WFH

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย หลบไป, 4 มิถุนายน 2020.

  1. หลบไป

    หลบไป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    1,283
    ค่าพลัง:
    +692
    ไม่ใช่ Work from home นะ แต่เป็น Work from heart
    การทำงานที่ใจเป็นฐาน และทำแบบใจว่าง ผมได้ไปอ่านของท่านพุทธทาส
    ท่านสอนให้ทำงานแบบใจว่าง คำว่าใจว่างคือ การเอางานปัจจุบันเป็น
    การทำงานไม่เอาสติออกนอกจากงาน โดยไม่คิดว่าเราทำเพราะอยากก้าวหน้า
    หรือทำงานเพื่อยากได้เงิน แต่ให้เราทำเพราะมันอยู่ตรงนี้

    ผมได้เอามาใช้งานจริงในสถาณการณ์โรคระบาด นี้
    ได้รับคำสั่ง ให้Work from home (ทำงานที่บ้าน) ไม่รู้บ้านไหนเหมือนกัน
    แรกๆก็ไม่ชินนะ แต่เอาคำสอนของพระพุธทาสมาปฏิบัติ
    เพราะการทำงานบ้านเราต้องคงบคุม และเอาชนะใจตัวเองให้ได้
    มันดีนะ และมันเจ๋งมาก และมีราหุลคอยโจมตี
    upload_2020-6-4_11-38-52.png ทั้งๆที่โดนลด 20% ก็ใจก็ร่มๆสบายๆ
     
  2. หลบไป

    หลบไป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    1,283
    ค่าพลัง:
    +692
    คิดอะไรมาก ตอนนี้ส่งใจไปที่อเมริกา ให้เขาสงบ เทรนกำลังมา
     
  3. หลบไป

    หลบไป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    1,283
    ค่าพลัง:
    +692
  4. nopphakan

    nopphakan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    8,123
    ค่าพลัง:
    +34,068
    ส่วนตัวมองว่า ภาษาสมมุติยังไม่คุ้นเท่าไหร่
    แต่พอดูคำอธิบายทางกิริยานามธรรมเหมือนๆกันกับ
    บางสายที่เรียกว่า สมาธิภายนอก คือ เอาสติ สมาธิ จดจ่ออยู่กับงานที่ทำ
    กิริยาทางนามธรรมแบบเดียว กับที่นำมาลงนั่นหละครับ
    พวกนี้เป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนการเจริญสติให้ต่อเนื่องระหว่างวัน
    ยังไม่นับรวมกรณีที่ไม่ได้ทำงานและอยู่นิ่งๆ และกรณีที่เดินไปไหนมาไหนระหว่างวัน
    เพื่อสร้างสะสมกำลังสมาธิเล็กๆน้อยๆในระหว่างวันตรงนี้ เอามาหนุนสมาธิแบบทางการ
    แต่คาดว่า ท่านใช้คำว่าว่างเลย อาจจะเพราะท่านเลือกเอากิริยา
    ที่เป็นเหตุให้ ให้เกิดผลคือทำงานได้ไม่ติดขัดเอามายกเป็น ภาษาสมมุติขึ้นมา
    แนวนี้เรียกว่า ยกเอาผลที่เกิดมาพูด แล้วค่อยบอกแนวปฏิบัติ
    ปกติจะเห็นแต่ ยกเอาในลักษณะวิธีการปฏิบัติมา แล้วบอกแนวปฏิบัติ แล้วค่อยบอกผล....

