ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,434
    ค่าพลัง:
    +97,153
    #คลองฟูนันเตโช สำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาศึกษาระหว่างประเทศแห่งชาติจีน (CIDCA) ประกาศให้เงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรนแก่กัมพูชา เพื่อสนับสนุนการก่อสร้างโครงการคลองฟูนันเตโช มูลค่า 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.67 หมื่นล้านบาท) หลังจากโครงการแทบไม่มีความคืบหน้านับตั้งแต่พิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อเดือนสิงหาคม 2024

    ซุน จันทอล รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันอังคาร (30 มิ.ย.) ว่า "กัมพูชาได้เรียกร้องให้ CIDCA เร่งรัดขั้นตอนการอนุมัติทางการเงินในลำดับถัดไป" ภายหลังการประชุมระดับสูงร่วมกับผู้นำจีน ณ กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา

    เงินลงทุนจากฝ่ายจีนจะครอบคลุม 49% ของค่าก่อสร้างทั้งหมด ขณะที่ส่วนที่เหลือนั้นนักลงทุนชาวกัมพูชาจะเป็นผู้รับผิดชอบ โดยมีบริษัท 'Overseas Cambodia Investment Corp' (OCIC) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ทั้งนี้ ทีมเทคนิคของทั้งสองฝ่ายได้เสร็จสิ้นขั้นตอนการตรวจสอบและประเมินผลการศึกษาความเป็นไปได้แล้ว นำไปสู่การลงนามข้อตกลงร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน (NDRC) เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

    #จีน #กัมพูชา #คลองฟูนันเตโช #ฮุนเซน #Hunsen #China #Cambodia #FunanTechoCanal #WORLD #SPACEBAR

    อ่านเพิ่มเติม >> https://spacebar.th/s/139944
    https://www.facebook.com/share/1bKd5Ti4mw/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,434
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ฝ่ายกัมพูชาสร้างคูสนามเพลาะ ระหว่างหลักเขต 37-38 พิกัด 13.9575765, 102.8204786 หรืออยู่ในแดนเขมรตรงข้ามพื้นที่ระหว่างจุดตรวจ 19-20 บนถนนศรีเพ็ญ บ้านเนินสมบูรณ์ อ.ตาพระยา
    FB_IMG_1782954966980.jpg
    ตรงนี้พบว่าฝ่ายเขมรเริ่มมีการขุดคูสนามเพลาะในแดนเขมรตั้งแต่ช่วงกุมภาพันธุ์ - มีนาคม ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร++

    ตอนนี้ก็เข้าใจว่ายังมีการขยายแนวสนามเพลาะขึ้นไปทางเหนือ ผมคิดว่าน่าจะให้บรรจบกับแนสสนามเพลาะทางใต้ของบึงตะกวนที่กัมพูชาได้ทำล้อมทหารไทยไว้ตรงคาสิโนนั่นแหละครับ

    วัตถุประสงค์หลักของการสร้างคูสนามเพาะในบริเวณนี้ผมก็ไม่ทราบครับ แต่ถ้าจะให้วิเคราะห์กันจริงๆ

    พื้นที่แถบนี้ในหลักเขตที่ 38 จะอยู่บนเนินเขาที่มีความสูง 110 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล

    ส่วนหลักเขตที่ 37 จะเป็นพื้นที่ราบ

    เป็นไปได้หรือไม่ว่ากัมพูชากลัวว่าหากมีรบรอบสาม ทหารไทยจะใช้รถถังบุกเข้าทางนี้แล้วตีโอบขึ้นทางเหนือ มุ่งหน้าไปถล่มกองกำลังเขมรที่บึงตะกวน

    เพื่อป้องกันการโจมตี เขมรจึงได้มาสร้างคูสนามเพลาะดักทหารไทยและรถถังของไทยในบริเวณนี้ไว้

    แต่อย่างไรก็ดีการวางกำลังสนามเพลาะก็ใช่ว่าเขมรจะไม่สามารถรุกเข้ามาในแดนไทยได้นะครับ เพราะเอาเข้าจริงยุทธวิธีไม่มีตายตัวครับ ขุดคูมีตั้งรับได้ก็สามารถใช้คูสนามเพลาะเป็นฐานในการรุกได้เช่นกัน

    เพราะฉนั้นเราอย่าประมาท

    เข้าใจว่าทหารไทยคงทราบเรื่องนี้แล้วเพราะมันขุดมาหลายเดือนแล้ว แต่อยากเอาข้อมูลหลักฐานมาให้ทุกคนได้ดูกันครับ จะได้รู้เท่าทันเหตุการณ์ ไม่มีใครจะมาโกหกปั่นหัวเราได้

    https://www.facebook.com/share/1FgpQ3nPck/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,434
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ตอนนี้มีกระแสข่าวว่ากองทัพเขมรเสียถ้ำหมายเลข 87 ให้กับทหารไทยไปเรียบร้อยแล้วหลังจากการรบรอบสอง

    ภาพนี้เป็นภาพเก่าที่ทหารเขมรขึ้นสำรวจถ้ำหมายเลข 87 หรือที่ทหารไทยเรียกว่าถ้ำแกว แถวช่องพระพะลัย ศรีสะเกษ

    โดยที่มีชื่อถ้ำแกว ผมเข้าใจว่าเป็นถ้ำที่ทหารเวียดนามขุดเจาะเพื่ออยู่อาศัยในช่วงสงครามปราบเขมรแดง ซึ่งตอนนั้นทหารเวียดนามและกองกำลังเขมรฮุนเซนก็ทำการรุกไล่เขมรแดงเข้ามาตามพื้นที่ชายแดนไทย

    ในหลายจุดเวียดนามและกองกำลังฮุนเซนก็เข้ามายึดภูมิประเทศสำคัญของไทยตามชายแดนหลายจุด จนทหารไทยต้องทำการรบพลักดันทหารเวียดนามและกองทัพขี้ข้าของฮุนเซนออกไป(แกวคือชื่อที่คนไทยในอดีตเรียกชาวเวียดนาม) ผมจึงเข้าใจว่าเป็นชื่อเก่าที่ทหารไทยในสมัยสงครามเรียกกันจึงเป็นที่มาของถ้ำแกว

    ก่อนหน้านี้ถ้าจำกันได้ มีบางเพจปั่นกระแสเอาภาพจากคลิปวีดีโอที่ทหารไทยเข้าสำรวจอุโมงค์ขุดแห่งหนี่งที่มีค้างคาวเยอะๆ มีเหมือนอ่างน้ำใหญ่ๆ ผมจะแปะคลิปไว้ในช่องแสดงความคิดเห็นนะครับ คิดว่าคงเคยเห็นกัน

    คนก็ปั่นบอกว่าเป็นอุโมงค์ของทหารเขมรที่ขุดใต้เนิน 350 ซึ่งจริงๆมันไม่มีหรอกครับที่เนิน 350 แต่ที่แท้จริงมันคือถ้ำหมายเลข 87 หรือถ้ำแกวแห่งนี้แหละ แต่ในคลิปที่ผมจะแปะไว้ในช่องแสดงความคิดเห็นมันคือคลิปเก่าครับไม่ใช่คลิปช่วงการสู้รบด้วยซ้ำครับ

    ปัจจุบันมีกระแสจากสื่อของกัมพูชาออกมาให้ข่าวว่า ตรงจุดถ้ำหมายเลข 87 ถูกขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ทางทหารของกัมพูชา(เนื่องจากคือสมรภูมิการรบของสงครามในอดีต)

    และตอนนี้ทหารไทยได้ยึดถ้ำหมายเลข 87 ไปเรียบร้อยแล้ว เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทหารเขมรต้องเสียดินแดนให้กับไทย

    ปล.
    1.ภาพทั้งหมดเป็นภาพเก่าจากฝั่งเขมรถ่ายไว้ตอนที่เข้าไปสำรวจน่าจะเมื่อนานมาแล้วนะครับ แต่ก็ยังไม่มีภาพจากฝั่งทหารไทยครับ

    2.ในเอกสารของเขมรคือพระราชกฤษฎีกาประกาศเขตประวัติศาสตร์ทางทหาร ซึ่งถ้ำหมายเลข 87 อยู่ในหัวข้อที่ 4-18 ซึ่งถ้าดูจากแผนที่จะอยู่ตรงแถวช่องพระพะลัยครับ

    3.ชุดดำคือทหารพรานของเขมรครับ เลียนแบบชุดทหารพรานของไทย

    เพิ่มเติม ทหารไทยยึดได้จริงก็ดีครับ เพราะดูละอุโมงค์นี้น่าจะแข็งแรงมากๆครับ ถ้าปล่อยให้เขมรเข้าไปตั้งฐานคงต้องวุ่นวายลำบากกันอีก
    FB_IMG_1782955041687.jpg FB_IMG_1782955043936.jpg FB_IMG_1782955027125.jpg FB_IMG_1782955028868.jpg FB_IMG_1782955030632.jpg FB_IMG_1782955032409.jpg FB_IMG_1782955034518.jpg FB_IMG_1782955036302.jpg FB_IMG_1782955038024.jpg FB_IMG_1782955039859.jpg
    https://www.facebook.com/share/p/1PdKewbE1u/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,434
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทหารเขมรขุดคูสนามเพลาะประชิดห่างกำแพงคาสิโนบึงตะกวนเพียง 30 เมตร อ้างอิงจาก เพจพี่เล็กวาสนา ผมเลยทำภาพให้เห็นกันจะได้รู้ว่ามันใกล้ยังไงขนาดไหน

    ย้อนความกลับไปเผื่อใครจะลืม ในช่วงการรบรอบสองทหารจากกองทัพภาคที่ 1 ได้เคลื่อนกำลังเข้ายึดพื้นที่บริเวณตั้งแต่หลักเขตที่ 33-36 ในบริเวณที่เรียกว่าคลองแผง ตาพระยา

    ทหารไทยได้ยึดพื้นที่ที่เป็นดินแดนตามแผนที่ที่ฝ่ายไทยยึดถือ ยึดภูมิประเทศสำคัญ และยึดล้ำเข้าไปในดินแดนเขมร เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กำลังพล

