เรื่องเด่น พระสายหลวงปู่มั่น

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 17 เมษายน 2021.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    4,231
    กระทู้เรื่องเด่น:
    796
    ค่าพลัง:
    +10,129
    39F163F7-C926-4C8B-A6DE-B8E2E95FDFA4.jpeg

    พระสายหลวงปู่มั่น

    หลวงปู่ทองรัตน์ กนฺตสีโล คนจะรู้จักท่านน้อย แต่หลวงปู่ทองรัตน์ท่านเป็นพระที่สุดยอดมาก ท่านเดินบิณฑบาตผ่านบ้านโยมหลังหนึ่งเป็นปี ๆ โยมไม่เคยทำบุญเลย หลวงปู่เดินแหวกรั้วเข้าไป บอกว่า "โยมใส่บาตรหน่อยสิ" โยมบอกว่า "โยมยังไม่ได้นึ่งข้าวเลย" หลวงปู่บอกว่า "ไม่เป็นไร รอได้..!"

    พอโยมเจอพระตื๊ออย่างนี้เข้าก็ต้องไปนึ่งข้าว พอใส่บาตรเสร็จท่านก็ให้พร เดินยิ้มกลับวัด หลวงปู่ท่านทำอย่างนี้ก็เพื่อให้เขาได้บุญ เมื่อไปถึงวัดท่านหยิบข้าวก้อนนั้นส่งให้เณร เพราะถือว่าได้โดยไม่บริสุทธิ์ สำหรับพระแล้ว สัมมาอาชีวะคือการได้มาโดยศรัทธา แต่กรณีนี้เป็นการบังคับศรัทธาเขา

    แล้วก็มีพระตั้งใจจะจับผิดท่าน เพราะเห็นจริยาพิลึกพิลั่นไม่เหมือนชาวบ้านของท่าน พระรูปนี้ไปอยู่ที่วัดหลวงปู่สามเดือน ระหว่างที่อยู่ในวัด ไม่เห็นหลวงปู่ผิดวินัยแม้แต่นิดเดียว เขาจับผิดไม่ได้ ก็พยายามที่จะใช้วาจากระทุ้งให้หลวงปู่ท่านโกรธ หลวงปู่ท่านบอกว่า "ไม่มีประโยชน์หรอก เพราะผมไม่ได้นั่งทับอาวุธเหมือนคุณ" ทำเอาพระรูปนั้นสะดุ้ง เพราะใต้อาสนะท่านซุกมีดเอาไว้

    ในสายตาของคนทั่ว ๆ ไป หลวงปู่เป็นพระที่รุ่มร่ามและขี้โมโห แต่ความจริงนั่นเป็นสิ่งที่ท่านแสดงออกให้คนอื่นเขาเห็น แต่พอเป็นเวลาที่อยู่ส่วนตัว ท่านระมัดระวังทุกสิกขาบท และเรื่องรู้ใจคนอื่น ท่านรู้เสียยิ่งกว่ารู้

    ถาม : หลวงปู่ทองรัตน์ท่านอยู่วัดไหนครับ ?
    ตอบ : ท่านเป็นพระธุดงค์ อยู่ไม่เป็นที่ ท่านธุดงค์ไปเรื่อย ๆ บางทีก็อยู่สงเคราะห์เขา ๒-๓ ปี แล้วก็ไปต่อ อาตมาก็ไม่ทันหลวงปู่ทองรัตน์หรอก หลวงปู่รูปอื่นท่านเล่าให้ฟัง สมัยก่อนอาตมามีโอกาสวิ่งรับใช้ท่านทั้งหลายเหล่านี้อยู่ เพราะโยมแม่ไปเป็นกรรมการวัดธรรมมงคล ช่วยหลวงพ่อวิริยังค์ท่านสร้างพระเจดีย์

    จากผืนนาเปล่า ๆ พวกเราช่วยกันสร้างเป็นพระเจดีย์ที่สูงที่สุดในกรุงเทพฯ และพระเจดีย์หลังนั้น คุณช่วง มูลพินิจ เป็นคนออกแบบ ปกติเรารู้จักว่าเขาเป็นจิตรกร ไม่นึกว่าเขาจะเป็นสถาปนิกด้วย ออกแบบลายสวยมาก

    ปีหนึ่ง ๆ ช่วงเดือนมกราคม จะมีการรวมลูกศิษย์สายหลวงปู่มั่น ไปทำพิธีสวดลักขี ก็คือ สวด อิติปิ โสฯ สวากขาโตฯ สุปฏิปันโนฯ หนึ่งแสนจบ คำว่า "ลักขี" หรือ "ลักขัง" ก็คือ หนึ่งแสน จะมีการพุทธาภิเษกวัตถุมงคลต่าง ๆ

    ทุกครั้งโยมแม่จะไปบวชชี ๑๐ วัน อาตมาก็ไปอยู่เป็นเพื่อนแม่ แต่จริง ๆ ก็คือไปให้หลวงปู่ หลวงพ่อท่านเรียกใช้ เพราะเป็นเด็กวิ่งคล่อง ท่านก็เรียกใช้ จนกระทั่งเกิดความเคยชิน รู้ว่าจะต้องล้างบาตร เช็ดบาตร เอาบาตรไปตั้ง ไปปูอาสนะ ตั้งน้ำใช้น้ำฉันรอไว้ตามลำดับพรรษาของท่านเลย