    ประมาณนี้ครับ
     
  5. ธรรมแท้ว่าง

    ธรรมแท้ว่าง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    10,493
    ค่าพลัง:
    +11,424
    ใจว่างคือว่างจากการยึดถือในสิ่งที่ที่ยึดถือไม่ได้ เพราะมันเป็นแค่สิ่งปรุง
    แต่งทั้งหมด แม้แต่ลมหายใจ
    ยึดปุ๊บ ตัณหา(หลง)มาปั๊บ
     
  6. หลบไป

    หลบไป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    1,283
    ค่าพลัง:
    +692
    การทำงานที่มีขณิกะสมาธิใช่ไหม พอเจริญสติตรงหน้าควบคู่กันไป
    กระทู้นี้เน้นย้ำสมาธิเพื่อการงานภายในสู้ภายนอก พอมันทำบ่อยสติมันสืบเนื่องเหมือนๆ จะเป็นสายทำให้สามารถสร้างขณิกะสมาธิอ่อนๆ ได้บ่อย
     
  7. หลบไป

    หลบไป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    1,283
    ค่าพลัง:
    +692
    ใช่ลุงแมว การงานตรงหน้าคือสมุทัย แต่ก็ไม่ได้เอาไปปรุง
    คือทำไปเรื่อยไม่คาดหวังอะไร มันว่างแบบไม่ว่างเปล่า
     
  8. nopphakan

    nopphakan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    8,123
    ค่าพลัง:
    +34,068

    เด่วนะ ขอใช้คำพูดดังนี้นะครับ

    ขอพูดว่า การตั้งใจทำงานให้เต็มที่ เป็นการสร้างสมาธิสะสมในระหว่างวัน
    ป้องกันกำลังสมาธิที่ได้จากสมาธิอย่างเป็นทางการ เช่น การเดินจงกลม สวดมนต์
    นั่งสมาธิ มันหายไปในระหว่างวันได้
    และการต้งใจทำงานให้เต็มที่ระหว่างวันนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการเจริญสติให้ต่อเนื่องนั่นเอง
    เพื่อสร้างเครื่องมือตัวหนึ่งขึ้นมาเราเรียกว่า ''สติทางธรรม'' ซึ่งเป็นตัวควบคุมความคิด
    และพฤติกรรมของจิต

    และการเจริญสติให้ต่อเนื่องระหว่างวันนั้น ประกอบด้วย

    ๑ การเอาการเอางานเป็นการเจริญสติไปในตัว
    พูดง่ายๆ คือ เวลาทำงานตั้งใจทำงานที่ตนรับผิดชอบให้เต็มที่
    เรียกว่า สมาธิภายนอก คือเอาใจไปจดจ่อกับงานที่รับผิดชอบ
    บวก กับ

    ๒ คือ เจริญสติในระหว่างวันด้วยวิธีอะไรก็ได้
    ขอให้มีฐานอยู่ที่กาย
    เช่น ๒.๑ ถ้าร่างกายนิ่ง ไม่ได้ทำอะไร ก็ระลึกลมหายใจ เข้าออกหยุดที่ปลายจมูก(สร้างสมาธิสะสมภายใน สร้างสติทางธรรม)
    หรือจะเคาะนับนิ้วก็ได้ แล้วแต่ชอบ
    หรือ ๒.๒ ถ้ากายเคลื่อนไหว หรือเวลาเดินไปทำธุระที่ไหน
    เช่น ไปเข้าห้องน้ำ เดินไปทานข้าว เดินไปรถ ซึ่งปกติมักจะลืมกัน
    ก็ให้นับจำนวนก้าวเดินในใจ ว่าใช้กี่ก้าว เป็นต้น
    ๓. ส่วนสมาธิแบบทางการนั้น เป็นการสร้างสมาธิภายใน

    (จะทำบางส่วน หรือไม่ทำก็ได้ ตามเหตุและปัจจัยแห่งตน)

    ซึ่งในระหว่างวันนั้น จะได้ในเรื่องของสมาธิสะสม
    ไว้เป็นฐานสำหรับสมาธิแบบทางการ(ซึ่งถ้าเรานั่งสมาธิ จะทำให้ก้าวหน้าได้เร็วกว่าปกติ)
    และมาหนุนในการสร้างตัว สติทางธรรม.......