    ในช่วงเวลานั้น ทั้งประชาชนเขมร และทหารต่างหนีออกจากพื้นที่ ฝ่ายไทยก็เข้าควบคุมขุดคูสนามเพลาะ วางลวดหนามกำหนดแนว

    เมื่อหยุดยิงในข้อตกลงหยุดยิงคืออยู่ตรงไหน ก็อยู่ตรงนั้น ฝ่ายไทยก็ยึดแนวตามเส้นสีน้ำเงินในภาพที่ผมทำให้ดู

    หลังจากปรับกำลังจากที่แตกกระจายไป สักระยะหนึ่งทหารเขมรเริ่มเข้ามาขุดคูสนามเพลาะตลอดแนวถนน K5 ตลอดแนวแถวบึงตะกวน

    แรกๆก็ตั้งแนวไกลกันครับ หลังๆทหารเขมรเริ่มขยับเข้ามาเรื่อยๆ

    หากดูจากภาพที่ 3 ทีแรกก็อยู่เส้นสีแดงล่างสุดที่เขียนว่าแนวคูสนามเพลาะ แนวสีแดงถัดมาก็เป็นบังเกอร์ และหลุมรถถัง

    ส่วนแนวที่ 3 คือแนวหน้าสุดของทหารเขมรมีการเสริมสร้างกำลังในช่วงประมาณเดือนมีนาคม 2026 ที่ผ่านมา และมีการขุดคูออกไปทางตะวันตก เพื่อล้อมบริเวณกำแพงอาคารคาสิโนไว้

    ที่เป็นข่าวเมื่อวานนี้ว่า คณะ เสธ ของเหล่าทัพไปเยี่ยมพื้นที่ตาพระยา และมีภาพ ท่านเสธ. ปูด้วง ปีนกำแพงขึ้นไปดูแนวสนามเพลาะของทหารเขมร ซึ่งอยู่ห่างไม่กี่เมตรกับแนวกำแพงของคาสิโน

    จริงๆตลอดแนวทางตะวันออกของคาสิโน ทหารไทยวางแนวลวดหนามตามถนนส่วนทหารเขมรวางในพื้นที่ฝั่งตรงข้ามห่างกันประมาณ 50 เมตรครับ

    จากเรื่องนี้จะเห็นได้ว่าทหารเขมรพยายามที่จะเข้ามาประชิดทหารไทยอยู่ตลอดเวลาครับ

    ปล.บางคนคงสงสัยว่าทำไมเราไม่รื้อคาสิโน ทั้งๆที่อาคารศุลกากรเราก็รื้อทิ้งไปแล้ว

    เท่าที่ผมดูจากแนวเส้นเขตแดนจริงๆที่ไทยยึดถือ ตัวศุลกากรเป็นอาคารของรัฐที่เขมรสร้างล้ำแนวเขตแดนไทยครับ จึงไม่แปลกที่ทหารไทยจะทำการรื้อทิ้งไป

    แต่เส้นเขตแดนที่ไทยยึดถือช่วงพื้นที่แถวคาสิโนมันร่นเข้าไปฝั่งตะวันตกมากหน่อย ซึ่งอาจจะทำให้คาสิโนไม่ได้อยู่ในดินแดนไทย เป็นเพียงพื้นที่ที่เรายึดไว้เพื่อความปลอดภัย

    ส่วนเหตุผลที่ไม่รื้อ ผมวิเคราะห์นะ
    1.ก็มันไม่ได้อยู่ในแดนไทยจริงๆ
    2.เกี่ยวกับอนุสัญญาเจนีวา หากยึดบรรทัดฐานจากทหารเรือที่ไม่ยอมรื้อ คาสิโนคนละครึ่ง ที่ทมอดา

    ทหารเรือใช้เหตุผลว่าเป็นอาคารของเอกชนได้รับความคุ้มครองจากสนธิสัญญาเจนีวา ในความขัดแย้งห้ามทำลายสิ่งปลูกสร้างของพลเรือน

    อนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 4 ปี 1949 (Fourth Geneva Convention)
    อนุสัญญาฉบับนี้มุ่งเน้นไปที่การคุ้มครองพลเรือนในพิกัดพื้นที่สงครามและการยึดครอง (Occupation):
    มาตรา 53 (Article 53): การทำลายใด ๆ โดยอำนาจผู้ยึดครอง (Occupying Power) ต่ออสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ อันเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลหรือกรรมสิทธิ์ร่วมกันของเอกชน หรือของรัฐ หรือของหน่วยงานสาธารณะอื่น ๆ หรือขององค์กรทางสังคมหรือสหกรณ์ ถือเป็นสิ่งต้องห้าม เว้นแต่ในกรณีที่การทำลายเช่นว่านั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดต่อการปฏิบัติการทางทหาร

    แปลง่ายๆคือ ในสงครามห้ามไปยิงอาคารบ้านเรือนประชาชน แต่ถ้ามันเอาทหารไปไว้ข้างใน สามารถยิงได้ หรือจะทำลายให้ราบก็ได้

    แต่เมื่อใดที่อาคารนั้นยังอยู่แต่ทหารนั้นหนีออกไป แล้วทหารอีกฝ่ายเข้ายึดพื้นได้ เมื่อภัยคุกคามหมดไป ฝ่ายยึดครองก็ไม่สามารถไปทำลายได้

    ข้อสังเกตของผมคือ ในพื้นที่ทั้งหมดจากอุบลถึงตราด บริเวณที่ทหารไทยเข้ายึดคาสิโนตามแนวชายแดนได้แล้ว

    ไม่มีที่ใดเลยที่จะมีการไถรื้อคาสิโนทิ้งครับ ผมคิดว่าก็คงด้วยเหตุผลเดียวกันนี้แหละที่ทำให้เรายังไม่ได้รื้ออาคารคาสิโน ถึงแม้บางอาคารมันสร้างล้ำดินแดนไทยแบบชัดเจนก็ยังไม่รื้อ เช่น กรณีคาสิโนคนละครึ่ง

    หรือถ้าคิดในมุมมองคนไทยส่วนใหญ่ มองถึงเรื่องทฤษฎีผลประโยชน์ชายแดนของทหารข้าราชการหรือนักการเมืองบางคน

    คนไทยก็สามารถมองได้ว่าที่ไม่ทำลายส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะมันคือผลประโยชน์ของกลุ่มคนไทยบางกลุ่มที่มีอำนาจ โดยอาจจะไปอ้างเอาสารพัดเหตุผลมาสนับสนุนเพื่อไม่ให้เกิดการทำลายอาคารพวกนี้

    ก็แล้วแต่คนจะเชื่อตามแต่สิ่งที่ตนเองเห็นหรือข้อมูลที่มีและประสบมาครับ

    ก็รอดูต่อไปครับว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป?

    ปล.ภาพสุดท้ายจะไม่ใช่ภาพอัพเดทล่าสุดนะครับ แต่ก็พึ่งถ่ายเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผมวาดแนวสีแดงให้เห็นตามรูปก่อนหน้าแสดงถึงแนวของทหารเขมรที่ประชิดตัวคาสิโนบึงตะกวน

    FB_IMG_1782955112242.jpg FB_IMG_1782955114253.jpg FB_IMG_1782955116273.jpg FB_IMG_1782955118203.jpg

    https://www.facebook.com/share/p/1CF3V6BW4e/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,434
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการแบนสินค้าไทยของทางฝั่งกัมพูชา

    1. นโยบายแบนสินค้าไทย เป็นเพียงนโยบาย ภายในประเทศกัมพูชา ไม่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ

    2. หากสินค้าถูกนําเข้าผ่านด่านศุลกากรและเสียภาษีถูกต้อง แม้จะเป็นสินค้าจากไทย ก็สามารถขายได้ในกัมพูชาครับ

    3. ที่ไม่ประกาศเป็นกฎหมายเพราะจะขัดกับ ข้อตกลงและกฎหมายในระดับนานาชาติครับ และเข้าข่ายด้านกีดกันทางการค้า เขาจึงไม่สามารถบรรจุเป็นกฎหมายและมีคําสั่งหรือ การลงโทษที่ชัดเจนได้ครับ

    4. มีการจับกุมสินค้าไทยจริงครับ ตามที่เราได้เห็น ทางเพจก็นําเสนอมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งสินค้าเหล่านั้นที่เราเห็นในข่าวคือสินค้าที่ลักลอบนําเข้า สินค้าหนีภาษี จึงถูกจับกุม ยึดของ

    5. ความต้องการสินค้าของไทย ยังมีอยู่เหมือนเดิมครับ ทั้งคุณภาพและปริมาณ รวมถึงสินค้าได้ฮาลาลเป็นที่ต้องการให้กับกัมพูชาอย่างมากในตอนนี้

    6. ก่อนหน้านี้มีการปรับเรื่องการแบนสินค้าไทยให้เป็นเรื่องของเชิงสัญลักษณ์ ตรงนี้พูดออกใหม่ในการปราศรัยเอง โดยเป็นฮุนมานีและฮุนมาเนต พูดชัดเจน ทํานองว่า เขาบุกรุกเหล่าเขายึดที่ดินของเราทําให้ทหารของเราตาย การแบนสินค้าไทยคือการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึงความไม่พอใจ

    7. ทางกัมพูชายังคงเดินหน้าต่อ เพราะการแบนสินค้าไทย ในมุมกลับก็เป็นช่องให้ ร้านค้าในประเทศปรับตัวทําสินค้าทดแทน สินค้าจากไทยได้ ถือเป็นช่องว่างที่ รัฐบาลจะตรึงไว้จนกว่า ร้านช้างในประเทศจะผลิตสินค้าทดแทนจากไทยได้ครบวงจร

    ♤ ตอนนี้ทางกัมพูชาจึงทําแคมเปญสัมภาษณ์ ประชาชนประมาณร้อยคนครับ ให้แสดงออก เกี่ยวกับการแบนสินค้าไทย ลองไปดูเหตุผล กับความรู้สึกของ ประชาชนกัมพูชาที่แบนสินค้าไทยกันครับ

