เรื่องเด่น ถ้าเราฟังธรรมเป็นคำสั่งก็จะตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติ

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 13 มกราคม 2021 at 07:39.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    3,651
    กระทู้เรื่องเด่น:
    703
    ค่าพลัง:
    +8,949
    66DAAFE1-AA3B-4618-8148-83EC938CFA0A.jpeg

    สมัยอยู่วัดท่าซุง อาตมาจะถือกระดาษกับปากกาเข้าโบสถ์เป็นประจำ แล้วก็จดไปเรื่อย เชื่อไหมว่าได้ผล ได้ผลดีตรงไหน ? การปฏิบัติของเราถึงตรงจุดไหน สิ่งที่หลวงพ่อท่านเทศน์จะสะดุดหูเรา แล้วก็เข้าหูด้วย อาตมาก็จะบันทึกตรงนั้นเอาไว้ เพื่อที่จะมาย้อนทวนปฏิบัติ พอท่านว่าอะไรมาถ้าสะดุดหูละก็..ใช่เลย ให้รีบจดไว้

    แต่เครื่องบันทึกนั้นไม่ใช่ เครื่องบันทึกจะมีประโยชน์ก็เฉพาะเรื่องที่ตรงกับหูเรา แต่ถ้าเผลอไปฟังทั้งเรื่อง บางทีอาจจะลืมไปแล้วว่า เรื่องที่มีประโยชน์สำหรับเราคืออะไร
    มีอยู่วันหนึ่งไฟดับ ออกจากโบสถ์มามีแต่พี่ ๆ ตามขอยืมสมุดบันทึก จึงได้บอกว่า ท้ายสุดแล้วเทคโนโลยีสู้มือเปล่า ๆ ไม่ได้หรอก

    อันดับแรก สมอง...ฟังเข้าหูไปแล้วหนึ่งรอบ อันดับที่สอง มือเขียนแล้ว...ก็เป็นรอบที่สอง อ่านทวนเมื่อไรก็เพิ่มทีละรอบ ได้มากกว่ากันเยอะ ส่วนเครื่องที่บันทึกไว้ กลับไปไม่ว่าง วางไว้เดี๋ยวก็ลืม วันพระหน้าก็ม้วนใหม่มาอีกแล้ว ม้วนเก่ายังไม่ได้ฟังเลย

    ฉะนั้น..อะไรก็ตามที่ครูบาอาจารย์ท่านแนะนำ แปลว่าท่านเห็นประโยชน์จริง ๆ อาตมาเองก็มักจะอยู่ในลักษณะที่ว่า พอฟังท่านพูด ท่านแนะนำ ก็ถือว่าเป็นคำสั่ง ในเมื่อถือว่าเป็นคำสั่ง ก็ต้องทำตาม แต่พวกเราส่วนใหญ่แล้ว ฟังคำของหลวงพ่อมักจะคิดว่าเป็นคำสอน ว่าท่านสอนเรา มีอารมณ์แล้วค่อยทำ แต่ถ้าท่านสั่งนี่..เอ็งต้องทำ รับมาแล้วทำ

    เพราะฉะนั้น..ในเรื่องของการฟังธรรมะ จะต้องดูที่กำลังใจของเราด้วย ถ้าเรายังฟังเป็นคำสอนอยู่ โอกาสที่จะเอาดีได้ก็น้อย ถ้าไม่ขวนขวายก็ลืมเลย แต่ถ้าเราฟังเป็นคำสั่งนี่ต้องรีบทำ ไม่ทำไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าท่านจะบอกอย่างนี้อีกเมื่อไร ถ้าท่านไม่สอนซ้ำอีกตรงจุดนี้ อาจจะก้าวผ่านเลยไป ถ้าเราปล่อยให้หลุดมือแล้วท่านไม่สอนซ้ำ ก็น่าเสียดายมาก ๆ

    ประการต่อไปก็คือ ถ้าท่านถามขึ้นมา ตอบไม่ได้ซวยอีก อาตมาจะโดนพี่ ๆ น้อง ๆ เหยียบตายมาหลายทีแล้ว ตอนนั้นหลวงพ่อท่านเข้ามาถึง "เฮ้ย พวกเรา..ทดสอบมโนมยิทธิกันสักหน่อยสิวะ เอ็งว่าดีไหม ?"อาตมาตอบว่า "ดีครับ" สายตาหลายสิบคู่เขียวปั๊ดเลย ทำไมเขาไม่กล้าทดสอบ ? เพราะเขากลัวผิด จำเอาไว้ว่าอย่ากลัวผิด โบราณเขาบอกว่าผิดเป็นครู ผิดเป็นครูจริง ๆ เพราะถ้าผิด ท่านจะบอกว่าเราผิดตรงไหน แล้วเราจะได้แก้ไขให้ถูก

    เคยอ่านประวัติของโทมัส อัลวา เอดิสัน คนคิดหลอดไฟ จริง ๆ คนแรกที่ทำได้ไม่ใช่เขาหรอก แต่เขาปรับปรุงให้มีคุณภาพมากที่สุด เอดิสันทดลองแล้วทดลองอีก ผ่านไปเป็นเดือนเป็นปี ลูกศิษย์บอกว่า "อาจารย์ เราล้มเหลวมาสองร้อยกว่าครั้งแล้ว" เอดิสันบอกว่า "อะไรล้มเหลว ? นี่ผมประสบความสำเร็จมาสองร้อยกว่าครั้งแล้ว รู้ว่าทำอย่างนี้ใช้ไม่ได้ เพราะฉะนั้น...ต่อไปนี้ไอ้สองร้อยกว่าอย่างนี้เราไม่ต้องไปยุ่ง หาอันใหม่อย่างเดียว" เขามองโลกต่างกันจริง ๆ

    จึงได้บอกว่า ถ้าเราฟังธรรมเป็นคำสั่ง ก็จะตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติ ถึงเวลาถ้ามีการทดสอบเราก็สามารถที่จะทำได้ สามารถที่จะผ่านการทดสอบได้ ถ้าหากว่าท่านไม่สอนซ้ำ สิ่งนั้นเราก็ย้ำแล้วย้ำอีกจนเกิดความชำนาญแล้ว ประโยชน์ก็มีเยอะ แต่ถ้าเราฟังเป็นคำสอนก็อีกไกลกว่าจะเจอ

    ...................................
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
    www.watthakhanun.com
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...