    สติทางธรรมนี้ เบื้องต้นใช้ควบคุมความคิดและพฤติกรรมของจิต
    เพื่อให้ตัวจิต ๑.คลายจากความคิด และ ๒.คลายจากขันธ์ ๕ ส่วนนามธรรมย้ำว่า ส่วนนามธรรม

    (หรือสายป่าเรียก ความคิดที่ผุดขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ สายญานวิถีหรือกลุ่มที่่มี
    สัมผัสภายในมันเรียกว่ากระแสแหย่
    กระจรที่จรเข้ามา ส่วน สายพลังงาน หรือ พวกเกี่ยวข้องกับกำลังจิต มันเรียก กระแสภายนอก มันคือตัวเดียวกันแล้วแต่จะเรียก)
    ในเบื้องต้นก่อน จนกว่าจะมี กำลังสติทางธรรม
    ที่จะเข้าไปเห็น ตัวความจิต ที่มันกำลังจะขึ้นมาจากตัวจิต หรือ เห็นตัวขันธ์ ๕ ส่วนนามธรรม
    ก่อนที่มันจะเข้ามารวมกับตัวจิตได้ทัน....... จิตจะเกิดอาการที่เรียกว่า แยกรูปแยกนาม

    (ไม่ใช่การถอดจิต การแยกร่าง การยกกายทิพย์ แบบเสียงดังหูดับตับไหม้หรือหูแทบแตก หรือ การส่งจิตแบบที่รับรู้ สัมผัส มองเห็นแบบเงียบๆ นามธรรมแต่ไม่เห็นกายตัวเองนะครับ
    มันเป็นการแยกส่วนนามธรรมออกมาให้เห็น ในขณะที่เรามีหรือใช้กายอยู่ปกตินี่หละครับ)

    คือการ ที่ กำลังสติทางธรรม สามารถ แยกได้ว่า ๑.ตัวจิต ๒.ความคิด และ ๓.ขันธ์ ๕ ส่วนนามธรรมนี้ ซึ่งเป็นฝ่ายอารมย์ เป็นคนละตัวเดียวกันนั่นเอง ถึงตรงนี้
    ก็จะสามารถเริ่มมาเดินปัญญาได้ มาวิปัสสนาได้ โดยที่จะไม่เป็นวิปัสสนึกคับ

    (เพราะจะพอแยกได้ว่า กิริยาที่จิต รวมกับความคิดเป็นอย่างไร
    กิริยาที่จิตรวมกับขันธ์ ๕ส่วนนามธรรมเป็นอย่างไร หรือ ทั้งหมดรวมกัน เป็นอย่างไร
    มันถึงจะไม่ไปเผลอ นึกว่า พวกนี้เป็นสติ เป็นปัญญา แล้วเผลอนำไปวิปัสสนา
    จนกลายเป็นวิปัสสนึก ส่วนหนึ่งของนักปฏิบัติ ที่ปฏิบัติมา ที่ไม่มีความก้าวหน้า
    ไม่ว่าจะฝึกจะปฏิบัติมากี่ปีแล้วก็ตามนั้น ไม่ว่า
    ในเรื่องของความเข้าใจทางด้าน กิริยาทางนามธรรมต่างๆ ติดยึดหลงในสัมผัสเล็กๆน้อยๆไร้สาระต่างๆ หรือเรื่องสัมผัสต่างๆที่ทำให้รู้ได้พิเศษ หรือ เรื่องของการฝึกกรรมฐานกองต่างๆไม่เคย
    สำเร็จ จนมีความสามารถใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้จริงเลยซักกอง
    หรือแม้กระทั้งนิสัย พฤติกรรม เรื่อง โลก โกรธ หลง เรื่องอัตตา

    ตัวตน ยึดมั่นถือมั่น ความอยากดีอยากเด่นอยากดัง
    ตลอดจนความก้าวหน้าทางธรรมนั้น ไม่ได้ดีขึ้นเลย นั้นเหตุเพราะ
    ยังแยกตัวและไม่เข้าใจกริยาของ จิต ความ ขันธ์ ๕ ตรงนี้ไม่ได้นั้นเองครับ)