    ทําไมถึงเจ๊ง
    FB_IMG_1782955208731.jpg FB_IMG_1782955210954.jpg FB_IMG_1782955213109.jpg FB_IMG_1782955215239.jpg FB_IMG_1782955217448.jpg FB_IMG_1782955219891.jpg
    https://www.khmertimeskh.com/501932...flux-of-illegal-thai-imports/#google_vignette

    https://www.facebook.com/share/1NbBkoUC4o/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,434
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "พันธมิตรที่พร้อมหักหลังไทย" สื่อดังจีน! เผยคลิปการซ้อมรบทหารเขมร"ได้รับบริจาคยุทธโธปกรณ์จากจีน"มีทหารจีน คอยช่วยฝึกอย่างเข้มข้น!! (คลิปในคอมเม้น)

    https://www.facebook.com/share/v/18nqTWEWw4/

    https://www.facebook.com/share/1Scsvmem6T/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • w.mp4
      ขนาดไฟล์:
      436.1 KB
      เปิดดู:
      73
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,434
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “ไทยเลิกนับหัว…หันมานับเงิน! เปิดเกมใหม่ ‘นักท่องเที่ยวคุณภาพ’ มากน้อยไม่ว่า ขอรูดบัตรหนักก็พอ”

    Bloomberg รายงาน ประเทศไทยกำลังส่งสัญญาณครั้งสำคัญว่า ยุคแห่งการไล่ล่าสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวอาจใกล้สิ้นสุดลง หลังรัฐบาลประกาศชัดเจนว่าเป้าหมายใหม่ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไม่ใช่การดึงคนเข้าไทยให้มากที่สุดอีกต่อไป แต่คือการเพิ่มรายได้ต่อหัวของนักท่องเที่ยวให้สูงขึ้น แม้จำนวนผู้เดินทางจะน้อยลงก็ตาม

    ปี 2569 รัฐบาลตั้งเป้าต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 33 ล้านคน ซึ่งยังต่ำกว่าระดับเกือบ 40 ล้านคน ที่ไทยเคยทำได้ในปี 2562 ก่อนเกิดโควิด-19 และหากจำนวนนักท่องเที่ยวต่ำกว่าปี 2568 ที่มี 32.97 ล้านคน ก็จะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2538 ที่ไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงติดต่อกันสองปี นอกเหนือจากช่วงการระบาดของโควิด

    นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คณะ ผู้ บริหาร ท ทท. ให้สัมภาษณ์ว่า ไทยไม่ได้กังวลกับตัวเลขนักท่องเที่ยวมากนัก เพราะเป้าหมายคือการสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวแต่ละคนให้มากขึ้น พร้อมหันไปเจาะตลาด “นักท่องเที่ยวคุณภาพ” ที่มีกำลังใช้จ่ายสูงและพักอาศัยนานกว่าเดิม

    กลุ่มเป้าหมายใหม่ของไทยจึงไม่ใช่เฉพาะนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวทะเลหรือแหล่งบันเทิง แต่ครอบคลุมผู้ที่เดินทางเพื่อรับบริการทางการแพทย์ โปรแกรมสุขภาพและเวลเนส การชมคอนเสิร์ต เทศกาลนานาชาติ การออกรอบกอล์ฟ การแข่งขันมาราธอน รวมถึงกิจกรรมกีฬาระดับโลก ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มใช้จ่ายสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป

    ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อทริป หรือราว 49,000 บาท แต่รัฐบาลตั้งเป้าผลักดันให้เพิ่มเป็น 2,400 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 79,000 บาทต่อคนต่อทริป อย่างไรก็ตาม รายได้รวมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย จาก 1.54 ล้านล้านบาท ในปี 2568 เป็น 1.55 ล้านล้านบาท

    อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญของการเปลี่ยนยุทธศาสตร์ คือการปรับนโยบายด้านวีซ่า หลังรัฐบาลทยอยยกเลิกมาตรการผ่อนปรนที่เคยใช้กระตุ้นการท่องเที่ยวหลังโควิด เพราะพบปัญหาชาวต่างชาติใช้ช่องโหว่เข้ามาทำงานผิดกฎหมาย อยู่เกินกำหนด และก่ออาชญากรรมเพิ่มขึ้น

    แม้ไทยต้องการนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปิดประตูใส่นักท่องเที่ยวงบจำกัด โดย ททท. นิยามคำว่า “ลักชัวรี” ใหม่ ไม่ได้หมายถึงความหรูหราราคาแพงเพียงอย่างเดียว แต่คือ ประสบการณ์ที่มีคุณค่า มีเอกลักษณ์ และหาไม่ได้จากที่อื่น ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับนักท่องเที่ยวทุกระดับ หากสามารถสร้างความประทับใจและทำให้ยินดีใช้จ่ายมากขึ้น

    อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการท่องเที่ยวคิดเป็นเกือบ 20% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ขณะที่ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ตลาด ร้านดำน้ำ บริษัทนำเที่ยว และระบบขนส่งจำนวนมากเติบโตขึ้นจากโมเดล “นักท่องเที่ยวจำนวนมาก” โดยเฉพาะเมืองหลักอย่าง ภูเก็ต และ เชียงใหม่ ซึ่งออกแบบระบบเศรษฐกิจรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลมาตลอดหลายทศวรรษ

    ขณะเดียวกัน ไทยยังเผชิญการแข่งขันรุนแรงจากประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เวียดนาม และ อินโดนีเซีย ที่พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและมีต้นทุนการเดินทางที่แข่งขันได้มากขึ้น ประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งค่ากว่าในอดีต ทำให้จุดขายด้าน “เที่ยวคุ้มราคา” ของไทยลดความโดดเด่นลง

    การปรับยุทธศาสตร์ครั้งนี้จึงสะท้อนว่า ไทยกำลังเปลี่ยนจากแนวคิด “คนเยอะไว้ก่อน” ไปสู่ “คนไม่ต้องแน่น แต่กระเป๋าต้องหนัก” เพราะในวันที่การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวไม่ได้วัดกันที่จำนวนผู้โดยสารลงสนามบินอีกต่อไป สิ่งที่รัฐบาลต้องการเห็นมากกว่าแถวเช็กอินยาว ๆ คือยอดรูดบัตรเครดิตที่ยาวกว่าเดิม
    https://www.facebook.com/share/p/19ZNheMzfU/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,434
    ค่าพลัง:
    +97,153
    #ศุลกากร จับผู้โดยสารลอบนำเข้า #ปากกาลดน้ำหนัก ยึด 252 กล่อง มูลค่ากว่า 3.3 ล้านบาท

    เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 #กรมศุลกากร โดยกองสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากรร่วมกับสำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานดอนเมือง ตรวจยึดปากกาลดน้ำหนักลักลอบนำเข้าจาก #ญี่ปุ่น จำนวน 252 กล่อง มูลค่ากว่า 3.3 ล้านบาท หลังตรวจพบผู้โดยสารชาวไทย 2 ราย ลักลอบนำเข้าสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

    ปากกาลดน้ำหนักดังกล่าวจัดเป็นยาที่การนำเข้าต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนนำเข้ามาในราชอาณาจักร

    การกระทำดังกล่าวความผิดพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510

    #สนามบินดอนเมือง

    https://www.facebook.com/share/p/14jjDTkTMsy/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,434
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทูตจีนเผย 1 ก.ค.ครบ 105 ปีพรรคคอมมิวนิสต์ และครบสัมพันธ์จีน-ไทย 50 ปี จีน-ไทยจะเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กัน จีนเป็นทุกอย่าง ตลาดท่องเที่ยวใหญ่สุดให้ไทย ค้าขายเพิ่ม 6,000 เท่า ตลาดส่งออกเกษตรใหญ่ที่สุดของไทย BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1C8PB7URsW/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,434
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อินโดนีเซียเร่งใช้ B50 ลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า⛽️
    .
    [[ เป้าหมายสำคัญของมาตรการ B50 คือต้องการรลดความเปราะบางของเศรษฐกิจ ]]
    โดยอินโดนีเซียเตรียมยกระดับการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B50 ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2569 นับเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่กำหนดให้ใช้น้ำมันดีเซลผสมไบโอดีเซลจากปาล์มน้ำมันในสัดส่วน 50% โดยมีเป้าหมายลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดีเซล เพิ่มการใช้ทรัพยากรภายในประเทศ และเสริมความมั่นคงทางพลังงาน เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานโลกต่อเศรษฐกิจอินโดนีเซีย
    .
    [[ การพึ่งพาน้ำมันนำเข้ายังคงเป็นจุดเปราะบางของเศรษฐกิจอินโดนีเซีย ]]
    แม้อินโดนีเซียจะเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายสำคัญของอาเซียน แต่ในปี 2567 ผลิตน้ำมันได้เพียง 0.8 ล้านบาร์เรล/วัน ขณะที่การบริโภคอยู่ที่ 1.63 ล้านบาร์เรล/วัน หรือผลิตได้เพียงครึ่งหนึ่งของความต้องการใช้ ส่งผลให้ต้องนำเข้าน้ำมันสุทธิราว 7-8 แสนบาร์เรล/วัน และยังนำเข้าดีเซลประมาณ 4.9 ล้านกิโลลิตร/ปี คิดเป็น 10.5% ของความต้องการใช้ดีเซลในประเทศ เมื่อราคาน้ำมันโลกปรับสูงขึ้น ต้นทุนนำเข้าพลังงานจึงเพิ่มขึ้น กดดันดุลบัญชีเดินสะพัด ค่าเงินรูเปียห์ และฐานะการคลัง โดยในไตรมาส 1/2569 อินโดนีเซียขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 0.73% ของ GDP
    .
    [[ อินโดนีเซียมีความได้เปรียบด้านปาล์มน้ำมัน จึงสามารถผลักดัน B50 ได้ ]]
    โดยเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดของโลก คิดเป็น 57% ของการผลิตโลก และเป็นผู้ผลิตไบโอดีเซลจากปาล์มน้ำมันอันดับหนึ่งของโลก ทำให้มีวัตถุดิบเพียงพอในการยกระดับจาก B40 เป็น B50 เพื่อทดแทนดีเซลนำเข้าและเพิ่มการใช้พลังงานที่ผลิตภายในประเทศ
    .
    [[ B50 ช่วยลดความเปราะบางของเศรษฐกิจอินโดนีเซียผ่าน 5 ช่องทางหลัก ]]
    โดยเริ่มจากการทดแทนดีเซลนำเข้าด้วยไบโอดีเซลที่ผลิตจากปาล์มน้ำมันในประเทศ ซึ่งช่วยลดการนำเข้าพลังงานและความต้องการใช้เงินดอลลาร์ฯ ส่งผลให้ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น พร้อมทั้งบรรเทาแรงกดดันต่อค่าเงินรูเปียห์ นอกจากนี้ การลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้ายังช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก และช่วยบรรเทาภาระการอุดหนุนพลังงานของภาครัฐในช่วงที่ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง โดยรัฐบาลประเมินว่า B50 จะช่วยประหยัดเงินตราต่างประเทศจากการนำเข้าน้ำมันดีเซลได้ประมาณ 8.9 พันล้านดอลลาร์ฯ หรือคิดเป็นประมาณ 0.66% ของ GDP ในปี 2569 ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวมีความสำคัญในช่วงที่เศรษฐกิจอินโดนีเซียยังเผชิญแรงกดดันด้านการคลัง โดยดุลการคลังยังขาดดุล 0.93% ของ GDP ในไตรมาส 1/2569
    .
    [[ อย่างไรก็ตาม การใช้ B50 เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเสริมเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาว ]]
    อินโดนีเซียยังต้องนำเข้าน้ำมันดิบ เบนซิน และก๊าซ LPG อีกจำนวนมาก ขณะที่ผลลัพธ์ของนโยบายยังขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันโลก ราคาน้ำมันปาล์ม และการดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่สามารถทดแทนการนำเข้าพลังงานทั้งหมดได้ แต่ B50 ถือเป็นก้าวสำคัญในการลดความเปราะบางจากการพึ่งพาพลังงานนำเข้า และสร้างภูมิคุ้มกันให้เศรษฐกิจอินโดนีเซียในระยะยาว
    .
    #ศูนย์วิจัยกสิกรไทย #KResearch #อินโดนีเซีย #ราคาน้ำมัน #B50