    หลวงปู่กินรี จนฺทิโย ท่านเป็นอาจารย์ของหลวงพ่อชา วัดหนองป่าพง ช่วงแรก ๆ หลวงพ่อชาไปอยู่กับหลวงปู่กินรี หลวงปู่กินรีก็สอนให้หลวงพ่อชาฉันอาหารช้า ๆ ฉันไปและพิจารณาไปด้วย ส่วนหลวงปู่กินรีเองท่านฟาดเต็มที่ พักเดียวก็เสร็จ

    หลวงพ่อชาข้องใจมาก มีอยู่วันหนึ่งก็กราบเรียนถามท่านว่า "หลวงพ่อครับ หลวงพ่อสอนผมอย่างนี้ แล้วหลวงพ่อทำอีกอย่างหนึ่ง ก็ไม่เหมือนกับที่พระพุทธเจ้าท่านว่า สอนอย่างไรต้องทำอย่างนั้น" (หลวงพ่อชาเรียกหลวงปู่ว่า หลวงพ่อ)

    หลวงปู่กินรีท่านบอกว่า "คนหัดขับรถใหม่ ๆ ต้องขับช้า ๆ จึงจะปลอดภัย แต่ถ้าขับรถเก่งแล้ว ขับเร็ว ๆ ก็ปลอดภัยเหมือนกัน" บางครั้งหลวงปู่ท่านก็นั่งเย็บจีวร ย้อมผ้า ถักขาบาตร เหลาก้านกลด หลวงพ่อชาก็สงสัย เพราะไม่เห็นหลวงปู่นั่งกรรมฐาน เอาแต่ทำนั่นทำนี่อยู่ทั้งวัน อดทนไม่ได้ก็ไปถามอีก

    หลวงปู่กินรีบอกว่า "งานทุกอย่าง ถ้าใส่สติอยู่เฉพาะหน้าเป็นปัจจุบันธรรม เป็นยิ่งกว่ากรรมฐานอีก เพราะสติที่อยู่กับปัจจุบัน จะไม่ปรุงแต่งไปใน รัก โลภ โกรธ หลง ต่อให้คุณเดินจงกรมให้ตาย แต่ถ้าไปคิด รัก โลภ โกรธ หลง อยู่ ก็ไม่เกิดประโยชน์" หลวงปู่ท่านทำงานของท่านไปเรื่อย ท่านไม่ได้ถนัดนั่งนิ่ง ๆ ท่านถนัดทำงานไปพร้อมกับกำหนดปัจจุบันธรรมไปด้วย

    เราจะเห็นว่า พระสายหลวงปู่มั่นมีลีลาหลากหลายกันมาก แล้วแต่ว่าเราได้มีโอกาสกราบองค์ไหน

    ถาม : พระที่ทันหลวงปู่มั่น ที่เราน่าจะไปกราบ มีองค์ไหนบ้างครับ ?
    ตอบ : ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ท่านยังอยู่หรือเปล่า ? หลวงปู่ทองบัว วัดป่าโรงธรรมสามัคคี อยู่สันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนอีกรูปหนึ่งก็ หลวงปู่วิริยังค์ นี่ท่านทันหลวงปู่มั่นตอนเป็นสามเณร ส่วนหลวงตามหาบัวทันตอนเป็นพระ ท่านอยู่กับหลวงปู่มั่นได้ ๘ พรรษา หลวงปู่มั่นก็มรณภาพ

    สายนั้นต้องยืนยันว่า ท่านเป็นผู้ที่ปฏิบัติกันจริง ๆ ปฏิบัติกันอย่างทุ่มเทชนิดเอาชีวิตเข้าแลก บางทีก็ผ่อนอาหาร ลดกันวันละคำ ๆ จนกระทั่งไม่ฉันเลย ๓ วัน ๕ วัน ๗ วัน ๑๕ วัน มีบางท่านในชีวิตได้เห็นหลวงปู่มั่นแค่แวบเดียวเท่านั้น หลวงปู่มั่นท่านเดินทางไปรักษาตัวที่อุบลราชธานี ท่านนั่งรถไฟไป พอพระเณรได้ข่าวก็ไปยืนรับตามสถานีรถไฟ รถไฟวิ่งผ่านก็ยกมือไหว้

    หลวงปู่มั่นก็โบกมือทางหน้าต่าง "เออ..ไปปฏิบัติเอาเน้อ" ทั้งชีวิตได้คำสอนนี้ประโยคเดียว พอมาปัจจุบันท่านทั้งหลายเหล่านั้นก็เป็นหลักชัยให้แก่ชนหมู่มากได้ด้วย ถ้าเป็นเราทั้งชีวิตได้ประโยคเดียว ก็คงลงแดงตายไปแล้ว แสดงว่าพวกเรายังไม่เอาจริง

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๔ ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...