    สำคัญมาก ถ้าฐานไม่ดี ฝึกไปปฏิบัติไป จะเสียเวลาเปล่าๆครับ



    ซึ่งวิธีการเจริญสติในชีวิตประจำวันนั้น ถ้าเราทำได้ต่อเนื่องจริงๆ
    มันก็เหมือนเรามีสติที่ต่อเนื่องในระหว่างวัน และมีกำลังสมาธิสะสมเล็กๆน้อยๆ
    มาใช้เพื่อหนุนในหน้าที่การงานที่เรารับผิดชอบในระหว่างวันอยู่แล้วครับ

    ปล. ถ้ากระทู้จะเน้นสมาธิเพื่อการใช้งานภายใน
    สู้ภายนอกวิธีการที่เล่ามาก็ถือว่าเพียงพอแล้วครับ
    แต่จะให้เกิดปัญญาทางธรรม หรือจะให้เป็นสติต่อเนื่องอัตโนมัติ
    หรือจะให้ต่อเนื่องแบบทั้งวัน ค่อยว่ากันอีกที
     
  9. ฺBENATO

    ฺBENATO ยิ่งรู้ธรรมภายในตน ยิ่งรู้ธรรมภายนอกทั้งปวง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มกราคม 2013
    โพสต์:
    1,493
    ค่าพลัง:
    +445
    กาย..ก็ทำงานไป (ตาม มรรค 8)

    ใจ..ก็วางอารมณ์ / วางความรู้สึกนึกคิด ทั้งหลายทุกขณะที่กำลังทำงาน

    สติ.. ก็ตามรู้ ดูอาการ ทั้งกายและใจ ตลอดอย่างต่อเนื่อง นะครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 5 มิถุนายน 2020
  10. หลบไป

    หลบไป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    1,283
    ค่าพลัง:
    +692
    เดี่ยวมาตอบ ตอนนี้สัญญานไม่สะดวก ตามนี้เลย 41738468_2183791251894938_1333244121686474752_n.jpg
     
  11. หลบไป

    หลบไป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    1,283
    ค่าพลัง:
    +692
    บันใด.jpg เขาร้องจะพาขึ้นต้องอุ้มด้วย เฮ้อๆ ราหุลของเดี้ยน บันใด.jpg
     
  12. หลบไป

    หลบไป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    1,283
    ค่าพลัง:
    +692
    ใช่นะคุณณพ การตั้งใจทำงานนั้นเป็นการจดจ่อ
    คำว่าตั้งใจ นั้น โลภะเข้าแทรกแล้วนะ เป็นการกดข่มในตัวใช้ไหม มันไม่ใช้การทำจิตให้ว่าง มันแตกต่างกันกับคำว่าเจริญสตินะ เพราะการเจริญสติมันจะรู้ตามความเป็นจริง ไม่มีการกดข่ม
    อันนี้โอเครเลย



    รู้สึกแปลกใจนะคุณณพ ทำการเจริญสติของคุณถึงหาอะไรให้จิตมันจับล่ะ
    อ่านแล้วแปลกๆ
     
  13. หลบไป

    หลบไป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    1,283
    ค่าพลัง:
    +692
    กระทู้ก็บอกนะว่าการทำงานด้วยจิตว่างมันจะไม่มีโลภะเข้าแทรก
    คุณณพว่าไง
     
  14. หลบไป

    หลบไป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    1,283
    ค่าพลัง:
    +692
    เก่งนะพี่เบน ชราพิษ
     
  15. หลบไป

    หลบไป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    1,283
    ค่าพลัง:
    +692
    ผมอุ้มลููกแล้วมองเท้าที่แตะบรรไดทีละขั้นค่อยๆก้าวทีละก้าวบรรได3ร้อยกว่าขั้นถามว่าทำได้ไหม ตอบเลยว่าทำไม่ได้50ชั้นก็หอบแล้ว ไม่รุจะเล่าทำไมนะ ลูกหนัก18โลยังไมหายเหนื่อยเลย
     
  16. nopphakan

    nopphakan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    8,123
    ค่าพลัง:
    +34,068
    ฮาโหล สวัสดีนะครับ.... คือ ตอบเอาฮาหรือเปล่าครับ ๕๕๕
    แต่ไมเป็นไร เด่วจะลองอธิบายดูใหม่อีกรอบนะครับ...