    https://www.facebook.com/share/p/18obb3i72q/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,434
    ค่าพลัง:
    +97,153
    #ประวัติศาสตร์หน้าใหม่
    #ของการบินกัมพูชา
    FB_IMG_1782974729967.jpg FB_IMG_1782974732339.jpg FB_IMG_1782974734100.jpg
    พอพาดหัวแบบนี้แล้ว เลยต้องอธิบายเพื่อเป็นความรู้ครับ ฉากหน้าเขาอยากให้เห็นอะไร และข้างหลังมีแผลแบบไหน
    .
    .
    .
    ก่อนอื่นเรามาดูข้อจํากัดของกัมพูชาที่ทําให้ไม่เกิดไฟต์บินตรงจากกัมพูชาไปยังสหรัฐอเมริกา

    1. มาตรฐานการกำกับดูแล (FAA Category 1): สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) กำหนดให้หน่วยงานการบินพลเรือนของประเทศต้นทาง ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยทางความปลอดภัยในการบินระหว่างประเทศ (IASA) และได้จัดอันดับเป็น Category 1 เท่านั้น สายการบินจากประเทศนั้นจึงจะบินเข้าอเมริกาได้ ซึ่งกัมพูชายังไม่ได้รับการจัดอันดับนี้

    2. ในอดีต หน่วยงานกำกับดูแลการบินของกัมพูชาเคยประสบปัญหาเรื่องข้อบกพร่องด้านการรับรองความปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ (SSC) โดนไอเคโอ ตรวจสอบด้วย

    3. ด้านความคุ้มค่า
    ปริมาณผู้โดยสาร (Passenger Demand) ต่ำ: แม้จะมีชาวกัมพูชาอพยพไปตั้งถิ่นฐานในอเมริกาจำนวนมาก (เช่น ในรัฐแคลิฟอร์เนีย หรือแมสซาชูเซตส์) แต่ลักษณะการเดินทางส่วนใหญ่เป็นแบบมาเยี่ยมญาติหรือท่องเที่ยว (VFR: Visiting Friends and Relatives) ซึ่งมีความถี่ต่ำ

    4. ขาดผู้โดยสารชั้นธุรกิจ (Premium Demand): เส้นทางบินตรงข้ามทวีปที่มีระยะทางไกลมากและต้นทุนน้ำมันสูง จะอยู่รอดได้ต้องพึ่งพาผู้โดยสารชั้นธุรกิจหรือชั้นหนึ่งที่ยอมจ่ายตั๋วราคาสูง ซึ่งกัมพูชายังมีสัดส่วนนักธุรกิจและนักลงทุนจากสหรัฐฯ เดินทางเข้าออกน้อยเกินไป

    5. คู่แข่งอยู่ในตลาด ยาวนานและเข้มแข็งกว่า

    การแข่งขันจากสายการบินฮับ (Hub Carriers): สายการบินยักษ์ใหญ่ในภูมิภาค เช่น Singapore Airlines, EVA Air, Korean Air และ Cathay Pacific เสนอราคาตั๋วเครื่องบินแบบต่อเครื่อง (Transit) ที่ถูกและสะดวกมากอยู่แล้ว

    6. ข้อจำกัดด้านฝูงบินและโครงสร้างพื้นฐาน

    6.1 ขาดแคลนเครื่องบินพิสัยไกล (Long-haul Aircraft): สายการบินสัญชาติกัมพูชา (เช่น Cambodia Angkor Air) ส่วนใหญ่เน้นบริการในภูมิภาค จึงมีเพียงเครื่องบินลำตัวแคบ (Narrow-body) หรือเครื่องบินลำตัวกว้างพิสัยกลาง ไม่ได้มีเครื่องบินขนาดใหญ่ที่มีระยะบินไกลพอจะข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกได้โดยไม่ต้องแวะเติมน้ำมัน

    6.2 ข้อจำกัดของรันเวย์ในอดีต: แม้ว่าในปัจจุบันกัมพูชาจะมีท่าอากาศยานนานาชาติแห่งใหม่ที่รองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ได้อย่าง ท่าอากาศยานนานาชาติตะโบงฆมุม (Techo Takhmao International Airport) แต่ในอดีต สนามบินพนมเปญเดิมมีข้อจำกัดเรื่องความยาวรันเวย์และการรองรับน้ำหนักของเครื่องบินข้ามทวีปที่เติมน้ำมันมาเต็มพิกัด

    7. ในอดีต ความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีระหว่างสหรัฐฯ และกัมพูชามีช่วงที่ตึงเครียดบ่อยครั้ง จากจุดยืนด้านสิทธิมนุษยชน การเมืองภายในประเทศของกัมพูชา และการที่กัมพูชามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดทางทหารและเศรษฐกิจกับประเทศจีนเป็นอย่างมาก

    ความไม่แน่นอนทางการเมืองนี้ทำให้การเจรจาข้อตกลงระดับรัฐต่อรัฐ รวมถึงข้อตกลงน่านฟ้าเสรี (Open Skies Agreement) ต้องหยุดชะงักและใช้เวลายาวนานกว่า 12 ปี

    นี่คือ 7 ข้อหลักๆ ที่เป็นเหตุผลว่าทําไมสายการบินของกัมพูชาจึงไม่เคยมีไฟลท์บินตรงไป สหรัฐอเมริกา
    .
    .
    .
    ♤♡◇♧
    แล้วเกิดอะไรขึ้น ทําไมจึงเกิดข่าวระดับประวัติศาสตร์การบินกัมพูชาในวันนี้

    ขออธิบายแบบกระชับนะครับ
    จําเมื่อปีที่แล้วตอนที่โดนัลด์ ทรัมป์เข้ามามี ส่วนกดดันกรณีพิพาทไทยกัมพูชาได้ไหมครับ ?

    ช่วงนั้นเราจะเห็นว่าทางกัมพูชาตีข้าว ยกย่องประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อย่างมาก มีการชูป้าย มีการทำโฆษณากับขอบคุณ มีการยกถนน และเปลี่ยนเป็นชื่อประธานาธิบดีสหรัฐให้
    ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ทาง กัมพูชาต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปเจรจาเรื่องภาษีนําเข้า ซึ่งเป็นประเด็นในตอนนั้นครับ

    ซึ่งเราก็รู้กันดีอยู่แล้วครับ มันคือการเข้าห้องเย็น เข้าไปรับฟังความต้องการของอเมริกาแล้วดูว่า เราพอจะตอบแทนได้มากน้อยแค่ไหน

    สิ่งที่กัมพูชาโดนในตอนนั้น 1 ในนั้นคือการซื้อเครื่องบินจากทางสหรัฐครับ ซึ่งกัมพูชาตกลงซื้อไปทั้งหมด 10 ลำ ทยอยชำระเงินและทยอยส่งมอบ ส่วนหนึ่ง การที่กัมพูชายอมซื้อ เพราะอเมริกาตบปากรับคำไว้ครับว่า ปัญหาของเขาในการขยายการท่องเที่ยวจะหมดไป อเมริกาจะให้ความช่วยเหลือในข้อจำกัดต่างๆ (ซึ่งสามสิบเปอร์เซ็นต์ก็มาจากนโยบายและกฎหมายของอเมริกาเองครับ)

    สนามบินเตโชก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทางรัฐบาลกัมพูชาทํารองรับไว้แล้วครับ ส่วนเครื่องที่ซื้อจากอเมริกาก็จะผ่านคุณสมบัติที่เป็นข้อจํากัด และเมื่อตกลงเซ็นสัญญาสั่งซื้อแล้ว ทางอเมริกาก็ให้ความช่วยเหลือในการเปิดไฟต์บินตรงให้ครับ ซึ่งอเมริกาไม่ได้ มีส่วนกับกำไร ขาดทุน ความคุ้มทุน อเมริกาก็ไม่ได้เสียหายอะไร เพียงแต่ให้ความช่วยเหลือบางประการ และกัมพูชาก็แก้ไขปัญหาด้านเทคนิคได้สําเร็จด้วย จากการซื้อเครื่องบิน และการกู้เงินมหาศาลมา สร้างสนามบินนานาชาติเตโช

