหนึ่งก็ได้น้ำแค่ครึ่งถังเล็ก ๆ วัวก็วิ่งมาหวังจะได้กิน เปล่าหรอก..คนผลักวัวออก ตัวเองกรอกน้ำใส่หม้อก่อน เห็นแล้วก็น่าสงสาร วัวออกแรงแทบตายไม่ได้กิน

    เผ่าที่เก่งที่สุดเป็นพวกบุชแมน (มนุษย์พุ่มไม้) หาน้ำจากธรรมชาติ เดินหาเห็นก้านไม้เล็ก ๆ โผล่ออกมาจากทรายนิดเดียว ค่อยคุ้ย ๆ ขึ้นมา เป็นพืชลักษณะคล้ายหัวมันแกว หัวเบ้อเริ่มเลย เขาจะขูดเป็นฝอย ๆ แล้วบีบเป็นน้ำใส่ปาก แค่นั้นก็รอดตายไปวันหนึ่ง"

    "หลายคนที่มีฐานะดี ๆ อย่างบิลเกตต์ , วอร์เรน บัฟเฟตต์ เขาจัดตั้งมูลนิธิเพื่อจะช่วยให้คนอยู่ดีกินดีเสมอกัน ซึ่งเป็นแนวความคิดที่ดี น่าสนับสนุนมาก แต่เป็นไปไม่ได้ เพราะว่าคนเราทำบุญมาไม่เท่ากัน ถ้าขาดทานบารมีก็จะไปเกิดในที่ลำบากยากแค้นอย่างนั้น ประเภทที่ไม่รู้ว่ามื้อนี้มีกิน แล้วอีกกี่มื้อกว่าจะได้กิน เด็กเกิดมามีแต่หัวโต ๆ แขนขาลีบเล็กนิดเดียว เขาถ่ายรูปมาที่พวกกาชาดสากลเข้าไปช่วย ฝรั่งก็มือใหญ่อยู่นะ มีมือเด็กประมาณ ๒ นิ้วแปะอยู่บนมือฝรั่ง

    เคยมีคนให้คำจำกัดความว่า "เปรตเดินดิน" แต่นี่เขาไม่ได้ลำบากขนาดเปรตหรอก เปรตอดอยากกันเป็นกัป ไม่มีอะไรจะกิน แล้วก็ไม่ตายเพราะแรงกรรมค้ำเอาไว้ ทุกข์ทรมานไปเรื่อย ๆ ได้ยินเสียงคนเรียกกินข้าวกินน้ำ ก็โซซัดโซเซเดินหาไปเรื่อย เดินเท่าไรก็ไม่ถึงสักที ท้อใจก็ลงนอนกลิ้งเกลือกไปมา คร่ำครวญว่าตนเองสร้างเวรสร้างกรรมอะไรขนาดนี้ ทำไมถึงไม่มีกิน ต้องมาอดอยากหิวโหยแทบล้มประดาตาย ท้ายสุดพอได้ยินเสียงเขาเรียกอีกก็เกิดความหวัง เดินต่อไปอีก กัปแล้วกัปเล่าก็เดินหาของกินอยู่อย่างนั้น

    ดังนั้น..พวกเราที่เกิดมาอยู่ในเขตศาสนาพุทธ รู้จักว่า ทาน ศีล ภาวนา เป็นอย่างไร นับว่าโชคดีสุด ๆ แล้ว ต่อให้ลำบากอย่างไรก็ลำบากชาตินี้เท่านั้น ถ้ามีโอกาสสร้างบุญในเรื่องของทาน ของศีล ของภาวนาไว้ อย่างไรแล้วชาติหน้าเกิดใหม่สบายแน่ แล้วดูพวกนั้นสิ เขาต้องลำบากอีกตั้งเท่าไรกว่าจะพ้นจากเขตนั้นขึ้นมา บางทีเราตาย ๆ เกิด ๆ ไปกี่รอบแล้วก็ไม่รู้ อย่างเปรตญาติพระเจ้าพิมพิสารรอตั้ง ๙๑ กัป นั่นประเภทที่กรรมเหลือน้อยแล้ว ถ้ากรรมหนัก ๆ จะต้องทนทุกข์นานขนาดไหน..!"


    ที่มา วัดท่าขนุน
     

แชร์หน้านี้

Loading...