    ขออนุญาต ย้อนอดีตเล็กน้อย ประกอบคำบรรยายนะครับ
    เกรงว่า เด่วจะงง ถ้าไม่ทำ เครเนาะ

    ตัวหนังสือสีแดงและขีดเส้นใต้ ของประโยคที่อ้างอิงมานะครับ
    ประเด็น แรก การตั้งใจทำงาน คือ การสร้างสมาธิสะสม แต่เป็นสมาธิแบบภายนอก ขั้นตอนอยู่ในขั้นของ สมาธินะครับ เข้าใจอยู่เนาะ

    ตัวหนังสือขีดเส้นใต้สีน้ำเงินนะครับ บอกว่าป้องกันอะไร
    เห็นอะไรไม่ครับ ป้องกันสมาธิที่หายไปในระหว่างวัน
    คำว่า ระหว่างวันคืออะไร ก็คือ ช่วงที่เราใช้ชีวิตทำงานปกตินะครับ
    ไม่ใช่ มานั่งสมาธิ หรือ เจริญสติอะไรอยู่แบบทางการ
    ตรงนี้พอเข้าใจนะครับ
    และ


    ให้อ่านที่ขีดเส้นใต้ ชัดเจนนะครับ คำว่า ส่วนหนึ่ง คือ แค่บางส่วน
    ยังมีอีก ของ การเจริญสติให้ต่อเนื่อง ต่อเนื่องในที่นี้
    ก็คือ ในระหว่างวัน ไม่ใช่แบบทางการนะครับ ย้ำอีกรอบ

    ตรงนี้เลย คือ ประเด็นสำคัญ คือ การสร้าง สติทางธรรม
    ไม่ใช่ สติทางโลกนะครับ ย้ำว่า สติทางธรรม
    สติทางธรรมคืออะไร เอามาให้อ่านอีกรอบนะครับ
    และบอกไว้ก่อนว่าในระหว่างวัน นะครับ กันลืม



    ประเด็นแรกนะครับ เราควรพูดเป็นเรื่องๆไป
    ไม่งั้นเราอาจจะงงตัวเองได้ แบบไม่รู้ตัวนะครับ....
    คือ อย่าแบบว่า ยำรวมมิตร มันจะยิ่งงงไปกันใหญ่ครับ
    คือว่า คุณ
    จะพูดเรื่อง ๑.การตั้งใจทำงานนั้นเป็นจดจ่อ ซึ่งเป็นเรื่องของสมาธินะครับ
    หรือ จะพูด ๒. หลักหรือวิธีการทำให้จิตว่าง
    (คุณว่า เป็นเรื่องของสมาธิก็ได้ เป็นเรื่องของปัญญาก็ได้ กำลังสติทางธรรม ทำได้ให้จิตเป็นกลางนะได้นะครับ จะว่า จิตว่างก็ได้ นั้นหมายความว่า มีกำลังสติทางธรรม
    คอยควบคุมแล้วนะครับ สติทางธรรมนะครับ ไม่ใช่ วิธีการเจริญสติอยู่ )


    หรือจะพูด ๓.วิธีการเจริญสติแบบเป็นทางการ หรือ
    เจริญสติในระหว่างวันหละ ครับ........