    .
    .
    .
    ฉากหน้าที่กัมพูชานำเสนอผ่านสื่อตอนนี้คือ #ความสําเร็จ #ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ #ก้าวที่ยิ่งใหญ่ของการบินกัมพูชา

    เราจึงนำเสนอบาดแผลต่างต่างหลังฉากให้ได้รับทราบกันครับ

    ทำไมถึงเจ๊ง

    ** ส่วนหนึ่งที่ผ่านข้อจํากัดของไอเคโอ ก็คือการบริหารจัดการของบริษัทจากไทยครับ

    https://kbn.news/archives/383789

    https://www.facebook.com/share/1H7Gp4msmF/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,434
    ค่าพลัง:
    +97,153
    บ้านมือสองค้างกว่า 4 แสนยูนิต เกมนี้ไม่ได้ชนะด้วยการลดราคาอย่างเดียว

    บ้านมือสองค้างตลาดกว่า 4 แสนยูนิตไม่ใช่แค่ตัวเลขของทรัพย์ที่ขายไม่ออก แต่เป็นกระจกสะท้อนว่าตลาดอสังหาฯ ไทยกำลังเปลี่ยนจากยุคที่ “มีทรัพย์แล้วรอคนซื้อ” ไปสู่ยุคที่เจ้าของต้องเข้าใจราคา ข้อมูล ช่องทางขาย และกำลังซื้อจริงมากขึ้น

    FazWaz เปิดตัวบริการ FazWaz Premium โดยชูจุดเด่นเรื่องการใช้ข้อมูลช่วยวิเคราะห์ราคา เครือข่าย 7 เว็บไซต์ และการเชื่อมผู้ซื้อ 1.2 ล้านคนทั่วโลก ข่าวนี้เป็นข่าวบริษัท แต่มีความหมายเชิงตลาด เพราะมันแตะปัญหาจริงของคนถืออสังหาฯ จำนวนมาก คือทรัพย์ดีอาจขายยาก ถ้าราคาไม่ตรงตลาดหรือเข้าถึงผู้ซื้อไม่ถูกกลุ่ม

    สิ่งที่น่าสนใจคือ บ้านมือสองไม่ได้แพ้บ้านใหม่เสมอไป หลายครั้งบ้านมือสองมีข้อดีที่บ้านใหม่ให้ไม่ได้ เช่น ทำเลเดิมที่ชุมชนพร้อม พื้นที่ใช้สอยมากกว่า ราคาต่อพื้นที่คุ้มกว่า หรืออยู่ใกล้โรงเรียน ตลาด โรงพยาบาล และระบบขนส่งที่ใช้งานจริงแล้ว แต่ข้อเสียคือผู้ซื้อประเมินความเสี่ยงยากกว่า ทั้งสภาพบ้าน ค่ารีโนเวต เอกสาร ภาระจำนอง และราคาที่ควรจ่ายจริง

    เมื่อมีทรัพย์ค้างจำนวนมาก สิ่งที่ตลาดต้องการจึงไม่ใช่แค่ป้ายประกาศขายเพิ่ม แต่ต้องการข้อมูลที่ทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายมองราคาใกล้กันมากขึ้น เจ้าของหลายคนตั้งราคาจากความรู้สึก จากราคาที่เคยมีคนบอก หรือจากต้นทุนที่ตัวเองซื้อมา แต่ตลาดวันนี้ถามอีกแบบหนึ่งว่า ราคานี้เทียบกับทรัพย์คล้ายกันในทำเลเดียวกันแล้วสมเหตุสมผลหรือไม่

    ในมุมคนขายบ้านมือสอง ข่าวนี้ให้บทเรียนชัดมากว่า การขายทรัพย์ไม่ใช่แค่รอเวลา ถ้าตลาดมีบ้านค้างจำนวนมาก ผู้ซื้อจะมีตัวเลือกเยอะขึ้น บ้านที่ขายได้จึงต้องมีอย่างน้อยสามอย่างพร้อมกัน คือราคาที่อธิบายได้ สภาพทรัพย์ที่ดูแล้วไม่กลัว และช่องทางที่ไปถึงผู้ซื้อจริง

    ในมุมนักลงทุนอสังหาฯ บ้านมือสองค้างตลาดอาจเป็นทั้งโอกาสและกับดัก โอกาสคืออาจมีทรัพย์บางชิ้นที่เจ้าของอยากเปลี่ยนเป็นเงินสดและพร้อมต่อรอง แต่กับดักคือไม่ใช่ทุกทรัพย์ที่ลดราคาแล้วน่าซื้อ บางหลังราคาถูกเพราะทำเลอ่อน บางหลังต้องใช้เงินซ่อมสูง บางหลังขายต่อยากเพราะแบบบ้านหรือสภาพแวดล้อมไม่ตรงกับความต้องการปัจจุบัน

    ผมมองว่า ตลาดบ้านมือสองกำลังบังคับให้ทุกคนจริงจังกับคำว่า liquidity หรือความสามารถในการเปลี่ยนทรัพย์เป็นเงินสด ที่ดิน บ้าน หรือคอนโดอาจเป็นสินทรัพย์ที่ดีในระยะยาว แต่ถ้าตั้งราคาไม่ตรงกับความต้องการจริง ก็อาจกลายเป็นสินทรัพย์ที่ถือแล้วเหนื่อย เพราะต้องจ่ายค่าส่วนกลาง ภาษี ซ่อมแซม หรือดอกเบี้ยต่อเนื่อง

    สำหรับคนอยากซื้อบ้าน ข่าวนี้บอกว่าอย่าดูบ้านมือสองเป็นของรองเสมอไป แต่ต้องดูให้ละเอียดกว่าเดิม ตรวจโฉนด ตรวจภาระผูกพัน ดูสภาพโครงสร้าง ประเมินงบซ่อม และเทียบราคากับทั้งบ้านใหม่และบ้านมือสองในพื้นที่เดียวกัน ถ้าทำการบ้านดี บ้านมือสองบางชิ้นอาจให้ความคุ้มค่าที่บ้านใหม่ให้ไม่ได้

    สำหรับเจ้าของบ้านที่อยากขาย บทเรียนสำคัญคืออย่าให้ความทรงจำของเรากลายเป็นราคาขายทั้งหมด บ้านหลังหนึ่งอาจมีคุณค่าทางใจมาก แต่ตลาดซื้อด้วยข้อมูลและความคุ้มค่า ถ้าต้องการขายจริง การปรับราคาให้ตรงตลาด จัดบ้านให้ดูง่าย และเล่าให้ชัดว่าบ้านนี้เหมาะกับใคร อาจสำคัญกว่าการลงประกาศซ้ำ ๆ ด้วยราคาเดิม

    นี่เป็นสัญญาณที่ควรเข้าใจว่า ตลาดอสังหาฯ ไทยไม่ได้ขาดทรัพย์ แต่ขาดการจับคู่ที่แม่นยำระหว่างทรัพย์กับผู้ซื้อ บ้านมือสองกว่า 4 แสนยูนิตจึงไม่ใช่แค่ปัญหาสต็อก แต่คือโจทย์ว่าประเทศไทยจะทำให้สินทรัพย์ที่มีอยู่แล้วกลับมาใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้อย่างไร

    ท้ายที่สุด ตลาดที่ดีไม่ใช่ตลาดที่ทุกอย่างขึ้นราคาเสมอไป แต่คือตลาดที่ราคาเริ่มสะท้อนความจริงมากขึ้น คนซื้อซื้อได้โดยไม่เสี่ยงเกินไป คนขายขายได้โดยไม่ต้องรอนานเกินไป และนักลงทุนเลือกทรัพย์จากข้อมูลมากกว่าความหวังว่าเดี๋ยวราคาจะกลับมาเอง

    #KimPropertyLive #บ้านมือสอง #อสังหาไทย #FazWaz #ลงทุนอสังหา #ขายบ้าน #ตลาดบ้าน

    https://www.facebook.com/share/p/18yvyL1c68/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,434
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ธนาคารโลกประกาศเลื่อนระดับเวียดนามสู่ "ประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง" อย่างเป็นทางการ (Upper Middle Income) ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ช่วงชั้นรายได้เดียวกับไทยโดยรายได้ต่อหัวปี 2025 เพิ่มขึ้นเป็น 4,970 ดอลลาร์ จาก 4,490 ดอลลาร์ ในปี 2024 โดยใช้เวลาจากประเทศรายได้ต่ำขึ้นมาเพียง 15 ปี เร็วกว่าไทยที่เคยใช้เวลาถึง 24 ปี

    https://www.facebook.com/share/1HRqfDiU6G/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,434
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อนุทิน แถลงด่วนผลสอบ 'ทุจริตสอบท้องถิ่น' พบพยายามโกงจริง-บิ๊กข้าราชการเอี่ยว สั่งสอบวินัยร้ายแรง รับ 'ครม.หนู1' มีคนย่ามใจ

    https://www.facebook.com/share/18weiJoCMn/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,434
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ชัด!! ภาพ รถไฟหลายขบวน

    FB_IMG_1782978609762.jpg

    ลำเลียง ลัง-คอนเทนเนอร์ ขบวนยาว คลุมผ้า ที่โซเชี่ยลฯกัมพูชา แชร์กัน เป็นตัวอย่างหนึ่ง ของ รายงานข่าวของหน่วยความมั่นคงไทย ว่า มีเรือสินค้า มาส่ง สินค้าที่นะเบิดได้ HazCat ที่ท่าสีหนุวิลล์ เป็นประจำ
    ชาวเขมร เห็นกันจนชินตา และก็รู้ว่า ขนอะไร จึงถ่ายคลิปกันไว้

    .
    ตามที่เคยรายงานไปก่อนหน้านี้ ว่า มีเรือสินค้า ที่แจ้งว่าเป็น วัตถุที่ระเบิดได้ HazCat ระหัสต่างๆ มาส่งที่ท่าเรือสีหนุวิลล์ เป็นประจำ ทุกวัน

    โดยฝ่ายความมั่นคง ประเมินว่า คือ กระสุน วัตถุระเบิด ที่กัมพูชา สั่งซื้อมาสะสมไว้ เตรียมความพร้อม และไม่ใช่ มาจากจีน ประเทศเดียว แต่มาจากหลายต้นทาง

    ขอบคุณภาพ: Army Military Force
    #สีหนุวิลล์
    #ชายแดนไทยกัมพูชา
    https://www.facebook.com/share/1EjAmBbaNz/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,434
    ค่าพลัง:
    +97,153
    มองตาปริบๆ เวียดนามเลื่อนชั้นขึ้นเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงเทียบเท่าไทย ใช้เวลา 17 ปีน้อยกว่าไทยเคยใช้เวลานานถึง 24 ปี ศก.เวียดนามไตรมาส 2 กระฉูดเฉียด 8.4% มีลุ้นทั้งปีนี้โต 10% ตามเป้า BTimes

    Jul 4, 2026 มองตาปริบๆ! เวียดนามเลื่อนชั้นขึ้นเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงเทียบเท่าไทย เวียดนามใช้เวลา 17 ปีน้อยกว่าไทยที่เคยใช้เวลานานถึง 24 ปี ศก.เวียดนามไตรมาส 2 กระฉูดเฉียด 8.4% มีลุ้นทั้งปีนี้โต 10% ตามเป้า

    ธนาคารโลก เปิดเผยประกาศการปรับสถานะประเทศทั่วโลกจากกฎเกณท์รายได้ต่อหัวประจำปี ในปี 2026 นี้ เวียดนามได้รับการเลื่อนสถานะขึ้นจาก ประเทศรายได้ปานกลางระดับล่าง ซึ่งอยู่ในสถานะนี้มาเป็นเวลา 17 ปี ขึ้นเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง สาเหตุจากรายได้ประชาชาติต่อหัวในปี 2025 เพิ่มขึ้นเป็น 4,970 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 166,500 บาท จากเดิมที่ระดับ 4,490 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 150,420 บาทในปี 2024 ทั้งนี้ เกณฑ์รายได้ประชากรต่อหัวขั้นต่ำของกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงกำหนดไว้ที่ 4,636 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 155,306 บาท และมีการทบทวนการจัดดังกล่าวเป็นประจำทุกวันที่ 1 กรกฎาคม ของทุกปี

    ปัจจัยมาจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของเศรษฐกิจในภาพรวม โดยเฉพาะภาคการส่งออก โดยในช่วงปี 2024–2025 การส่งออกของเวียดนามขยายตัวมากกว่า 15% ขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพีขยายตัว 7% ในปี 2024 และ 8% ในปี 2025
    .
    นอกจากนี้ ในช่วงปี 2021–2025 รายได้ประชาชาติต่อหัวของเวียดนามเติบโตเฉลี่ยประมาณ 10% ต่อปี ซึ่งเป็นหนึ่งในอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนที่สุดในภูมิภาคเอเชีย นอกเหนือจากเวียดนามแล้ว ฟิลิปปินส์เป็นอีก 1 ประเทศจากอาเซียนที่ได้รับการยกระดับขึ้นติดกลุ่มดังกล่าวด้วย

    สำหรับเวียดนามใช้เวลา 17 ปี หรือตั้งแต่ปี 2009 ในการเลื่อนสถานะจากประเทศรายได้ปานกลางระดับล่างสู่ประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง จากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา ที่สำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย พบว่า ประเทศไทยใช้เวลานานถึง 24 ปี ถึงจะได้รับการปรับขึ้นมาอยู่ในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง นับตั้งแต่ได้รับการจัดกลุ่มเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับล่างในปี ค.ศ. 1987

    สำนักงานสถิติแห่งชาติ เวียดนาม เปิดเผยว่า เศรษฐกิจของเวียดนามในไตรมาสที่ 2 ปีนี้ เติบโต 8.39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีผ่านมา นอกจากนี้ ยังเร่งตัวขึ้นจากระดับ 7.94% ในไตรมาสที่ 1 ปีนี้ด้วย ส่งผลให้การเติบโตของเศรษฐกิจเวียดนามในช่วงครึ่งแรกของปีนี้อยู่ที่ 8.18% ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลจะต้องเห็นการเติบโตที่เร็วขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยประมาณการว่าเศรษฐกิจจะต้องขยายตัว 11.7% ในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตทั้งปี 10%

    สาเหตุจากปัจจัยบวกหลัก ได้แก่ การเติบโตที่แข็งแกร่งในการก่อสร้างอุตสาหกรรมการก่อสร้างและการผลิต ภาคการส่งออกที่ขยายตัวอย่างโดดเด่น สำหรับภาคอุตสาหกรรม และการก่อสร้างขยายตัวสูงถึง 10.51% มาจากกิจกรรมการผลิตที่แข็งแกร่ง และการผลักดันโครงการอสังหาริมทรัพย์ และการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สําคัญทั่วประเทศของเวียดนาม เพื่อกระตุ้นการเติบโตเศรษฐกิจในระยะยาว

    ด้านการส่งออกของเวียดนามในไตรมาสที่สอง ปรากฎว่า เพิ่มขึ้น 22.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีผ่านมา มีมูลค่าแตะระดับ 143,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 4.81 ล้านล้านบาท ในขณะที่การนําเข้าเพิ่มขึ้น 39.1% ในช่วงเวลาเดียวกันมีมูลค่าแตะระดับ 156,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 5.25 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ 94.1% ของการนําเข้าเป็นปัจจัยการผลิตทั้งสิ้น
    #เวียดนาม #จีดีพี #เศรษฐกิจ #ไตรมาส2 #BTimes
    https://www.facebook.com/share/17WQmUJJnN/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,434
    ค่าพลัง:
    +97,153
    การเคลื่อนไหวครั้งประวัติศาสตร์ของปากีสถานต่อเตหะราน: วาระที่แท้จริงคืออะไร?

    ปากีสถานได้ส่งคณะผู้แทนระดับสูงไปยังอิหร่านเพื่อเข้าร่วมพิธีอำลาของผู้นำสูงสุด อาลี คาเมเนอี นำโดยนายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ และผู้บัญชาการทหารบก พลตรี อาซิม มูนีร์ นี่ไม่ใช่เพียงแค่มารยาททางการทูตตามปกติ และตามที่ ดร. ชาอิสตา ทาบัสซัม ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยการาจี กล่าวไว้ การเคลื่อนไหวครั้งนี้แฝงด้วยข้อความเชิงกลยุทธ์หลายประการ:

    * ความสามัคคีในการไว้อาลัยและการทูต – ปากีสถานยืนหยัดเคียงข้างอิหร่านในช่วงเวลาที่ตึงเครียดอย่างยิ่ง ทั้งในด้านการทูตและเชิงสัญลักษณ์

    * ความสามัคคีภายในประเทศ – องค์ประกอบของพลเรือนและทหาร รวมถึงผู้นำฝ่ายค้าน ส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าไม่มีความแตกแยกภายในประเทศเกี่ยวกับนโยบายต่ออิหร่านหรือต่อประชากรชีอะห์

    * การรักษาสมดุล "ปากีสถานมีความสัมพันธ์ที่ดีไม่เพียงแต่กับซาอุดีอาระเบียเท่านั้น แต่ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับอิหร่านด้วย... ไม่ว่าข้อตกลงใด ๆ ที่ทำกับซาอุดีอาระเบีย ก็ไม่ได้เป็นการต่อต้านอิหร่าน"

    * ความมุ่งมั่นในการเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย – ปากีสถานยืนยันบทบาทของตนในฐานะตัวกลางที่เป็นกลางระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งสัญญาณว่าจะไม่ละทิ้งความพยายามในการหยุดยิงและลดความตึงเครียดที่ตนเองมีส่วนช่วยริเริ่ม

    * ผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม – ความร่วมมือด้านพลังงาน (ท่อส่งก๊าซอิหร่าน-ปากีสถาน) ความมั่นคงชายแดนในบาลูจิสถาน และการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองเพื่อต่อต้านการก่อการร้าย ก็เป็นประเด็นสำคัญในวาระการประชุมเช่นกัน

    ปากีสถานกำลังลงทุนทางการเมืองอย่างมากในเส้นทางสู่อิหร่าน ในทางกลับกัน ปากีสถานคาดหวังว่าเตหะรานจะเคารพบทบาทการเป็นตัวกลางและให้ความร่วมมือในเรื่องความมั่นคง ในระยะยาว การทูตที่คำนวณมาอย่างดีนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ได้ผลประโยชน์ไม่เพียงแต่จากอิหร่านเท่านั้น แต่ยังรวมถึงจากวอชิงตันด้วย ซึ่งให้ความสำคัญกับช่องทางพิเศษของปากีสถานไปยังเตหะราน
    https://www.facebook.com/share/v/1BLy9djJmG/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,434
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "ปูตินไม่มีทางชนะ เราแข็งแกร่งกว่ามาก": รุตเต้เชื่อว่าขณะนี้ยูเครนไม่มีโอกาสเข้าร่วมนาโต้

    มาร์ค รุตเต้ยอมรับว่าการเพิ่มขึ้นของงบประมาณนาโต้นั้นเชื่อมโยงกับทั้งสงครามในยูเครนและแรงกดดันจากทรัมป์ – เขาเป็นประธานาธิบดีคนแรกนับตั้งแต่ไอเซนฮาวร์ที่ประสบความสำเร็จเช่นนี้ รุตเต้กล่าวว่าความไม่พอใจของทรัมป์เกิดจากสถานการณ์รอบอิหร่าน แต่เน้นย้ำว่ายุโรปยังคงเป็นฐานที่สำคัญสำหรับสหรัฐฯในการแสดงแสนยานุภาพ – โดยมีการส่งเครื่องบินรบของสหรัฐฯจากฐานทัพในยุโรปมากถึง 5,000 เที่ยวบิน