    คุณ นบ เนี่ย แกพูด ๑.วิธีการสร้างสร้างสมาธิสะสม
    ในระหว่างวันนะครับ เป็นส่วนหนึ่งของการเจริญสติในชีวิตประจำวัน
    เพื่อสร้าง '' สติทางธรรมนะครับ''

    งงไหมครับ ถ้ายังไม่งง มาดูเซทข้างล่างต่อนะครับ
    ตัวคุณ บอกตั้งใจทำงานเป็นการจดจ่อ มีโลภะ เข้าแทรก
    พอในลำดับต่อมาข้างล่าง บอก ตรงนี้ โอเคร คือยังไงหรือ
    พอเห็นอะไรในความย้อนแย้งตรงนี้ไหมเอ่ย ๕๕๕

    ไม่เป็นไร มีการนำเสนอในรูปแบบอ้างอิงประกอบด้วยครับ


    งงไหมครับ คือ ส่วนที่อ้างอิงมานี่ โอเคร
    แล้ว ประโยคข้างบน ที่บอกว่า จดจ่อหละครับ
    คือยังไงหรือครับ ๕๕๕

    ถึงได้แซวว่า ตอบเอาฮาหรือเปล่า





    ที่ขีดเส้นใต้สีแดง คือ คุณ พูดอะไรอยู่ครับ
    พูดถึงใครครับ หาอะไรให้จิตมันจับ
    ไม่ทราบว่า ใครพูดครับ เอาอ้างอิงมาให้ดูหน่อยครับ

    และ ไม่ต้องไปแปลกใจกับคุณ นบ แกหรอกครับ
    แกปกติธรรมดาอยู่ครับ
    และที่สำคัญคือ คุณนบ แกไม่ได้พูดแบบนั้นครับ...๕๕๕๕


    ส่วนคุณ จะสรุปอีกรอบให้ฟังนะครับว่า
    คุณ
    จะพูดเรื่อง ๑.การตั้งใจทำงานนั้นเป็นจดจ่อ ซึ่งเป็นเรื่องของสมาธินะครับ
    ตกลงมัน โอเครไหม หรือว่า มันเป็นโลภะ มันไม่โอเครครับ



    หรือ จะพูด ๒. หลักหรือวิธีการทำให้จิตว่าง
    (ซึ่งมัน เป็นเรื่องของสมาธิก็ได้ นะครับ เป็นเรื่องของปัญญาก็ได้นะครับ กำลังสติทางธรรม ทำได้ให้จิตเป็นกลางนะได้นะครับ จะว่า จิตว่างได้ได้ นั้นหมายความว่า
    มีกำลังสติทางธรรม
    คอยควบคุมตัวจิตไม่ให้เกิดแล้วนะครับ แน่ว่า ตัว
    สติทางธรรมนะครับ ที่ควบคุม ไม่ใช่ วิธีการเจริญสติอยู่)




    หรือจะพูด ๓.วิธีการเจริญสติแบบเป็นทางการ หรือ
    เจริญสติในระหว่างวันหละ ครับ........




    สรุปสุดท้าย
    คุณ นบ เนี่ย แกพูด ๑.วิธีการสร้างสร้างสมาธิสะสม
    ในระหว่างวันนะครับ เป็นส่วนหนึ่งของการเจริญสติในชีวิตประจำวัน
    เพื่อสร้าง '' สติทางธรรมนะครับ''

    เท่าที่อ่านดู แกยังไม่พูดถึงวิธีทำให้จิตว่างเลยนะครับ

    ไม่ต้องแปลกใจอะไรหรอกครับ
    เอาตัวเองก่อนดีกว่าครับ

    หรือแค่ตอบ กะว่าให้ฮาเฉยๆ ๕๕๕
    และต้องขออภัยนะ ที่ตอบไม่ตรงกับที่คุณคิด... ^_^
     
  17. หลบไป

    หลบไป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    1,283
    ค่าพลัง:
    +692
    เปล่าหรอกคุณนพ อุ้มลูกขึ้นบันได เหนื่อย แต่รับปากว่าจะมาตอบเลยมาตอบ เดี่ยวจะค่อยไล่ตอบไปนะ
    ชอบนะการคุยเรื่องการเจริญสติ