    ในขณะเดียวกันเลขาธิการนาโต้กล่าวว่าขณะนี้ยูเครนไม่มีโอกาสเข้าร่วมนาโต เนื่องจากไม่มีการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์ในหมู่สมาชิกของพันธมิตร สหรัฐฯ, เยอรมนี, และอีกหลายประเทศคัดค้าน และในขณะนี้ตามความเห็นของเขา การเป็นสมาชิกของยูเครนยังไม่ถือว่าเป็นไปได้จริง

    03/07/2026
    https://www.facebook.com/share/p/1HS7WFLZmc/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,434
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ผู้บรรจุแล้วระทึก! ‘สถ.’ เผยผลสอบสวน ‘ทุจริตสอบท้องถิ่น’ ชี้ มีมูลแก้คะแนน ช่วงประมวลผล - ผลสอบไม่ตรงต้นฉบับ เร่งตรวจคะแนน ‘ผู้บรรจุแล้ว’ 15,520 ราย ภายใน 3 วัน
    FB_IMG_1783137045431.jpg FB_IMG_1783137047371.jpg
    วันที่ 3 ก.ค. 69 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ออกเอกสารรายงานผลการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ระบุว่า

    ตามที่ปรากฏข่าว สำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่งในตำบลบางเลน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี สืบเนื่องจากการร้องเรียนว่า มีกลุ่มบุคคลและติวเตอร์บางกลุ่ม แอบอ้างว่ามีเส้นสายภายใน สามารถช่วยเหลือผู้สมัครสอบให้ผ่านการคัดเลือกและเข้ารับราชการท้องถิ่นได้ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 โดยขบวนการนี้จะเรียกรับเงินตั้งแต่ 350,000 - 800,000 บาท และผลการตรวจค้นพบว่า บ้านหลังดังกล่าวถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับแก้ไขกระดาษคำตอบ เพื่อปรับคะแนนให้ตรงกับรายชื่อของผู้ที่ยอมจ่ายเงิน ซึ่งพบสำเนากระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบประมาณ 3,000 ราย นั้น

    กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ได้มีคำสั่งที่ 674/2569 ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2569 แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อสืบสวนกระบวนการขั้นตอนการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 ให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจนและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยได้ดำเนินการสอบพยานบุคคลและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องในหลายประเด็น สรุปผลสืบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้น ดังนี้

    1. กระบวนการจัดการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น มีขั้นตอนการดำเนินงาน เริ่มตั้งแต่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 8/2560 เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคลท้องถิ่น ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 กำหนดให้คณะกรรมการกลางสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงาน ส่วนท้องถิ่น (ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต.) กำหนด โดยคณะกรรมการดังกล่าวในการประชุมเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 มีมติเห็นชอบให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันฯ เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการดำเนินการสอบแข่งขันในตำแหน่งและอัตราว่างตามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ประสงค์ให้จัดสอบ และมอบหมายให้กรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นดำเนินการคัดเลือกมหาวิทยาลัยตามกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารพัสดุภาครัฐ

    2. การจัดทำร่างขอบเขตงานจ้าง (TOR) ในการสอบแข่งขันกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้หารือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลางแล้ว มีความเห็นว่า ร่างขอบเขต
    งานจ้าง (TOR) ปี 2568 มีหลักประกันที่สูงกว่าขอบเขตงานจ้าง (TOR) ปี 2566 และเพียงพอต่อการแก้ไขปัญหา ป้องกันการทุจริต สามารถสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นต่อสาธารณชน และผู้ที่เข้าสอบแข่งขัน เป็นการดำรงไว้ซึ่งความเสมอภาคในโอกาสและหลักความรู้ความสามารถ อันเป็นหัวใจที่สำคัญของระบบคุณธรรม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะที่หน่วยงานของรัฐต้องรักษาไว้

    3. กระบวนการตรวจ และประมวลผลจัดทำบัญชีรายชื่อผู้สอบผ่าน

    3.1 พบว่าไฟล์บัญชีรายชื่อผู้สอบผ่านที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้รับจากเจ้าหน้าที่
    ผู้รับผิดชอบของผู้รับจ้าง มีชื่อเจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างบันทึกไฟล์เป็นคนสุดท้าย โดยมีประวัติการเข้าใช้ 115 ครั้ง รวมถึงมีชื่อบริษัทเอกชนที่ปรากฏเป็นข่าวว่ามีการปลอมแปลงกระดาษคำตอบเข้ามาแก้ไขไฟล์ ซึ่งมีข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเป็นผู้รับ fash drive ไฟล์ประมวลผลผู้สอบผ่านภาค ก ภาค ข และภาค ค จากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบของผู้รับจ้าง เพื่อนำไปประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิสอบภาค ค และบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ ซึ่งไม่ใช่ flash drive ผู้สอบผ่านภาค ก และ ภาค ข ที่เก็บรักษาไว้ในตู้นิรภัยที่ห้องอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

    3.2 ร่างขอบเขตงานจ้าง (TOR) กำหนดให้ผู้รับจ้าง บันทึกคะแนน ทวนสอบคะแนนที่บันทึกส่งมอบผลการประมวลผลการสอบให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันๆ และจัดทำบัญชีประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบภาค คและบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ โดยพบว่ามีข้าราชการผู้รับผิดชอบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมกันตรวจทานรหัสผู้เข้าสอบกับตำแหน่งสอบ จำนวนรวมผู้สอบได้แต่ละตำแหน่งจากไฟล์บัญชีรายชื่อผู้สอบผ่านที่ได้รับมอบจากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบของผู้รับจ้างจำนวนหลายครั้ง ทั้งก่อนและหลังเสนอคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันๆ ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบภาค ค และรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ จึงมีมูลเหตุอันควรเชื่อได้ว่าอาจเกิดการแก้ไขคะแนนคำตอบในขั้นตอนนี้ ระหว่างข้าราชการผู้รับผิดชอบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้รับจ้าง รวมถึงบุคคลอื่น ที่อาจเกี่ยวข้อง โดยไม่พบว่ามีข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นผู้ใดเคยสัมผัสหรือเก็บรักษาคีย์เฉลยที่ผู้รับจ้าง จัดทำและเก็บรักษาไว้เพื่อใช้สำหรับตรวจกระดาษคำตอบตลอดกระบวนการสอบแข่งขันในครั้งนี้

    3.3 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ร่วมกับคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงของกระทรวงมหาดไทย สุ่มตรวจข้อมูลผลคะแนนสอบใน flash drive ซึ่งเก็บไว้ในตู้นิรภัยที่ห้องอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 พบว่าผลคะแนนในไฟล์ภาพกระดาษคำตอบไม่ตรงกับผลคะแนนในไฟล์ประมวลผลการสอบภาค ก และภาค ข ที่ ผู้รับจ้าง เสนอคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันฯ ประกาศรายชื่อตาม TOR

    4. เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและแก้ไขปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้น ประธานกรรมการกลาง
    การสอบแข่งขันฯ มอบหมายกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิน ร่วมกับภาคีเครือข่าย ตรวจสอบยืนยันความถูกต้องของผลคะแนนสอบภาค ก และภาค ข ของผู้เข้าสอบแข่งขันที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งไปแล้ว จำนวน 15,520 ราย ภายใน 3 วัน (ระหว่างวันที่ 4 - 6 กรกฎาคม 2569)

    5. ภายหลังการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ถูกต้องกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จะได้ดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการสอบแข่งขันต่อไป

    ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีบุคลากรในสังกัดเกี่ยวข้องกับการทุจริต กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะดำเนินการทางวินัย ทางแพ่งและทางอาญา กับผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว เพื่อสร้างความโปร่งใส ความเชื่อมั่น และป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ต่อสาธารณชนและหน่วยงานของรัฐต่อไป

    https://www.facebook.com/share/1Dbv9YCiwc/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,434
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ‘มศว’ แจงสื่อ พบคนนอกแทรกแซงกระบวนการประกาศคะแนน ส่วนผลสอบคนในอาจส่อไม่สุจริต บอก ถ้านายกฯ ใจร้อน จี้ ป.ป.ช. เร่งเปิดแฟลชไดรช์ ‘มศว’ เปรียบเทียบ ‘สถ.’ จะรู้ว่าเลยว่า มีการแก้ผลสอบตรงไหน

    วันที่ 3 ก.ค.69 ศ.ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) แถลงข่าวความคืบหน้าหลังครบ 7 วัน ในการตรวจสอบเรื่องทุจริตสอบท้องถิ่น โดยอธิการบดี กล่าวว่า ตกใจ และให้ความสำคัญมาก ในช่วงแรก ปปช.เข้ามาขอข้อมูลเกี่ยวข้องแล้ว ซึ่ง มศว ให้ความร่วมมือ

    จากนั้น ผศ.ดร.ฤทธิชัย อ่อนมิ่ง รองอธิการบดี มศว ในฐานะประธานสอบหาข้อเท็จจริง แถลงผลการสอบข้อเท็จจริง โดยการดำเนินการในเบื้องต้น มีความยากลำบากพอสมควร เพราะเอกสารหลักฐานโดยเฉพาะกระดาษคำตอบตัวจริง และแฟลชไดรฟ์ ที่เป็นข้อมูลตัวจริงต้นฉบับ มอบให้กับ ปปช.ไปเรียบร้อยแล้ว การสอบข้อเท็จจริงของเรา ต้องอาศัยเอกสารข้อมูลที่หาจากส่วนอื่น รวมถึงการสอบถ้อยคำผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีทั้งหมด 5 ปาก

    โดยผลการสอบข้อเท็จจริง ได้พบประเด็นสำคัญ หลายประเด็น แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนที่หนึ่ง การสอบข้อเท็จจริงที่ไม่พบความผิดปกติ และส่วนที่สอง คือการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่พบประเด็นสำคัญที่อาจนำไปสู่การทุจริตได้