    55555 วันนี้มันเมื่อยแขนมากจริง ๆ เดี่ยวมาตอบใหม่
    ลิงยังไม่หลับ
     
  18. nopphakan

    nopphakan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    8,123
    ค่าพลัง:
    +34,068
    ประเด็นแรกนะครับ
    ๑. การทำงานด้วยจิตว่าง มันเป็นยังไงหรือครับ
    เพราะที่พูดนี่ คือ การทำงานในระหว่างวัน
    หรือใช้ชีวิตปกตินะครับ มันเป็นไปได้ไหมครับ
    ที่จิตว่าง ตกลงเป็น คน หรือ ว่าเป็น หุ่นยนต์ หรือ
    ว่าเป็น ผีดิบ ครับ

    ช่วยทำให้ดูหน่อยได้ไหมครับ
    ว่าทำงานไป จิตว่างไป มันเป็นไปได้หรือครับ
    ถ้าบอกว่า ทำไปด้วยจิตที่มีสมาธิ ด้วยใจที่สงบ ยังพอเชื่อ


    เอาง่ายๆ นะ มองไปเห็น อะไรก็ตามผ่านลูกนัยต์ตาเราแล้ว
    และเราสามารถ เรียกสิ่งนั้นได้ถูก
    แต่นี้ก็จิตไม่ว่างแล้วครับ. คุณพิมพ์อักษร คิดว่าจะพิมพ์อะไร
    คิดว่าจะทำงานอย่างไร นี่ก็ไม่ว่างแล้ว ..เกทไหมเอ่ย....
    หรือ มีคนมาสั่งงาน แล้วเรา บอกรับทราบ
    แค่นี้จิตก็ไม่ว่างแล้ว
    หรือ ทำงานไป ต้องได้ยิน ต้องเดินไปยิบ เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ
    แค่นี้จิตก็ไม่ว่างแล้วครับ
    มันมี ทั้งสัญญาความจำได้ การทำงานของตัววิญญาน
    รับรู้ต่างๆ คือจิตมันเกิดไปแล้ว ร่างกายก็เคลื่อนไหวด้วย
    มันจะเอาอะไรไปว่างได้


    ถึงบอกว่า เป็น ผีดิบหรือหุนยนต์ครับ
    คือ เราไม่หุ่นยนต์หรือผีดิบนะครับ
    ในการทำงาน มันถึงทำได้แบบอัตโนมัติเลยทุกอย่าง
    ตามโปรแกรมที่ได้เตรียมไว้


    จิตว่าง นะ ไม่มี โลภะ เข้ามาเกี่ยวข้องนะใช่ส่วนนี้เห็นด้วย
    แต่จิตว่าง ในที่นี้ มันคือว่าง จากการเกิด ของตัววิญญาน
    จากการเกิดของสัญญาความจำได้ต่างๆ
    และยังไม่มี ทั้งโทสะ และโมหะด้วย

    จะพูดให้หล่อ ว่าว่างจากการยึดมั่นถือมันนั่นหละ



    ซึ่งมันสามารถทำให้ว่างได้ ทั้งจาก สมถะ จากปัญญา

    แต่เราพูดๆกัน ตั้งแต่แรกว่า มันเป็นการทำงาน
    คือ ทำงานในชีวิตประจำวัน.....

    ถ้าบอกว่า งานคือ การนั่งสมาธิทั้งวัน คืออีกประเด็นหนึ่งครับ

    คุณ นบ ว่าแบบนี้หละครับ .... หวังว่าจะพอเข้าใจนะครับ ^_^
     
  19. nopphakan

    nopphakan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    8,123
    ค่าพลัง:
    +34,068
    พักผ่อนก่อน คุยเรื่องอื่นก็ได้ กระทู้คุณเอง
    คุยเรื่อง เจริญสติ มันจะยาวนะ ๕๕๕
     
  20. หลบไป

    หลบไป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    1,283
    ค่าพลัง:
    +692
    ได้คุยเรื่องอื่นก่อน คำถามแรกเลยคุณนบ(พิมถูกแล้วเนอะ)กลัวความตายไหมกลัวเสียคนรักไหม ขอให้ออกจากใจเลยนะ ขอมากไปไหม
     

แชร์หน้านี้

Loading...