    โดยประเด็นแรกที่ตรวจสอบแล้วไม่พบการทุจริต คือ เรื่องการออกข้อสอบ คัดเลือกข้อสอบ จัดทำข้อสอบต้นฉบับ การพิมพ์ข้อสอบ การตรวจกระดาษคำตอบ และส่งกระดาษคำตอบไปยังศูนย์ต่างๆ ไม่พบความผิดปกติ ยืนยัน “ข้อสอบไม่รั่ว”

    ส่วนประเด็นที่เจอข้อสงสัย ที่นำไปสู่การทุจริตได้ มี 3 ประเด็น

    ประเด็นที่ 1 คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่ามีความเชื่อมโยงกับบุคคลภายนอกหลายคน และบุคคลภายนอกดังกล่าว แสดงเจตนาที่จะดูแลในส่วนการจัดทำ และพิจารณารายงานผลการสอบเอง โดยการแจ้งมาที่ผู้รับจ้าง ก็คือ สำนักทดสอบของมหาวิทยาลัย

    ประเด็นที่ 2 เป็นเรื่องของการดำเนินการเกี่ยวกับการประกาศผลการสอบภาค ก และภาค ข และคะแนนวิชาสอบภาษาอังกฤษ

    ซึ่งการประกาศผลภาค ก และ ข ของมหาวิทยาลัย ส่งผลต่อการสอบครั้งสุดท้ายคือ ภาค ค ก่อนมีการประกาศรายชื่อผู้สอบผ่าน และได้รับบรรจุตำแหน่ง ซึ่งพอสอบแล้วมีการตรวจคะแนน มหาวิทยาลัยก็จะดำเนินการรวบรวมผลการสอบใส่แฟลชไดรฟ์ 2 ชุด ชุดแรก ส่งให้ สถ.ในฐานะผู้ว่าจ้าง และอีกชุดหนึ่งมาเก็บไว้ที่ มศว เพื่อแบคอัพไว้ โดย แฟลชไดรฟ์ทั้งสองชิ้น มีส่วนสำคัญ คือ ได้ลงดิจิตอลซิกเนเจอร์ เพื่อป้องกันการแก้ไขข้อมูล ซึ่งหากมีการแก้ไขข้อมูล จะเห็นร่องรอยการแก้ไข

    หลังจากนั้น สถ. ก็จะนำรายชื่อผู้สอบผ่าน ภาค ก และ ข รวมถึงภาษาอังกฤษ ไปพิจารณา ก่อนส่งผลกลับมาที่มหาวิทยาลัย และจะแสตมป์ตราของมหาวิทยาลัย เพื่อส่งกลับไปที่ สถ. และจะนำผลนี้ไปประกาศต่อไป

    ส่วนประเด็นที่ 3 ซึ่งเป็นประเด็นที่มีมีความสำคัญสูงมาก เพราะเป็นการสอบภาค ค ที่เป็นการสอบครั้งสุดท้าย ซึ่งเมื่อตรวจเสร็จแล้วก็จะเซฟคะแนนลง flash Drive จำนวนสองชุด ชุดที่หนึ่งส่งให้ สถ. , อีกชุดคือมหาวิทยาลัยจะเป็นแบคอัพ หลังจากนั้น สถ. ไปพิจารณา เมื่อพิจารณาเสร็จแล้ว จะส่งคะแนนนั้นกลับมาให้ผู้รับจ้าง คือ มศว แสตมป์ ก่อนที่จะส่งคืนให้กับ สถ. จะนำไปประกาศรายชื่อผู้สอบผ่าน

    ซึ่งขณะนี้ข้อมูลที่เราได้มีจำนวนเพียงพอในระดับหนึ่ง ที่จะสามารถสรุป และรายงานอธิการบดีได้ แต่มีประเด็นบางส่วนเล็กน้อยที่จะต้องเติมเต็มเชื่อมโยง เพื่อให้เกิดความรอบคอบรัดกุม

    เมื่อสอบถามถึง บุคคลคนภายนอก ทางมหาวิทยาลัยชี้แจงว่า ขั้นตอนการสอบมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมสังเกตการณ์ทุกขั้นตอน รวมถึงมีกล้องวงจรปิดมอนิเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งยืนยันว่าทำดำเนินการตามทีโออาร์อย่างชัดเจน และส่วนตัวมองว่า ดิจิตอลซิกเนเจอร์ จะสามารถตรวจสอบได้ว่า ใครเข้าไปแก้ไข

    ทั้งนี้ ได้มีการสอบปากคำไปแล้ว ซึ่งเป็นบุคลากรของสำนักทดสอบทั้งหมด 2 ปาก อยู่ระหว่างการเตรียมเรียกสอบอีก 3 ปาก ส่วนอีกหนึ่งปากอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจำเป็นต้องเรียกมาสอบหรือไม่

    เมื่อถามว่า คนในของสำนักทดสอบเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ ทางประธาน บอกว่า ในเบื้องต้น เรายังไม่พบ ว่ามีคนในเข้าไปเกี่ยวข้อง

    ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า สถ. ระงับการจ่ายเงินงวดที่ 3 และจะฟ้องร้อง มศว ผศ.ดร.ประภาภรณ์ โรจน์ศิริรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์หรือสื่อสารองค์กร ชี้แจงว่า ทางมหาวิทยาลัยก็เคารพกระบวนการการตรวจสอบดังกล่าว และพร้อมให้ข้อมูลประกอบ หากมีการร้องขอมา

    ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยย้ำเรื่องแฟลชไดร์ฟ ยืนยันว่าเทียบได้แน่นอน ซึ่งแฟลชไดรฟ์ของ มศว อยู่ที่ ปปช.ก็จะเป็นคนเทียบให้ ก็คงจะได้ทราบผล และหากมีการแก้ไขเรารู้ เพราะมันมีดิจิตอลซิกเนเจอร์

    หน้าที่ของ มศว ที่สำนักทดสอบเค้าทำตาม ทีโออาร์ เรื่องของแฟลชไดรฟ์ที่ส่งตามทีโออาร์อยู่แล้ว ดังนั้นถ้าจะให้กระจ่างเรื่องนี้ ก็คือดิจิทัลซิกเนเจอร์ ก็จะทราบเลยว่า เกิดการแก้ไขในจุดไหน โดยใครบ้าง

    โดย มศว. ทำหน้าที่ตรวจสอบว่า สำนักทดสอบ ที่เป็นผู้ไปรับงานนี้มา ดำเนินการถูกต้องหรือไม่

    เมื่อถามว่า ถ้าสุดท้ายกระบวนการสิ้นสุดแล้ว จะมีกระบวนการทางกฎหมายต่อไปหรือไม่ ประธาน บอกว่า อันนี้ก็คงจะเป็นอนาคต

    เมื่อถามถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้ ปรากฏชื่อ ผอ. ท่านหนึ่งของ สถ. เป็นผู้สร้างไฟล์โดยอ้างว่าทาง มศว เป็นคนสร้างขึ้นมานั้น ประธานฯ ตอบว่า เราได้มีการตรวจสอบในระดับหนึ่ง แต่รายละเอียดเชิงลึก ส่วนตัวต้องสอบถามไปทาง ปปช. ด้วย เนื่องจากได้ส่งหลักฐานทั้งหมดไปแล้ว โดยเฉพาะดิจิตอลซิกเนเจอร์

    ขณะที่อธิการบดี กล่าวว่า ในการรับงานที่มหาวิทยาลัยมอบอำนาจให้ทำ ต้องมีความรัดกุมมากขึ้น จะต้องมีคณะกรรมการชุดหนึ่ง ไม่ใช่แค่ผู้อำนวยการไปรับงานโดยตรง และการมอบอำนาจคงจะต้องมาดูทีโออาร์ แล้วดูในหลายมิติ เพื่อให้กาาฝรไตร่ตรองรับงาน สอดคล้องกับพันธกิจในการบริการวิชาการอย่างแท้จริง ซึ่งในฐานะที่เป็นผู้บริหาร รู้สึกเสียใจกับบุคคลที่จะสอบได้ แต่กลับสอบไม่ได้ ต้องทำให้เกิดความกระจ่าง แล้วก็ยินดีให้ความร่วมมือกับทุกฝ่าย อยากทำงานร่วมกันเพื่อค้นหาความจริง

    อธิการบดี มศว.กล่าวทิ้งท้ายว่า “หากนายกรัฐมนตรีใจร้อน ก็ต้องไปขอ ปปช.แล้วนำแฟลชไดร์ฟมาเปิดคู่กันเลย” ก่อนบอกว่า ตนเองก็เห็นใจคนที่ควรจะสอบได้ แล้วคนที่ไปทุจริต ก็ไม่ควรมาทำงาน คนที่สอบไม่ได้มันไม่ถูกต้อง มันน่าจะสั่งการ เพื่อเอาแฟลชไดรฟ์มาชนกัน ว่ามีความต่างยังไงบ้าง

    อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า กระบวนการสอบครั้งนี้พบช่องโหว่ ในขั้นตอนการส่งแฟลชไดรฟ์ผลการสอบจากทาง มศว ให้กับทาง สถ. ซึ่งมีการส่งกันไปมาถึง 2 รอบ รอบแรกทาง มศว ส่งผลการสอบให้ สถ. จากนั้น สถ. จึงส่งกลับมาให้ มศว ประทับตรา จากนั้นจึงส่งกลับให้ สถ. ไปประกาศผลสอบ ตามขั้นตอนที่กำหนดในทีโออาร์ ที่กำหนดโดยผู้จ้างคือ สถ.

    ในช่วงที่มีการส่งแฟลชไดรฟ์กันไปมานั้น ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงคะแนนผลการสอบในห้วงนี้หรือไม่ ซึ่งนอกจากที่มีคนใน สถ. มีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว คาดว่าจะมีคนใน มศว มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งยังอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งจะรู้ผลในเร็ววันนี้
    https://www.facebook.com/share/p/1aKbzkML4L/
     

แชร์หน้านี้

Loading...